KSL News Update
10/07/2026
New YAMAHA YZF-R7 2026 ถ่ายทอด Race-Bred DNA จากสนามแข่ง สู่ซูเปอร์สปอร์ตคลาสกลางที่เข้าถึงได้จริง
ยามาฮ่า ไรเดอร์สคลับ ผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ยามาฮ่าในประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดตัว New YAMAHA YZF-R7 2026 รถจักรยานยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคลาสกลางรุ่นใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อต่อยอดความสำเร็จของตระกูล R-Series ด้วยแนวคิด “SuperSport ที่เป็นมาตรฐานของความสนุก ความมั่นใจ และการพัฒนาทักษะการขับขี่” พร้อมถ่ายทอด DNA จากสนามแข่งสู่รถสปอร์ตที่ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสและเข้าถึงได้ในชีวิตจริง
New YAMAHA YZF-R7 คือหนึ่งในโมเดลสำคัญของตระกูล R-Series ที่เชื่อมต่อระหว่าง YZF-R3 และ YZF-R9 โดยผสานสมรรถนะ การควบคุม และอารมณ์การขับขี่แบบรถ SuperSport ไว้อย่างลงตัว รองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางทางไกล รวมถึงการพัฒนาทักษะในสนามแข่งขัน
ดีไซน์ใหม่ สะท้อนความงดงามของการควบคุม
New YAMAHA YZF-R7 มาพร้อมคอนเซ็ปต์การออกแบบ “The Beauty of Cornering Controllability” ถ่ายทอดความงดงามของการควบคุมผ่านรูปลักษณ์ที่เพรียวบาง กะทัดรัด และคล่องตัวที่สุดในคลาส โดดเด่นด้วยสัดส่วนแบบ Slim & Compact ไฟหน้าเจเนอเรชันใหม่ดีไซน์มินิมอล และเส้นสายตัวถังที่สะท้อนความเร็วในสไตล์ SuperSport
นอกจากนี้ยังได้รับการออกแบบแฟริ่งใหม่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยลดแรงต้านอากาศ เพิ่มเสถียรภาพในย่านความเร็วสูง และสะท้อนภาพลักษณ์ Track-Ready ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งในตระกูล R-Series อย่างชัดเจน
ขุมพลัง CP2 689 ซีซี ตอบสนองทันใจในทุกจังหวะ
หัวใจสำคัญของ New YAMAHA YZF-R7 คือเครื่องยนต์ CP2 ขนาด 689 ซีซี แบบ 2 สูบเรียง Crossplane Crankshaft DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ขึ้นชื่อด้านการส่งกำลังอันเป็นเอกลักษณ์ ให้แรงบิดที่มาอย่างต่อเนื่อง ควบคุมง่าย และตอบสนองได้อย่างรวดเร็วทั้งบนถนนและในสนาม
เสริมประสิทธิภาพด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า YCC-T (Yamaha Chip Controlled Throttle) ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตอบสนองของคันเร่ง พร้อมปรับปรุงระบบส่งกำลังให้เปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วและนุ่มนวลมากขึ้น รวมถึงการปรับจูนเสียงไอดี (Induction Sound) เพื่อสร้างอารมณ์สปอร์ตในทุกครั้งที่เปิดคันเร่ง
เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ระดับ Track-Ready
New YAMAHA YZF-R7 ยกระดับมาตรฐานของรถ SuperSport คลาสกลางด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่ง โดยติดตั้ง IMU แบบ 6 แกน (6-axis IMU) ที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของตัวรถแบบเรียลไทม์ ทำงานร่วมกับระบบ Yamaha Ride Control (YRC) ที่ให้ผู้ขับขี่เลือกโหมดการขับขี่ได้ 5 รูปแบบ ได้แก่ SPORT, STREET, RAIN, CUSTOM และ TRACK
พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Traction Control System (TCS), Slide Control System (SCS), Lift Control (LIF), Engine Brake Management (EBM), Brake Control (BC) และ Back Slip Regulator (BSR) เพื่อเพิ่มความมั่นใจในทุกสภาพการขับขี่
สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสสมรรถนะในสนามแข่ง ยังมาพร้อม Quick Shifter แบบ Up & Down, Launch Control และระบบ Rear ABS OFF ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการขับขี่ในสนามได้อย่างเต็มรูปแบบ
แชสซีใหม่ ควบคุมแม่นยำ คล่องตัวมากขึ้น
New YAMAHA YZF-R7 ได้รับการพัฒนาแชสซีใหม่ ด้วยการปรับปรุงค่าความแข็งแรง (Rigidity) ในทุกมิติ โดยยังคงน้ำหนักตัวรถใกล้เคียงเดิม ส่งผลให้การควบคุมมีความแม่นยำและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
ติดตั้งล้อ Yamaha SpinForged น้ำหนักเบา ช่วยลดมวลใต้สปริง (Unsprung Mass) เพิ่มประสิทธิภาพในการเปลี่ยนทิศทางและการเข้าโค้ง ทำงานร่วมกับโช้คอัพหน้าแบบ Upside Down ขนาด 41 มิลลิเมตร ที่ปรับตั้งได้เต็มระบบ ระบบกันสะเทือนหลัง Monocross และยาง Bridgestone Battlax Hypersport S23 เพื่อมอบการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยมทั้งบนถนนและในสนามแข่งขัน
