Top 100
18/04/2022
บุญเท่าไหร่แล้ว ที่ได้เกิดมา ได้อัตถภาพ ความเป็นมนุษย์ บุญเท่าไหร่แล้ว ที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ได้เจอพระรัตนตรัย สรณะอันประเสริฐ บุญเท่าไหร่แล้วที่ได้มีโอกาส เจออุปัชฌาย์ครูบาอาจารย์ ดีๆ บุญเท่าไหร่แล้ว ที่มีโอกาสฝึกปฏิบัติขัดเกลากิเลส ให้พ้นจากเครื่องเศร้าหมองเสียได้
บุญไม่มีประมาณแล้วนะ ท่านทั้งหลาย
04/04/2022
"หัดพูดแต่คำวาจาที่ประสานมิตรไมตรีจิต
ต่อกันและกัน ไม่ไปยุให้รำ ตำให้รั่ว ไม่ไปยุยง
ให้ใครทะเลาะวิวาท แตกร้าวสามัคคีกัน
พูดแต่วาจานิ่มนวลอ่อนหวาน ต่อบุคคลทั่วไป
เว้นจากการพูดคำหยาบโลนต่างๆ พูดแต่เรื่อง
ที่เป็นประโยชน์ต่อตน และผู้อื่น
เรื่องใดที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนและผู้อื่นแล้ว
ก็ไม่พูด เพราะเสียเวลาไปเปล่าๆ นิ่งเสียดีกว่า"
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
15/03/2022
"โคตรภูญาณ"
จิตมันอยู่ระหว่าง โลกีย์ กับ โลกุตตระ..
คือความเป็นคนกับความเป็นพระอริยเจ้า ท่านเปรียบเหมือนกับ ลำรางเล็ก ๆ น่ะ คือ ขาหนึ่งยืนอยู่นี่ อีกขาหนึ่งฝ่ายโลกีย์ ยังยกไม่ขึ้น
ทีนี้อารมณ์ของโคตรภู..
เราต้องรู้ว่า ขณะใดเราเข้าถึงโคตรภู ไอ้พูดตามตำรานี่มันพูดได้ไม่ยากหรอก แต่ตัวเข้าถึงนี่ซี ถ้าเราเป็นฝ่ายวิชชาสามนะ มันเห็นชัด คือ เวลาที่เราถอดจิตขึ้นไปตามปกติ เราจะท่องเที่ยวแต่เฉพาะในส่วนของโลกีย์ใช่ไหม จะเป็นเมืองมนุษย์ก็ดี อบายภูมิก็ดี เทวดา พรหมก็ดี แต่ส่วนโลกุตตระเราจะเข้าไม่ได้ ไม่สามารถจะเห็น แต่ถ้าอารมณ์ของจิตเข้าถึงโคตรภู เราจะเห็นพระนิพพานชัด
ถ้าพูดถึงอารมณ์..
อันดับแรก อารมณ์มันจะยึดตัว "ธรรมดา" คือ ใครด่าเขาด่า ก็ว่า เป็นธรรมดาเกิดมาต้องมีคนเขาด่าว่า อันที่จริงก็โมโหเหมือนกันนะ แต่โมโหแล้วมันปล่อย ไม่เกาะอยู่ ถ้ายังไม่ได้อนาคามี อย่านึกว่า ไม่มีโมโห โทโส มีโกรธ เหมือนกัน โกรธเดี๋ยวเดียว แต่ไม่ไปอาฆาต ไม่ไปทำร้ายเขาแล้วมันก็หายไป เห็นอะไรๆ มันก็ธรรมดา ถ้าไปเจอะคน ตายมันก็วาบหวิวไปนิดหนึ่ง ประเดี๋ยวตัว "ธรรมดา" มันก็ปรากฏ
ถ้าอารมณ์เข้มขึ้น..
