Siam Property Pro

Siam Property Pro

แชร์

Photos from Siam Property Pro's post 06/07/2025

President Park
▪️3 bedrooms
▪️3 bathrooms
▪️1 maid's room
▪️223 Sq.m.

Facilities:
▪️Swimming pool
▪️Gym
▪️Tennis court

Rental fee: 70,000 Baht per month
Contract: minimum 1 year

Ready to move in.

Book a viewing now!
Tel. 095-323-2236
WhatsApp: +66943265596

18/11/2024

🏡 บ้านในฝันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สำหรับบางคนโครงการบ้านจัดสรรที่เปิดขายใหม่ในแต่ละปีอาจสวยถูกใจ แต่สำหรับบางคนนั้นไม่ใช่ จึงทำให้ทางออกเดียวที่พวกเขาจะได้บ้านที่สวยถูกใจ มีฟังก์ชั่นครบถ้วนอย่างที่ตัวเองต้องการก็คือ การสร้างบ้านด้วยตัวเอง ซึ่งการจะสร้างบ้านเป็นของตัวเองได้นั้นก็ต้องมีที่ดินเป็นของตัวเองก่อน และการซื้อที่ดินเป็นของตัวเองเอาไว้สำหรับปลูกบ้านนั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นก้าวแรกที่ต้องใส่ใจอย่างมาก เพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมาภายหลัง โดยสำหรับใครก็ตามที่อยากซื้อที่ดิเนเปล่าเอาไว้สำหรับปลูกบ้านอยู่เอง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมในเรื่องสำคัญต่าง ๆ ดังต่อไปนี้


1️⃣ เตรียมเลือกทำเลที่ดินที่ตอบโจทย์

บ้านที่เราปลูกขึ้นมาเพื่ออยู่อาศัยเองกับครอบครัวนั้น จะไม่สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข สะดวกสบาย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างที่ต้องการได้เลย หากเราปลูกบ้านบนที่ดินที่ไม่ใช่ทำเลที่มีคุณภาพ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เช่น หากเราเลือกซื้อที่ดินที่อยู่ติดกับนิคมอุตสาหกรรม ก็จะต้องเผชิญหน้ากับสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษได้ หรือถ้าเราเลือกซื้อที่ดินที่มีปัญหาน้ำท่วม ก็จะเสี่ยงทำให้เกิดปัญหาวุ่นวายตามมาในทุกปีที่ฝนตกหนักได้ เป็นต้น ดังนั้น การเลือกซื้อที่ดินเพื่อปลูกบ้านนั้น ต้องให้ความสำคัญกับการพิจารณาเลือกทำเลให้ดี โดยจะต้องเลือกที่ดินที่ตอบโจทย์กับการอยู่อาศัย เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวเราให้ได้มากที่สุด เช่น อยู่ติดกับสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ เป็นแหล่งเมือง ชุมชน ติดถนน เดินทางเข้าออกสะดวก เป็นต้น

___________________________________________

2️⃣ เตรียมความพร้อมทางด้านการเงิน

ที่ดินแปลงหนึ่งนั้นมีราคาสูงต่ำขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งขนาดเล็กใหญ่ ทำเลที่ตั้ง ตลอดจนความต้องการที่ดินในบริเวณโดยรอบนั้นว่ามีมากแค่ไหน ซึ่งยิ่งพื้นที่โดยรอบมีโครงการพัฒนาอสังหาฯ อยู่มาก ก็จะส่งผลให้ที่ดินบริเวณนั้นมีราคาสูงตามไปด้วย ดังนั้น หากต้องการที่จะซื้อที่ดินเพื่อปลูกบ้านเอง เมื่อเลือกทำเลได้แล้ว ก็จะต้องตรวจสอบราคาประเมินที่ดิน รวมถึงต้องพิจารณาถึงราคาประเมินสำหรับการก่อสร้างบ้านาที่เราต้องการด้วย เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุดว่าจะต้องใช้เงินมากน้อยเพียงใดในการซื้อที่ดินปลูกบ้านในครั้งนี้ จากนั้นก็กลับมาสำรวจความพร้อมทางการเงินของตัวเองว่ามีกำลังเงินทุนมากพอหรือไม่ ซึ่งจะต้องเผื่อเงินทุนสำรองฉุกเฉินเอาไว้ด้วยสำหรับใช้รับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยหากตรวจสอบความพร้อมทางด้านการเงินแล้วพบว่ายังไม่ไหว ก็ควรเลื่อนระยะเวลาการตัดสินใจในการซื้อที่ดินสำหรับปลูกบ้านออกไปก่อน

___________________________________________

3️⃣ เตรียมเอกสารในการขอกู้ซื้อที่ดิน

แม้จะมีความพร้อมทางการเงินแค่ไหน ทางที่ปลอดภัยที่สุดที่ทำให้เราสามารถซื้อที่ดินปลูกบ้านเองได้แบบเสี่ยงเรื่องเงินน้อยที่สุดก็คือ การขอกู้ซื้อที่ดิน ซึ่งสามารถทำได้ โดยการขอกู้ซื้อที่ดินเพื่อปลูกบ้านนั้น ธนาคารจะให้วงเงินกู้สูงกว่าการขอกู้ซื้อที่ดินเปล่าอย่างเดียวโดยไม่ได้นำเอาไปใช้ปลูกบ้าน ดังนั้น เพื่อให้การขอกู้ซื้อที่ดินเป็นไปด้วยความราบรื่นและได้รับอนุมัติวงเงินกู้สูงที่สุด ผู้ขอกู้จึงต้องเตรียมเอกสารสำคัญให้ครบถ้วน อาทิ แบบแปลนบ้านและสัญญาจ้างรับเหมาก่อสร้าง ใบอนุญาตในการถมที่และก่อสร้าง เป็นต้น เพราะเอกสารเหล่านี้จะเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นเป้าหมายของการกู้ซื้อที่ดินอย่างชัดเจนว่าเป็นไปเพื่อการปลูกบ้านอยู่อาศัยเอง ไม่ได้ซื้อเพื่อการลงทุนที่อาจมีความเสี่ยงได้มากกว่า

___________________________________________

บ้านจัดสรรสวย ๆ ในตลาดอาจไม่ได้สวยถูกใจไปเสียหมดทุกคน ในขณะที่แม้บางทีจะสวยถูกใจแล้ว แต่ทำเลก็อาจจะยังไม่ใช่ รวมไปถึงราคาก็อาจจะเอื้อมคว้าไม่ไหวก็ได้ การซื้อที่ดินเปล่าแล้วปลูกบ้านอยู่เองนั้น จึงถือเป็นหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ให้ความฝันในการมีบ้านของเราสมบูรณ์แบบได้ ตรงตามความต้องการของเราและครอบครัวมากที่สุด ซึ่งสามารถขอกู้ซื้อที่ดินเพื่อปลูกบ้านได้จากธนาคารและมีโอกาสได้รับอนุมัติผ่านได้ไม่ยากเลย หากเราเตรียมความพร้อมเรื่องเงินและเรื่องเอกสารต่าง ๆ ในการสร้างบ้านเอาไว้ให้เรียบร้อยก่อนที่จะเดินหน้าขอปรึกษายื่นกู้กับทางธนาคาร

___________________________________________

🔷 แหล่งที่มาของบทความ จาก REIC


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

15/11/2024

5 ไอเดียสไตล์การตกแต่งบ้านและคอนโดสุดฮิต 🏠🏙️


1️⃣ Minimal Style

เน้นความเรียบง่าย ใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ดูสะอาด โล่งและกว้างขวาง
สี Earth Tone โมโนโทนหรือสีอ่อนๆเช่น สีขาว สีเทา

___________________________________________

2️⃣ Loft Style

เน้นถึงโครงสร้าง-ลักษณะดิบๆเปลือยๆ เช่น อิฐ ปูน เหล็ก
โทนสี นํ้าตาล ขาว เทา ดำ

___________________________________________

3️⃣ Modern Style

สไตล์ที่เรียบง่าย ดูสะอาดตา เน้นพื้นที่ใช้สอยเป็นหลัก ไม่เน้นมีฉากกั้นห้อง
โทนสีขาว ดำ เทา แต่งแต้มสี Earth tone

___________________________________________

4️⃣ Classic Style

เน้นความหรูหรา การตกแต่งประดับ ใช้วัสดุที่เป็นธรรมชาติ
เน้นสีโทนอบอุ่น ประดับด้วยลวดลายต่างๆ

___________________________________________

5️⃣ Art Deco Style

เน้นใช้เส้นโค้ง เส้นตรง และรูปทรงเลขาคณิต เน้นวัสดุตกแต่งมันวาวหรือโลหะ
สีเบจ น้ำตาล ขาว-ดำ นำสีสันที่สดใสมาผสมผสานได้

___________________________________________


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

14/11/2024

เราเสียเวลากันไปเท่าไหร่ กว่าจะได้เข้าอยู่คอนโดจริง ๆ เริ่มตั้งแต่เลือกทำเล ดูแปลนห้อง ตรวจดีเฟค กู้ธนาคาร ตกแต่ง นี่ยังไม่นับยิบย่อยรายทางอีก กว่าทุกอย่างจะเสร็จทำเอาเหนื่อยเหมือนกัน ยิ่งสำหรับใคร ย้ายเข้าคอนโดครั้งแรก ไม่ว่าจะซื้อหรือเช่า ต้องเตรียมตัวให้ดี ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำก่อนเข้าอยู่ มาลองเช็กไปพร้อมกัน ว่ามีอะไรที่ต้องทำบ้าง?