ออกแบบเพื่อผู้ขับขี่อย่างแท้จริง
เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ New YAMAHA YZF-R7 ได้รับการออกแบบตำแหน่งแฮนด์ ถังน้ำมัน พักเท้า และเบาะนั่งใหม่ ช่วยเพิ่มอิสระในการเคลื่อนไหวขณะเข้าโค้ง ลดความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทาง และเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ ด้วยความสูงเบาะเพียง 830 มิลลิเมตร และตัวรถที่มีรูปทรงเพรียวบาง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงตัวรถได้ง่าย พร้อมรองรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ
เชื่อมต่อทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
New YAMAHA YZF-R7 มาพร้อมหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับรูปแบบการแสดงผล 4 รูปแบบ พร้อม Track Mode และสามารถตั้งค่าระบบ Yamaha Ride Control ได้โดยตรงผ่านหน้าจอ
รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Y-Connect สำหรับแสดงข้อมูลการใช้งานรถแบบเรียลไทม์ การแจ้งเตือนสายเรียกเข้า ข้อความ และการตั้งค่าต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก
ขณะที่ผู้ขับขี่สายสนามสามารถใช้งาน Y-TRAC (Track Ride Analysis) สำหรับบันทึก Lap Timer, Virtual Pit Board, Telemetry, Riding Log และ Revs Dashboard เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการขับขี่และต่อยอดการพัฒนาทักษะได้อย่างแม่นยำ
New YAMAHA YZF-R7 พร้อมจำหน่ายในประเทศไทย
โดย New YAMAHA YZF-R7 มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Icon Blue และ Midnight Black ในราคาแนะนำ 345,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และรุ่นพิเศษ 70th Anniversary Edition สี Anniversary White เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 70 ปีของยามาฮ่า ในราคาแนะนำ 348,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม Yamaha Riders’ Club ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ หรือ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 และติดตามข่าวสารได้ที่
Facebook : Yamaha Riders Club Thailand
Instagram : YamahaRidersClubThailand
YouTube : Yamaha Riders Club Thailand
TikTok : Yamaha Riders Club THขอบคุณครับ
10/07/2026
“ฮอนด้า เอชอาร์ซี” ฟูลทีม! “ก้อง-สมเกียรติ” นำทัพลุยศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนาม 8
“ดิ๊กสัน” หายเจ็บคัมแบ็กร่วมทีมที่ โดนิงตัน พาร์ค
“ฮอนด้า เอชอาร์ซี” ยอดทีมแข่งสัญชาติญี่ปุ่นกลับมาสู่ไลน์อัพแบบฟูลทีมอีกครั้ง เพื่อลุยศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 8 ที่ โดนิงตัน พาร์ค สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 10-12 กรกฎาคมนี้
ล่าสุด “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดขวัญใจชาวไทยเจ้าของรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 35 ตัวหลักของทีม เดินทางถึงสนามแข่งเพื่อเตรียมความพร้อมร่วมกับทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับเป้าหมายที่สูงขึ้นด้วยการยกระดับความเร็วในทุกช่วงที่ลงสนาม แม้จะเป็นครั้งแรกสำหรับการแข่งขันในสนามแห่งนี้
ขณะเดียวกันก็เป็นข่าวดีของทีม ฮอนด้า เอชอาร์ซี เมื่อ “เจค ดิ๊กสัน” ทีมเมทชาวอังกฤษคัมแบ็กกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง และได้รับไฟเขียวจากทีมแพทย์ให้ผ่านความฟิตลงแข่งขันโฮมเรซในสุดสัปดาห์นี้
“ก้อง-สมเกียรติ” กล่าวว่า “สุดสัปดาห์นี้เราจะแข่งกันที่ โดนิงตัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสนามที่ผมจะได้ลงแข่งเป็นครั้งแรก แต่ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน เราได้ทดสอบที่นี่ 1 วันเต็ม และผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่เลวเลย ดังนั้นหวังว่ามันจะช่วยให้เราออกสตาร์ตการทำงานอย่างดี”
“ผมจะพยายามทำสุดความสามารถ ไม่ใช่แค่ในแง่การทำงานร่วมกับทีมในพิต แต่รวมถึงการปรับสไตล์การขี่ของผมให้เข้ากับรถและสนามนี้ด้วย และเช่นเคยครับ เป้าหมายคือปรับปรุงในทุกช่วงที่ลงสนาม และใช้ช่วงเวลาในสุดสัปดาห์นี้ให้คุ้มค่าที่สุด” นักบิดไทยเผย
ด้าน ดิ๊กสัน กล่าวว่า “ผมดีใจมากที่จะได้กลับมาลงแข่งอีกครั้งหลังเจ็บไปนาน การฟื้นฟูร่างกายเป็นเรื่องยากลำบาก และได้กลับมาโฟกัสกับการแข่งขันอีกครั้ง การจะได้ลงแข่งในโฮมเรซมันเป็นอะไรที่พิเศษเสมอ โดนิงตัน พาร์ค คือสนามที่ผมรู้จักดี และการกลับมาที่นี่พร้อมกับทีมมันมีความหมายอย่างมาก”