มันก็ยัน "ธรรมดา" อยู่เสมอ แต่ก็ยังมีสะท้านอยู่บ้าง ในขณะเดียวกัน ก็มีอารมณ์ "รักพระนิพพานเป็นที่สุด" ใครจะพูดเรื่องอะไรก็ฟังได้ แต่ฉันไม่เอาด้วย ฉันจะไปนิพพานนี่สำหรับพวกมีวิชชาสาม
ส่วนพวกสุกขวิปัสสโก ก็ต้องสังเกตอารมณ์เอาว่า.. "ยึดธรรมดา และ รักพระนิพพาน" เพียงใด ถ้ารักมากก็ชื่อว่าเข้าถึงโคตรภู ต้องสังเกตตรงนี้ ไม่ใช่ว่าเราไปแกล้งธรรมดานะ ต้องธรรมดานะของมันเป็นปกติ จิตจะรักพระนิพพานเป็นอารมณ์จริง ๆ แต่ถ้าไปนิพพานไม่ได้อย่างอื่นก็ต้องการ คือ จะไปพักสวรรค์พักพรหมโลก พักเพื่อหวังนิพพาน จะทำอะไรก็ตามไม่หวังผลตอบแทนฉันหวังจะไปนิพพาน
นี่คือ... "อารมณ์โคตรภู"
หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง
15/03/2022
"พระศรีอาริยเมตไตรย"
ถามท่านว่า ทำไมจึงให้สร้างรูปพระศรีอาริย์ฯ
ท่านบอกว่า คนจำนวนมากที่มีบารมียังไม่เข้มข้น และคนจำนวนแสนที่ติดตามพระศรีอาริย์ฯ ต้องการเป็นสาวกของท่านก็มาเกิดสมัยนี้เป็นแสน
ทั้งพระศรีอาริย์ฯ ก็ฝากเธอไว้ว่า ให้ช่วยแนะนำให้เข้าใจตามเกณฑ์ที่เขาเหล่านั้นจะเกิดทันท่าน
ในขณะนั้น ท่านเรียกพระศรีอริย์ฯมา พระศรีอาริย์ฯท่านมีความต้องการให้คนที่มีความต้องการที่จะเกิดในสมัยท่าน ได้ฟังเทศน์จบเดียวก็เป็นพระอรหันต์
พระศรีอาริย์ท่านตรัสว่า คนที่ต้องการไปเกิดในสมัยผม ขอให้ปฏิบัติตามนี้ คือ
(1) ตั้งใจรักษาศีล 5 และกรรมบถ 10 ให้ครบถ้วนเสมอ ถ้ารักษาครบทุกวันไม่ได้ วันอื่นอาจจะบกพร่องบ้าง ก็ไม่เป็นไร แต่ทุกวันพระ ต้องรักษาให้ครบ ทั้งศีล 5 และกรรมบถ 10
(2) จงหมั่นให้ทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ สังฆทาน ถ้าจนมาก ทรัพย์มีน้อย ก็จัดหาอาหาร หรือผลไม้ ผล 2 ผล ถวายพระที่มีตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไป ก็เป็นสังฆทาน มีอานิสงส์มาก
(3) จงเจริญภาวนาเสมอๆ ถ้าทำไม่ได้มาก เมื่อศีรษะถึงหมอน ก็ให้ภาวนาเล็กน้อยแล้วหลับไป
เพียงเท่านี้ เขาจะเกิดในสมัยผมตรัสเป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน
ถามท่านว่า จะให้หล่อรูปแบบไหน เป็นรูปพระ หรือเทวดา ท่านบอกว่า เวลานี้ผมเป็น เทวดา ก็หล่อรูปเทวดา อย่าเพิ่งหล่อรูปเป็นพระ
ถามท่านว่า ให้หล่อแบบไหน
ท่านก็ยืนตรงมือขวาถือกงจักร มือซ้ายถือพระขรรค์ ใส่ชฎา
ปัญหามีอยู่ว่า ผิวท่านขาวมาก เหมือนพ่นด้วยสีเงิน และเครื่องแต่งกายท่านเป็นแก้ว จะให้ทำอย่างไร ถ้าเอาแก้วติดเหมือนกันจะดูไม่ตรงตามความเป็นจริง เพราะเนื้อท่านไม่เป็นแก้ว
ท่านบอกว่า ตอนที่เป็นเนื้อ ให้เอาแผ่นเงินปิด ตอนที่เป็นครื่องแต่งกาย ให้ใช้กระจกเงาใส
เรื่องรูปผ่านไป ต่อมาก็ถามความหมายกับสมเด็จองค์ปