Backyard Trang Cinematic

Backyard Trang Cinematic

แชร์

Photos from สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมภาพยนตร์ - Micro Cinema's post 18/04/2026

❤️

08/04/2026

❤️

“หนึ่งในการตีความหนังไล่เชือดของยุค 80 แบบเจ็บปวดแต่งดงาม ”
Hellraiser / บิดเปิดผี
ฉายไทยต้อนรับสัปดาห์ก่อนสงกรานต์ : 8 เมษายน พ.ศ. 2532
📌สตีเฟน คิง อวยว่า "ผมได้เห็นอนาคตของหนังสยองขวัญ และชื่อของเขาคือ ไคลฟ์ บาร์เกอร์**"
(**ผู้สร้าง,ผู้เขียน Hellraiser ) แต่นักวิจารณ์ชื่อดัง โรเจอร์ อีเบิร์ต เขียนในบทวิจารณ์ว่า "เรากำลังพูดถึงหนังเรื่องเดียวกันอยู่หรือเปล่า?"
สำหรับคิง เขามองว่านี่คือทิศทางใหม่ที่หลุดพ้นจากกรอบหนังเชือดแบบเดิมๆ ในยุค 80s อย่างสิ้นเชิง /แต่ในมุมของอีเบิร์ต เขากลับมองว่าหนังเรื่องนี้ไร้สาระ น่ารังเกียจ และไม่มีความลึกซึ้งในเชิงภาพยนตร์เลยแม้แต่น้อย
จนถึงปัจจุบัน ก็ยังคงมีคนตั้งกระทู้ถามบนเว็บบอร์ดเป็นระยะ เช่นในReddit ว่า Hellraiser มันดีขนาดนั้นจริงเหรอ?
📌โดนส่วนตัวผมคิดว่า Hellraiser (ภาค1) มันดีนะ
ในแง่ที่เราต้องเปรียบมันกับกลุ่มหนังไล่เชือดสกุลเดียวกันในเวลานั้น
Hellraiserพยายามพาคนดูไปพบมุมมองใหม่ๆที่ต่างไปจากหนังไล่เชือดร่วมยุค
อีกจุดคือ ฟีลของหนัง มันมีอารมณ์อิมเมจในแบบหนังอีโรติกเกรดB แต่กลับอุดมไปด้วยความสยองขวัญที่รุนแรงและเลือดสาดอย่างบ้าคลั่ง

ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้อยู่ที่การกล้าหยิบประเด็นเรื่องรสนิยมทางเพศแบบกามวิตถาร (B**M) มาผูกโยงเข้ากับความสยองขวัญ โดยผู้กำกับ ไคลฟ์ บาร์เกอร์ ได้ดัดแปลงเรื่องนี้มาจากนวนิยายของตัวเองที่ชื่อ The Hellbound Heart บริบทยุคสมัยในปี 1987 นั้น วงการหนังสยองขวัญกำลังตกอยู่ในสภาวะอิ่มตัวและซ้ำซากกับสูตรสำเร็จของหนังแนวฆาตกรสวมหน้ากากไล่เชือดกลุ่มวัยรุ่น
การถือกำเนิดขึ้นของตัวละครไอคอนิกอย่าง "พินเฮด" (Pinhead) หัวหน้ากลุ่มปีศาจซีโนไบต์ จึงเป็นการเปิดมิติใหม่ที่แหวกแนวและทรงพลัง แนวคิดหลักของหนังมุ่งเน้นไปที่เส้นแบ่งอันบางเฉียบระหว่าง "ความสุขสมสุดยอด" กับ "ความเจ็บปวดทรมาน"
หนังพยายามนำเสนอว่ามนุษย์ที่มีตัณหาราคะและความโลภอย่างไม่สิ้นสุดนั่นแหละ คือผู้ที่เปิดประตูนรกเรียกปีศาจมาหาตัวเอง นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องความรักที่วิปริตและการทรยศหักหลังกันอย่างเลือดเย็นภายในสถาบันครอบครัว (จุดนี้นึกถึงบางกระทู้ในเว็บบอร์ดที่มองว่ามันมีฟีลผสมเรื่องรักน้ำเน่า 55 )
ตัวหนังพยายามตีความกลุ่มปีศาจ ว่าไม่ได้มาเพื่อทำร้ายคนบริสุทธิ์อย่างไร้เหตุผล แต่มาทำหน้าที่เป็น "นักสำรวจ" โลกแห่งความรู้สึกตามคำเชื้อเชิญเท่านั้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว หนังได้สะท้อนให้เห็นว่าตัณหาของมนุษย์นั้นน่ากลัวและเห็นแก่ตัวยิ่งกว่าหน้าตาของปีศาจจากนรกเสียอีก (อะไรประมาณนั้น)
ภาพลักษณ์หนังที่แปลกตาและบรรยากาศที่มืดหม่น มันได้ก้าวข้ามผ่านแนวทาง Slasher ดั้งเดิมเข้าสู่แนว Body Horror และปรัชญาเหนือธรรมชาติ อิทธิพลต่อหนังยุคหลังคือการเป็นต้นแบบชั้นดีให้กับหนังแนวทรมานสังขาร ในยุคต่อมา เช่น แฟรนไชส์สุดระทึกอย่าง Saw และ Hostel รวมทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับการออกแบบงานศิลปะและแฟชั่นแนวโกธิค และพังก์ ในเวลาต่อมา
จุดที่ต้องยอมรับ งานชิ้นนี้ส่งผลให้ ไคลฟ์ บาร์เกอร์ กลายมาเป็นหนึ่งในนักเขียนที่น่าสนใจวงการวรรณกรรมและภาพยนตร์สยองยุคนั้น
สำหรับในตัว เรื่องย่อเริ่มขึ้นเมื่อ แฟรงค์ คอตตอน ชายผู้มักมากในกามารมณ์ได้ครอบครองกล่องปริศนา "ลาม็องต์" ทันทีที่เขาไขกล่องได้ แฟรงค์ก็ถูกโซ่ตรวนจากนรกฉุดกระชากร่างจนแหลกเป็นชิ้นๆ เพื่อไปรับการทรมานจากพวกซีโนไบต์
ต่อมา แลร์รี (พี่ชายของแฟรงค์) และ จูเลีย (ภรรยาของแลร์รี ซึ่งเคยเป็นชู้กับแฟรงค์) ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนั้น
อุบัติเหตุที่ทำให้เลือดของแลร์รีหยดลงพื้น ได้ไปชุบชีวิตให้แฟรงค์ฟื้นคืนชีพกลับมาในสภาพโครงกระดูกและเนื้อเยื่อที่ยังไม่สมบูรณ์
จูเลียที่ยังคงลุ่มหลงในตัวแฟรงค์ จึงยอมทำหน้าที่ล่อลวงผู้ชายมาที่บ้านเพื่อฆ่าและเอาเลือดมารวมร่างให้แฟรงค์กลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง โดยมี เคิร์สตี (ลูกสาวของแลร์รี) ที่บังเอิญไปครอบครองกล่องปริศนา และต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากทั้งคนและปีศาจ
ความน่าสนใจของฉากเริ่มตั้งแต่ฉากคลาสสิกที่การไขกล่องปริศนาแล้วมีโซ่ติดตะขอพุ่งออกมาเกี่ยวและฉีกกระชากเนื้อหนังของแฟรงค์
ฉากการฟื้นคืนชีพของแฟรงค์จากใต้พื้นไม้ ที่ใช้เทคนิคภาพย้อนกลับ และเอฟเฟกต์เมือกเลือดที่ดูสมจริงและน่าขยะแขยง รวมถึงรูปลักษณ์ของพวกซีโนไบต์ โดยเฉพาะพินเฮด ที่ดูน่าจดจำในงานออกแบบตัวละคร
จุดที่นักวิจารณ์ชื่นชอบคือจินตนาการอันล้ำลึกและมืดหม่นของ ไคลฟ์ บาร์เกอร์ ที่สร้างจักรวาลสยองขวัญแบบใหม่ขึ้นมาได้ รวมถึงการชื่นชมดนตรีประกอบแนวออร์เคสตราที่ยิ่งใหญ่และหลอนหูของ คริสโตเฟอร์ ยัง
ส่วนในคนไม่ชอบคือ มองว่าพล็อตบางจุดไม่มีความสมเหตุสมผล และความรุนแรงที่ดูจงใจยัดเยียดมากเกินไป การใช้แสงสีและมุมกล้องที่ดูคล้ายหนังเกรดบีราคาถูกในหลายๆ ฉาก (แต่มุมนี้ผมชอบนะ มองว่ามันเล่นกับโทนของหนังเกรดบีได้ดี)
วันนี้เมื่อ 37 ปีที่แล้ว Hellraiser ลงโรงฉายบ้านเรา ในชื่อไทยที่ตั้งยุคนั้นติดหูมาก “บิดเปิดผี”
อิมเมจของพินเฮดก็น่าจดจำ ซึ่งเดาทางไม่ออกเลยว่าหนังจะเล่นพล็อทแบบไหน พอดูจริงก็มีฟีลเฉพาะไม่เหมือนเรื่องอื่นๆ
นี่คือหนึ่งในหนังสยองขวัญที่น่าจดจำอีกเรื่องของยุค 80s ครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านอาหาร ใน Trang?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


99/15 Huai Yot Soi 3 , Mueang Trang District
Trang
92000