ทั้งนี้ ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 8 จะเข้าสู่โปรแกรมซ้อมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคมนี้ ก่อนจะจับเวลาควอลิฟาย (ซูเปอร์โพล) ในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้ และดวลเรซแรกในช่วงค่ำของวันเดียวกัน เวลา 21.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ส่วนในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคมนี้ จะเป็นการแข่งขันรอบ "ซูเปอร์โพลเรซ" ในเวลา 17.10 น. และทิ้งท้ายด้วยเรซที่ 2 ในเวลา 21.30 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
06/07/2026
Honda HRC สร้างตำนานต่อเนื่อง! Honda CBR1000RR-R ผงาดคว้าแชมป์ Suzuka 8 Hours 2026 สมัยที่ 5 ติดต่อกัน ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ในเวทีเอ็นดูรานซ์โลก
ฮอนด้า เอชอาร์ซี สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการคว้าแชมป์การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบประเภทเอ็นดูรานซ์ระดับโลก รายการ “โคคา-โคล่า ซูซูกะ 8 ชั่วโมง เอ็นดูรานซ์ โรด เรซ” ได้เป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ต เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ที่สนาม ซูซูกะ เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น
โดยเริ่มต้นภายใต้สภาพอากาศที่มีท้องฟ้าครึ้ม อุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียส และพื้นสนามที่ยังเปียกชื้นจากฝนที่ตกลงมาก่อนการแข่งขัน
ทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี ที่ประกอบด้วย ทาคูมิ ทาคาฮาชิ, โจนาธาน เรีย และ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ออกสตาร์ตจากตำแหน่งโพลโพซิชัน โดยทาคาฮาชิรับหน้าที่ลงบิดเปิดเกมด้วยรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 30 ก่อนจะรักษาความได้เปรียบและเกาะกลุ่มผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น แม้จะถูกแซงในช่วงต้นการแข่งขันก็ตาม
ตลอดการแข่งขันด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวนและฝนที่ตกเป็นระยะส่งผลให้พื้นสนามลื่นและเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง จนต้องมีการนำรถเซฟตี้คาร์ออกมาควบคุมการแข่งขันหลายช่วง ส่งผลให้ทีมต้องปรับแผนกลยุทธ์ การเลือกยาง และจังหวะเข้าพิตอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามด้วยประสบการณ์และการทำงานร่วมกันอย่างยอดเยี่ยมของนักแข่งและทีมงาน โดยเฉพาะ ทาคูมิ ทาคาฮาชิ และ โจนาธาน เรีย ที่คุมเวลาได้ดีตลอดการแข่งขัน ทำให้ ฮอนด้า เอชอาร์ซี สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนทะยานเข้าเส้นชัยในฐานะแชมป์ พร้อมสร้างสถิติคว้าแชมป์ ซูซูกะ 8 ชั่วโมง เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันได้อย่างยิ่งใหญ่
ด้าน “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ลงบิด Honda CBR1000RR-R หมายเลข 88 ร่วมกับ “ไครุล อิดฮัม ปาวี” นักแข่งจากประเทศมาเลเซียและ “อาเดนันตา ปุตรา” นักแข่งจากประเทศอินโดนีเซีย ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเมื่อสามารถนำทีมฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท แอสเตโม ฝ่าอุปสรรคพลิกสถานการณ์คว้าอันดับที่ 9 มาครอง
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
04/07/2026
“ก้อง-สมเกียรติ” คว้าจ่าฝูงอันดับ 1 รอบคัดเลือก ตั้งเป้าพา ฮอนด้า เอชอาร์ซี รักษาแชมป์ Suzuka 8 Hours 2026
“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ผนึกกำลังร่วมกับทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี ทำผลงานได้เริ่มต้นเข้าสู่การแข่งขันศึกเอฟไอเอ็ม เอ็นดูรานซ์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 รายการ Suzuka 8 Hours 2026 ได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อสามารถคว้าอันดับที่ 1 ในรอบคัดเลือก เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
สำหรับรอบคัดเลือกจะแบ่งนักบิดออกเป็น 3 กลุ่ม “ก้อง-สมเกียรติ” บิดรถ Honda CBR1000RR-R หมายเลข 30 ลงสนามในเซสชัน Red Rider โดยรอบคัดเลือกรอบแรกนักบิดไทยจบอันดับ 6 ด้วยเวลาที่ดีที่สุด 02:05.763 นาที