___________________________________________

คนที่เช่าคอนโด

เรื่องของเอกสาร แบ่งเป็น 2 กรณีคือเช่าและซื้อ ฝั่งเช่าคอนโด ต้องตรวจสอบรายละเอียดสัญญาให้เรียบร้อย ทั้งชื่อ-สกุล ระยะเวลา เงินประกัน ค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน ประกัน 2 เดือน และเงื่อนไขอื่น ๆ รวมไปถึงเอกสารที่ไว้ยืนยันตัวตนอย่าให้ขาด บัตรประชาชนหรือใบขับขี่ เตรียมให้ครบ

___________________________________________

คนที่ซื้อคอนโด

หากต้องการจะแจ้งย้ายที่อยู่ ให้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาไว้ อย่างธนาคาร จะมีเรื่องธุรกรรมการเงินมาเกี่ยวข้อง, หรือแม้แต่ทะเบียนบ้านที่จะย้ายเข้าหรือไม่ย้ายก็ได้ เพราะถึงไม่ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านได้ก็จริง แต่ก็อาจเสียสิทธิ์บางอย่างด้วยเหมือนกัน เช่น สิทธิ์เลือกตั้ง และถ้าจะย้ายเข้าทะเบียนบ้านปลายทาง ต้องทำภายใน 15 วัน หลังเข้าอยู่ ส่วนถ้าจะย้ายออก ก็ต้องภายใน 15 วันหลังจะย้ายออกเช่นเดียวกัน หากเกิน 15 วัน จะโดนปรับ 1,000 บาท

___________________________________________

อีกเรื่องที่ไม่ว่าจะเช่าหรือซื้อต้องทำคือ #ตรวจดีเฟค หากเป็นผู้เช่า ก็ต้องเช็กก่อนเข้าอยู่ เพื่อที่จะไม่ให้โดนค่าเสียหายภายหลัง ส่วนใครที่เป็นผู้ซื้อยิ่งต้องเช็กให้ดีขึ้น เพราะส่วนมากถ้าเข้าอยู่เกิน 1 ปีแล้ว ทางโครงการจะไม่รับผิดชอบ เพราะแบบนี้ยิ่งเจอเร็ว ก็ยิ่งได้รับการแก้ไขเร็ว รีบเจอ รีบแจ้ง รีบจบงาน แค่นี้อุ่นใจเรื่องการอยู่อาศัยแล้ว

___________________________________________

มาถึงเรื่องที่ง่าย ๆ ที่ไม่สบายอย่างที่คิด คือการ #ขนย้ายของ ส่วนนี้ใครของน้อยก็จะได้เปรียบหน่อย เพราะขนย้ายง่าย แต่ถ้าใครของเยอะก็ต้องวางแผนให้ดี แบ่งสัดส่วนให้ชัดเจน เพื่อให้ขนย้ายง่าย แพ็คใส่กล่องใส่ถุงให้เป็นระเบียบ จะได้เอามาจัดเรียงไม่ยาก แต่เดี๋ยวนี้มีบริษัทรับขนย้ายมากมายให้เลือก ก็ยิ่งสะดวกและประหยัดเวลามากขึ้นอีก
___________________________________________

นอกจากจะดูฤกษ์ อย่าลืมเตรียมความพร้อมส่วนอื่นด้วย เอาทริกเล็ก ๆ มาฝาก คือก่อนเข้าอยู่อย่าลืมถ่ายภาพเก็บไว้ทุกมุม เพื่อดูสภาพห้องว่าเป็นแบบไหน ไม่งั้นตอนย้ายออกอาจโดนเรียกเก็บค่าเสียหายได้ เจอมาหลายเคสแล้วแบบนี้ หรือส่วนทะเบียนบ้าน ถ้าไม่ย้ายเข้ามา เคยเห็นบางเคสอยู่ดี ๆ ก็มีคนสวมชื่อมาในทะเบียนบ้านเราก็มี หลากหลายเรื่องราวระวังกันให้ดี

___________________________________________

🔷 ขอบคุณแหล่งที่มาของบทความดีๆ จาก Condonewb


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

11/11/2024

🏘️ ในการยื่นขอพิจารณา #สินเชื่อ เมื่อเรายื่นขอคนเดียวไม่ผ่านอีกทางเลือกที่ทำให้การยื่นขอสินเชื่อผ่านไปได้อย่างฉลุย นั่นก็คือ “การกู้ร่วม” ซึ่งจะช่วยให้สถาบันการเงินพิจารณาได้ว่า ผู้กู้จะมีความสามารถในการผ่อนชำระได้

.