รอบคัดเลือกรอบที่ 2 “ก้อง-สมเกียรติ” สามารถพัฒนาผลงานได้อีกครั้งเมื่อทำเวลา 02:05.465 นาที คว้าอันดับ 4 ในเซสชัน Red Rider และเมื่อนำผลงานของนักบิดทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี ที่ดีที่สุดมารวมกันแล้วส่งผลให้ทีมโรงงานสามารถคว้าอันดับที่ 1 ของรอบคัดเลือกมาครองได้และผ่านเข้าสู่รอบ Top 10 Trial ซึ่งจะนำทีมที่ได้ 10 อันดับแรก มาคัดเลือกจัดอันดับออกสตาร์ตอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคมนี้
โดย “ก้อง-สมเกียรติ” กล่าวว่า
“ในการควอลิฟายรอบแรก อุณหภูมิพื้นแทร็กค่อนข้างสูงมาก ทำให้ผมไม่สามารถทำเวลาต่อรอบได้ดีอย่างที่ต้องการ ในการควอลิฟายรอบที่สองอุณหภูมิแทร็กดีขึ้นมาก ช่วงบ่ายผมจึงสามารถปรับปรุงเวลาต่อรอบได้ และยังรักษาความสม่ำเสมอของจังหวะการขี่ได้ดียิ่งขึ้นด้วย”
“ก่อนมาที่นี่ ผมเพิ่งได้ทดสอบรถเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ผมมีความสุขมากที่สามารถพัฒนาผลงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทีมงานทุกคนปฏิบัติต่อกันเหมือนครอบครัว พวกเขาช่วยทำให้ผมผ่อนคลายและมีสมาธิ ทำให้ผมสามารถสนุกกับการขี่และขี่ในสไตล์ของตัวเองได้อย่างเต็มที่”
ด้าน “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ลงบิด Honda CBR1000RR-R หมายเลข 88 ร่วมกับ “ไครุล อิดฮัม ปาวี” นักแข่งจากประเทศมาเลเซียและ “อาเดนันตา ปุตรา” นักแข่งจากประเทศอินโดนีเซีย ลงสนามรอบคัดเลือกเช่นกันและสามารถพาทีมฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท แอสเตโม คว้าอันดับที่ 20
การแข่งขันรายการ โคคา-โคล่า ซูซูกะ เอท อาวเวอร์ส เอ็นดูรานซ์ โรด เรซ จะทำการแข่งขันกันในวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2026 เวลา 09.30 น. ถึง 17.30 น.
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
03/07/2026
“ยามาฮ่า” เปิดไลน์อัปยุคใหม่ ! “ฮอร์เก้ มาร์ติน - ไอ โอกุระ” นำทัพล่าแชมป์โลก โมโตจีพี 2027-2028
ยามาฮ่า มอเตอร์ ประกาศแต่งตั้ง ฮอร์เก้ มาร์ติน แชมป์โลกโมโตจีพี ชาวสเปน และ ไอ โอกุระ ดาวบิดชาวญี่ปุ่น เป็นนักแข่งประจำทีม ยามาฮ่า แฟคตอรี โมโตจีพี สำหรับการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี ฤดูกาล 2027-2028 อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศเดินหน้าสู่ยุคใหม่ของการแข่งขัน ด้วยเป้าหมายในการพาทีมกลับคืนสู่การลุ้นแชมป์โลกอีกครั้ง
การประกาศไลน์อัปครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโครงการโมโตจีพีของยามาฮ่า ภายใต้กฎการแข่งขันใหม่ที่จะเริ่มต้นในปี 2027 โดยทีมเชื่อมั่นว่าการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ของแชมป์โลกอย่าง ฮอร์เก้ มาร์ติน และศักยภาพของดาวรุ่งอย่าง ไอ โอกุระ จะเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันทีมสู่ความสำเร็จในอนาคต
เปาโล พาเวซิโอ กรรมการผู้จัดการ ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง กล่าวว่า
“เรารู้สึกยินดีและตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับ ฮอร์เก้ และ ไอ เข้าสู่ ยามาฮ่า แฟคตอรี โมโตจีพี ทีม ในช่วงเวลาสำคัญที่การแข่งขันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ในปี 2027 การได้นักบิดระดับแถวหน้าทั้งสองคนมาร่วมทีม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยามาฮ่า และความเชื่อมั่นที่พวกเขามีต่อโครงการของเรา” “ฮอร์เก้ ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในนักบิดที่แข็งแกร่งที่สุดของโมโตจีพี ทั้งในด้านความเร็ว ความมุ่งมั่น และจิตวิญญาณของผู้ไล่ล่าชัยชนะ เราเชื่อว่าเขาจะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับศักยภาพของทีมตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นทำงานร่วมกัน” “สำหรับ ไอ เขาแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่โดดเด่นตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งพรสวรรค์ ความมุ่งมั่น และทัศนคติในการทำงาน เรามั่นใจว่าเขามีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักบิดชั้นนำของโมโตจีพี และเราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับนักบิดชาวญี่ปุ่นกลับมาสู่ทีมโรงงานยามาฮ่าอีกครั้ง”
ฮอร์เก้ มาร์ติน สร้างชื่อจากการคว้าแชมป์โลก โมโตทรี ในปี 2018 ก่อนเลื่อนขึ้นสู่รุ่น โมโตทู ในช่วงปี 2019-2020 และก้าวสู่พรีเมียร์คลาสในปี 2021 จากนั้นผงาดคว้าแชมป์โลก โมโตจีพี ได้สำเร็จในฤดูกาล 2024 พร้อมก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักบิดระดับแถวหน้าของโลก ด้าน ไอ โอกุระ เริ่มต้นเส้นทางบนเวทีชิงแชมป์โลกในปี 2018 ก่อนสร้างผลงานโดดเด่นด้วยการจบอันดับ 3 ในรุ่น โมโตทรี จากนั้นเลื่อนขึ้นแข่งขันในรุ่น โมโตทู ตั้งแต่ปี 2021 และคว้าแชมป์โลกได้ในฤดูกาล 2024 ก่อนก้าวสู่การแข่งขันพรีเมียร์คลาสในปี 2025 การเข้าร่วมทีมของ โอกุระ ยังถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของยามาฮ่า เมื่อเขาจะกลายเป็น นักบิดชาวญี่ปุ่นคนแรกในยุคโมโตจีพีที่ลงแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลให้กับทีมโรงงานยามาฮ่า พร้อมมีบทบาทสำคัญในการพัฒนารถแข่ง YZR-M1 ภายใต้กฎการแข่งขันยุคใหม่ การผนึกกำลังระหว่าง ฮอร์เก้ มาร์ติน และ ไอ โอกุระ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของยามาฮ่าในการผสานประสบการณ์ ความเร็ว และคนรุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนทีมสู่ความสำเร็จ พร้อมเปิดบทใหม่ของการไล่ล่าแชมป์โลกบนเวทีรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี ตั้งแต่ฤดูกาล 2027 เป็นต้นไป
-----------------------------
#ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด
02/07/2026
“ก้อง-สมเกียรติ” ผนึกกำลัง ฮอนด้า เอชอาร์ซี ซิวอันดับ 1 เซสชั่น 3 และ 4 ช่วงฝนถล่มแทร็ก ลุ้นรักษาแชมป์ ด้าน “ชิพ-นครินทร์” เซตติ้งลงตัว ศึก Suzuka 8 Hours
ทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี เดินหน้าการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันศึกเอฟไอเอ็ม เอ็นดูรานซ์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 ครั้งที่ 47 รายการ Suzuka 8 Hours 2026 อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่สองของการทดสอบรถ ณ สนามซูซูกะ เซอร์กิต เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยังคงทำการทดสอบรถเป็นวันที่สองร่วมกับทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี บิดรถ Honda CBR1000RR-R หมายเลข 30 โดยการทดสอบภาคเช้าสองเซสชั่นแรกจัดขึ้นในสภาพอากาศแห้งและอุณหภูมิค่อนข้างเย็น การทดสอบเซสชั่นแรกนักบิดทั้งสามคนต่างผลัดกันลงสนามโดย “ก้อง-สมเกียรติ” เป็นผู้ลงสนามทดสอบก่อนจากนั้นจึงเปลี่ยนให้ “ทาคูมิ ทาคาฮาชิ” และ “โจนาธาน เรีย” ลงสนามตามลำดับ โดยทีมสามารถทำเวลาดีที่สุดอยู่ที่ 02:05.600 นาที รั้งอันดับที่ 4
การทดสอบเซสชั่นที่สอง “ก้อง-สมเกียรติ” รับบทบาทเป็นผู้ลงสนามตลอดทั้งเซสชั่น โดยนักบิดไทยสามารถพัฒนาความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับตัวรถเพิ่มเติม โดยทำเวลาต่อรอบดีที่สุดเป็นสถิติของตัวเองที่ 02:05.598 นาที พาทีมจบด้วยอันดับที่ 3 ในเซสชั่นนี้
จากนั้นช่วงพักกลางวันก็มีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ในการทดสอบเซสชั่นที่ 3 และ 4 ต้องดำเนินไปภายใต้สภาพแทร็กที่เปียกชื้น ทำให้ทีมเก็บข้อมูลสำคัญพร้อมทำเวลาได้ 02:18.898 กับ 02:18.678 นาที คว้าอันดับ 1 ทั้งสองเซสชั่น
การทดสอบเซสชั่นสุดท้าย “ก้อง-สมเกียรติ” รับหน้าที่ลงทดสอบเดี่ยวเพื่อสร้างความคุ้นเคยและพัฒนาเวลาโดยนักบิดไทยทำเวลาดีที่สุดได้ 02:19.377 นาที รั้งอยู่อันดับที่ 5 เป็นการปิดท้าย โดยเจ้าตัวกล่าวถึงการทดสอบวันที่สองว่า
“ผมพอใจกับผลงานของวันนี้ครับ เวลาต่อรอบที่ดีที่สุดของผมในช่วงเช้าที่ขี่บนสนามแห้งดีขึ้นจากเดิมประมาณครึ่งวินาที นอกจากนี้เรายังได้ทดลองวิ่งระยะยาว (Long Run) และจังหวะการขี่ของผมก็ค่อนข้างดี ช่วงบ่ายฝนเริ่มตก และนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ขี่รถแข่งบนสนามซูซูกะในสภาพแทร็กเปียก ช่วงแรกค่อนข้างยากสำหรับผม ดังนั้นผมจึงพยายามลงขี่ให้มากที่สุด เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจความรู้สึกของรถแข่งและยาง ผมติดตามชมการแข่งขันนี้ทุกปี ผมเคยคิดอยู่เสมอว่าสักวันหนึ่งอยากมีโอกาสลงแข่งขันที่นี่ และตอนนี้โอกาสนั้นก็มาถึงแล้ว”
ด้าน “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ลงบิด Honda CBR1000RR-R หมายเลข 88 ร่วมกับ “ไครุล อิดฮัม ปาวี” นักแข่งจากประเทศมาเลเซียและ “อาเดนันตา ปุตรา” นักแข่งจากประเทศอินโดนีเซีย ลงสนามทดสอบเป็นวันที่สองเช่นกัน โดยทีมฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท แอสเตโม เน้นเรื่องความคุ้นเคยและปรับเซตติ้งรถ เพื่อให้นักบิดทั้งสามคนพร้อมสร้างผลงานในการแข่งขันให้ดีที่สุดตามเป้าหมายของทีม
การแข่งขันรายการ โคคา-โคล่า ซูซูกะ เอท อาวเวอร์ส เอ็นดูรานซ์ โรด เรซ จะทำการแข่งขันกันในวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2026 เวลา 09.30 น. ถึง 17.30 น.