เข้าใจความหมายการ “ #กู้ร่วม ”

การกู้ร่วม คือการที่เรายื่นขอสินเชื่อร่วมกันมากกว่า 1 คนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 3 คน ในสัญญาฉบับเดียวกัน ซึ่งผู้ที่จะกู้ร่วมนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นใครก็ได้ แต่ต้องเป็นคนในครอบครัว พ่อแม่ พี่น้องสายเลือดเดียวกัน สามีภรรยาที่แต่งงานกันแล้ว โดยการกู้ร่วมนั้นผู้ที่กู้ร่วมจะถือว่ามีภาระหนี้สินคนละครึ่ง หรือถูกแบ่งให้มีสัดส่วนที่เท่า ๆ กัน ฉะนั้นหากวันใดหนึ่งในผู้กู้ร่วมไม่สามารถชำระหนี้ได้ อีกฝ่ายที่กู้ร่วมที่อยู่ในสัญญาก็จะเป็นผู้ชำระหนี้แทนทั้งหมด

___________________________________________

1️⃣ ข้อดีของการกู้ร่วม ✅

🔹 ขอวงเงินกู้ได้สูงขึ้น
สมมติว่าเราเงินเดือน 20,000 บาท ต้องการ #ซื้อบ้าน ราคา 3,500,000 บาท แต่เมื่อคำนวณวงเงินกู้และฐานเงินเดือนยังไม่ถึงเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนด การมีคนกู้ร่วมก็จะช่วยเพิ่มฐานเงินเดือนและดันวงเงินกู้ของเราเพิ่มสูงขึ้นตาม

🔹 เพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อง่ายขึ้น
แม้ว่าประวัติการเงินของเราจะมีสุขภาพดี ชำระหนี้ตรงต่อเวลา แต่ก็อาจไม่เพียงพอ หากฐานเงินเดือนและวงเงินกู้ไม่บาลานซ์หรือเหมาะสม เพราะสถาบันการเงินอาจมองว่าเราไม่มีความสามารถในการชำระหนี้มากพอ การกู้ร่วมก็จะเข้ามาช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในเรื่องความสามารถในการชำระหนี้ ทำให้อนุมัติไวขึ้น

🔹 ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา
การกู้ร่วมจะช่วยให้ภาระหนี้สินของเราลดลงไปครึ่ง ไม่ต้องแบกหนี้อยู่แต่เพียงผู้เดียว ถือว่าเป็นการคลายความหนักอึ้งของภาระหนี้สินที่แบกรับอยู่ให้เบาลงได้ในตลอดระยะเวลาที่กู้สินเชื่อ

🔹 ยืดหยุ่นเรื่องค่าใช้จ่าย
อย่างน้อย ๆ การกู้ร่วมก็ช่วยให้เราสามารถจัดสรรรายจ่าย โดยนำเงินส่วนที่เคยจะต้องนำไปชำระหนี้มาบริหารค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ ให้เกิดประโยชน์ได้

___________________________________________

2️⃣ คิดให้ดีก่อนตัดสินใจกู้ร่วม

เมื่อมีข้อดีก็ย่อมมีผลกระทบตามมา เพราะการกู้ร่วมก็เสมือนเป็นการแบ่งสิทธิ์คนละครึ่งให้เท่า ๆ กัน หากไม่มีการพูดคุยหรือตกลงกันให้เรียบร้อยก็อาจเกิดผลกระทบตามมาได้ ซึ่งก่อนที่จะตัดสินใจกู้ร่วมซื้อบ้านหรือกู้สินเชื่อมาพิจารณาข้อต่าง ๆ เหล่านี้กันก่อน

🔹 พร้อมรับผิดชอบหนี้ร่วมกันกับใครสักคนหรือยัง
การกู้ร่วม คือการที่ผู้กู้ร่วมต้องร่วมกันชำระหนี้ก้อนด้วยกัน หมายความว่าหากอีกฝ่ายมีปัญหาการเงินผู้กู้ร่วมอีกคนก็ต้องพร้อมช่วยเหลือและชำระหนี้ต่อ และท้ายที่สุดหนี้สินที่มีก็อาจตกเป็นภาระของเราแต่เพียงผู้เดียว

🔹 สิทธิ์ลดหย่อนภาษีถูกแบ่งครึ่ง
การซื้อบ้านสามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ โดยนำดอกเบี้ยจากการกู้ซื้อบ้านไปลดหย่อนภาษีหากเรากู้ร่วมดอกเบี้ยก็จะถูกแบ่งครึ่ง และจะสามารถใช้สิทธิ์ได้เพียงคนละครึ่ง สมมติว่าเราสามารถลดหย่อนภาษีได้ 100,000 บาท เราก็จะสามารถใช้สิทธิ์ได้เพียง 50,000 บาท

🔹 ตกลงกันว่าใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านที่กู้
ในการกู้ร่วมการใส่ชื่อผู้ที่ได้กรรมสิทธิ์จะมีอยู่ 2 กรณี คือ 1. เจ้าของกรรมสิทธิ์มีชื่อเพียงคนเดียวโดยที่ผู้กู้ร่วมอีกฝ่าย จะไม่มีกรรมสิทธิ์ใดในบ้าน 2. ผู้กู้ร่วมทุกคนคือเจ้าของกรรมสิทธิ์ หมายความว่าผู้กู้ร่วมทุกคนจะมีสิทธิ์ที่เท่าเทียมกัน แต่หากต้องการทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบ้านก็ต้องให้ผู้กู้ทุกคนต้องตกลง หรือลงมติได้รับความยินยอมร่วมกัน

🔹 สิทธิ์ถูกยกให้ทายาทหากผู้กู้ร่วมเสียชีวิต
หากผู้กู้ร่วมของเราเกิดเสียชีวิต ทายาทหรือผู้จัดการมรดกที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตจะเข้ามารับช่วงต่อในการผ่อนชำระ และได้กรรมสิทธิ์ในบ้าน แต่ผู้กู้จะต้องแจ้งธนาคารเพราะไม่เช่นนั้นผู้ที่รับผิดชอบในการชำระหนี้ก็จะมีแค่เราคนเดียว

___________________________________________

3️⃣ กู้ร่วมกันต่อไม่ไหว เดินหน้าอย่างไรต่อไปดี?

หากสุดท้ายแล้ว ต่างฝ่ายต่างไม่สามารถกู้ร่วมกันต่อไปได้ ให้ผู้กู้ร่วมทั้งสองฝ่ายรีบติดต่อธนาคารเพื่อแจ้งความต้องการในการถอนชื่อสัญญากู้ร่วมออก และธนาคารจะเป็นผู้ประเมินที่มีความสามารถในการชำระหนี้ต่อว่า จะสามารถผ่อนชำระต่อไปไหวหรือไม่

แต่หากธนาคารไม่อนุมัติให้เราถอนชื่อในการกู้ร่วม เพราะประเมินในเรื่องของความสามารถในการชำระเงินแล้วว่าไม่ผ่าน ผู้ที่ต้องการจะรับช่วงต่อในการผ่อนบ้าน อาจจะต้องทำการรีไฟแนนซ์หรือขายบ้าน และทำข้อตกลงเพื่อแบ่งทรัพย์สิน

แม้ว่าการกู้ร่วมจะมีข้อดีและช่วยเพิ่มโอกาสในการยื่นขอพิจารณาการกู้สินเชื่อให้ผ่านฉลุย แต่ในเรื่องของการซื้อบ้านถือว่าเป็นหนี้ระยะยาวที่ผู้กู้ควรไตร่ตรอง ตัดสินใจให้รอบคอบและมั่นใจแล้วว่าพร้อมที่จะเดินหน้าไปต่อร่วมกัน ไม่ให้เกิดปัญหาการเงินตามมาภายหลัง และสำหรับใครที่ตัดสินใจตกลงกู้ร่วมกันแล้วให้ระวังเรื่องของการชำระหนี้ค่างวดแต่ละเดือน ควรจ่ายตรงตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ ทั้งเราและผู้กู้ร่วมเพราะข้อมูลของแต่ละฝ่ายจะอยู่ในรายงานข้อมูลเครดิตด้วย

___________________________________________

🔷 แหล่งที่มาของบทความ จาก NCB


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ตัวแทน / บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ใน Samut Prakan?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


สมุทรปราการ
Samut Prakan
10540