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
02/07/2026
“ก้อง-สมเกียรติ” ควง “ชิพ-นครินทร์” เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์นักบิดไทย 2 คน ลุยศึกเอ็นดูรานซ์ชิงแชมป์โลก ซูซูกะ เอท อาวเวอร์ส ลุ้นธงชาติไทยโบกสะบัดบนโพเดียม
การแข่งขันรถจักรยานยนต์เอ็นดูรานซ์ชิงแชมป์โลกหรือเอฟไอเอ็ม เอ็นดูรานซ์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 รายการ โคคา-โคล่า ซูซูกะ เอท อาวเวอร์ส เอ็นดูแรนซ์ โรด เรซ ครั้งที่ 47 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 3-5 กรกฎาคม ณ สนามซูซูกะ เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น โดยในปีนี้นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีนักแข่งไทยจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” เข้าร่วมการแข่งขันพร้อมกันถึง 2 คนซึ่งก็คือ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา และ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์
โดย “ก้อง-สมเกียรติ” ได้รับโอกาสสำคัญลงสนามบิดรถ Honda CBR1000RR-R SP หมายเลข 30 ให้กับทีมโรงงาน “ฮอนด้า เอชอาร์ซี” ร่วมกับนักบิดชั้นนำอย่าง “ทาคูมิ ทาคาฮาชิ” และ “โจนาธาน เรีย” โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการคว้าแชมป์สมัยที่ 5 ติดต่อกัน ขณะที่ “ชิพ-นครินทร์” จะลงสนามด้วยรถ Honda CBR1000RR-R หมายเลข 88 สังกัดทีม “ฮอนด้า เอเชีย ดรีม เรซซิ่ง วิท แอสเทโม” ร่วมกับ “ไครุล อิดฮัม ปาวี” นักบิดจากประเทศมาเลเซียและ “อาเดนันตา ปุตรา” นักบิดอินโดนีเซีย
ด้านความพร้อมล่าสุด “ก้อง-สมเกียรติ” ได้ทำการทดสอบรถเพื่อเก็บระยะและประสบการณ์เพิ่มเติมกับรถแข่ง CBR1000RR-R SP รวมถึงเพิ่มความคุ้นเคยกับตัวรถ ทีมงาน และกระบวนการทำงานภายในทีมให้พร้อมที่สุดก่อนการแข่งขัน โดยนักบิดขวัญใจชาวไทย กล่าวว่า
“การทดสอบรถสำหรับผมถือว่าไม่เลวเลยครับ ผมพยายามเรียนรู้สนามให้มากขึ้น รวมถึงทำความเข้าใจเรื่องการเซ็ตอัพรถแข่งให้ดียิ่งขึ้นด้วย โดยรวมแล้วเป็นวันที่มีประโยชน์มาก และผมได้ลงขี่ในช่วงสตินต์ยาวหลายครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผม”
“จังหวะความเร็ว (Pace) โดยรวมก็ค่อนข้างดีเช่นกัน แม้ว่าเวลาต่อรอบที่ดีที่สุดของผมจะยังไม่อยู่ในระดับที่ต้องการก็ตาม เรายังเหลือการทดสอบอีกหนึ่งครั้ง ผมจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ต่อไป และหวังว่าเราจะสามารถพัฒนาไปได้อีกขั้น มาดูกันว่าผมจะทำอะไรได้บ้างครับ”
สำหรับการแข่งขันซูซูกะ เอท อาวเวอร์ส ในปี 2026 ถูกเลื่อนขึ้นมาจัดเร็วกว่าปกติหนึ่งเดือน สภาพอากาศจึงไม่ร้อนจัดเหมือนที่มักพบในช่วงสัปดาห์การแข่งขันของปีที่ผ่านมา โดยอุณหภูมิอากาศตลอดวันอยู่ต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ความชื้นอยู่ในระดับปานกลาง และมีเมฆปกคลุมเป็นช่วง ๆ ซึ่งจะส่งผลให้นักบิดสามารถลงสนามแข่งขันภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความเสถียรและสม่ำเสมอ
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
02/07/2026
ยามาฮ่าส่งมอบรางวัล Yamaha PG-1 ให้ผู้โชคดีจากแคมเปญ “อะไหล่แท้แจกจริงปี 14” จับรางวัลครั้งที่ 1
นายธนยศ วิสุทธิสังวร ผู้จัดการ 2 แผนกวางแผนอะไหล่ และส่งเสริมการขาย พร้อมด้วยทีมบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมส่งมอบรถจักรยานยนต์ Yamaha PG-1 มูลค่า 57,500 บาท ให้แก่ นางกฤติภรณ์ คล้ายเข็ม เจ้าของร้านซ่อมอิสระอ้วนเซอร์วิส จังหวัดกาญจนบุรี ผู้โชคดีจากแคมเปญ “อะไหล่แท้แจกจริงปี 14” จับรางวัลครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
โดยการส่งมอบรางวัลในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหาร ร้านยามาฮ่าสแควร์ วรรธนะวุฒิ จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมเป็นสักขีพยาน และแสดงความยินดีกับผู้โชคดี โดยแคมเปญ “อะไหล่แท้แจกจริงปี 14” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ร้านซ่อมจักรยานยนต์อิสระเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ YAMALUBE และอะไหล่แท้จากยามาฮ่าในการให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่น และไว้วางใจจากผู้ใช้งานในการใช้อะไหล่แท้ที่ได้คุณภาพจากยามาฮ่า พร้อมมอบสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่จากยามาฮ่า
โดยการจับรางวัลแคมเปญ “อะไหล่แท้แจกจริงปี 14” ยังมีการมอบรางวัลอีก 2 ครั้ง ได้แก่การจับรางวัลครั้งที่ 2 ในเดือนกันยายน และการจับรางวัลครั้งที่ 3 ในเดือนธันวาคม 2569
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร กิจกรรม และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/Yamaha-Promotion-SparePart2026 หรือ LINE OA : https://lin.ee/OlsaYs1
#ยามาฮ่า #อะไหล่แท้แจกจริงปี14 #อย่ามาอะไรก็ได้ถ้าไม่ใช้ยามาลู้ป
02/07/2026
ยามาฮ่าบันทึกความทรงจำ 2 นักบิด “ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร” และ “อเล็กซ์ รินส์” หลังจบฤดูกาล โมโตจีพี 2026 หลังร่วมสร้างความยิ่งใหญ่ และก้ามข้ามทุกอุปสรรค
ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร แชมป์โลก โมโตจีพี ปี 2021 ชาวฝรั่งเศส และ อเล็กซ์ รินส์ นักบิดชาวสเปน จะอำลจาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพีทีม หลังสิ้นสุดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี ฤดูกาล 2026 ซึ่งนับเป็นการปิดฉากการเดินทางร่วมกันของทั้งสองนักบิดกับยามาฮ่า หลังร่วมสร้างผลงานและพัฒนาโครงการโมโตจีพีของทีมมาอย่างต่อเนื่อง
กวาร์ตาราโร ก้าวขึ้นสู่ทีมโรงงานยามาฮ่าในปี 2019 ก่อนสร้างชื่ออย่างรวดเร็วในฐานะหนึ่งในนักบิดที่โดดเด่นที่สุดของยุค ด้วยผลงานคว้าชัยชนะ 11 กรังด์ปรีซ์ ขึ้นโพเดียมรวม 32 ครั้ง และสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์โลกพรีเมียร์คลาสในปี 2021 นำความสำเร็จครั้งสำคัญกลับคืนสู่ยามาฮ่า พร้อมก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักบิดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของทีมในยุคปัจจุบัน
ด้าน รินส์ เข้าร่วมทีม มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ในปี 2024 พร้อมประสบการณ์ในฐานะนักบิดผู้ชนะกรังด์ปรีซ์หลายสนาม โดยตลอดระยะเวลาที่ร่วมงานกับยามาฮ่า เขามีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดประสบการณ์ พัฒนารถแข่ง YZR-M1 และผลักดันโครงการโมโตจีพีของยามาฮ่าให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
เปาโล พาเวซิโอ กรรมการผู้จัดการ ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง กล่าวว่า
“ฟาบิโอ และอเล็กซ์ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงการ โมโตจีพี ของยามาฮ่า เราขอขอบคุณสำหรับความมุ่งมั่น ความทุ่มเท และความเป็นมืออาชีพที่ทั้งสองคนมีให้กับทีมตลอดหลายปีที่ผ่านมา”
“ฟาบิโอ และยามาฮ่า เดินทางร่วมกันมายาวนานถึง 8 ปี เราได้แบ่งปันทั้งช่วงเวลาแห่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่และช่วงเวลาที่ท้าทาย เราเติบโตไปด้วยกันทั้งในฐานะทีมและครอบครัว นอกเหนือจากผลงานในสนามแล้ว ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทางนี้มีคุณค่าอย่างยิ่ง และฟาบิโอจะยังคงเป็นหนึ่งในนักบิดระดับตำนานของครอบครัวยามาฮ่าตลอดไป”
“สำหรับ อเล็กซ์ นับตั้งแต่เข้าร่วมทีมในปี 2024 เขาได้นำประสบการณ์อันล้ำค่า ความเข้าใจเชิงเทคนิค และความมุ่งมั่นมาสู่ทีม พร้อมมีบทบาทสำคัญในการพัฒนารถแข่ง YZR-M1 และช่วยผลักดันโครงการโมโตจีพีของยามาฮ่าให้ก้าวไปข้างหน้า”
“แม้การกล่าวคำอำลาหลังจากร่วมงานกันมาหลายปีจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เรายังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ในทุกสนามที่เหลือของฤดูกาล เพื่อปิดฉากการเดินทางครั้งนี้ด้วยผลงานที่ดีที่สุด และสร้างความทรงจำที่ยอดเยี่ยมร่วมกันอีกครั้ง”
ทั้งนี้ ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง และนักบิดทั้งสองคน จะยังคงเดินหน้าร่วมกันอย่างเต็มกำลังตลอดการแข่งขันที่เหลือของศึก โมโตจีพี 2026 โดยมีเป้าหมายในการสร้างผลงานสูงสุด พร้อมสานต่อการพัฒนารถแข่ง YZR-M1 เพื่อปิดฉากการทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบก่อนสิ้นสุดฤดูกาล
-----------------------------
#ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด
02/07/2026
ฉลองครบรอบ 10 ปี YAMAHA NMAX ตอกย้ำความสำเร็จระดับโลก! ครองตำแหน่งสปอร์ตพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ยอดนิยมอันดับ 1 ในยุโรป พร้อมสร้าง Kando ให้ผู้ขับขี่กว่า 60 ประเทศทั่วโลก
YAMAHA NMAX เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 ด้วยการก้าวขึ้นเป็นสปอร์ตพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ขนาด 155 ซีซี ยอดนิยมอันดับ 1 ของตลาดยุโรป พร้อมได้รับความไว้วางใจจากผู้ขับขี่ในประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร สเปน และอีกหลายประเทศ สะท้อนถึงความสำเร็จของรถออโตเมติกระดับโลกที่ผสานสมรรถนะ เทคโนโลยี และดีไซน์ระดับพรีเมียมไว้อย่างลงตัว
ตลอดระยะเวลา 10 ปี YAMAHA NMAX ได้พิสูจน์ความเป็น Premium Sport Scooter ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ขับขี่ทั่วโลก ด้วยการถ่ายทอด DNA จากตระกูล MAX Series อันเป็นเอกลักษณ์ของยามาฮ่า ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ BLUE CORE 155 ซีซี พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA ที่มอบทั้งสมรรถนะอันเร้าใจและความประหยัดน้ำมัน ระบบ Traction Control System (TCS) ระบบเบรก ABS Dual Channel รวมถึงเทคโนโลยีล่าสุด YECVT ที่เพิ่มอัตราเร่งและความสนุกในการขับขี่ พร้อมระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน YAMAHA MOTOR ON ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ความสำเร็จของ YAMAHA NMAX ไม่ได้สะท้อนเพียงยอดจำหน่ายในยุโรปเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ขับขี่ทั่วโลกที่มีต่อคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และนวัตกรรมของยามาฮ่า จนทำให้ NMAX กลายเป็นหนึ่งในโมเดลระดับโลกที่ได้รับความนิยมสูงสุดของบริษัท และเป็นกำลังสำคัญในการขยายฐานลูกค้าในตลาดสกู๊ตเตอร์พรีเมียมในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย YAMAHA NMAX ยังคงครองใจผู้ขับขี่ชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยความโดดเด่นทั้งด้านดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม สมรรถนะการขับขี่ เทคโนโลยีความปลอดภัย และฟังก์ชันอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับในทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล
ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของ YAMAHA NMAX ไม่ได้เกิดขึ้นจากการพัฒนาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนถึงปรัชญา Kando ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของยามาฮ่าในการสร้าง "ความประทับใจและความตื่นเต้นที่เกินความคาดหมาย" ให้กับผู้ขับขี่ ผ่านการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม คุณภาพ และสมรรถนะที่ตอบสนองทุกการใช้งาน พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่าความคาดหวังในทุกเส้นทาง
10 ปีแห่งความสำเร็จ...YAMAHA NMAX ไม่ได้เป็นเพียง Premium Sport Scooter ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย แต่ยังเป็นรถระดับโลกที่ได้รับการยอมรับจากผู้ขับขี่ในยุโรป และอีกหลายประเทศทั่วโลก พร้อมเดินหน้าสานต่อปรัชญา Kando เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้ขับขี่ในทุกการเดินทาง และมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั่วโลกต่อไป
#ยามาฮ่าเร่งชีวิตให้เร้าใจ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
111/436 หมู่บ้านพนาลี ศรีนครินทร์-บางนา หมู่ 4 ต. บางแก้ว อ. บางพลี จ. สมุทรปราการ
Samut Prakan
10540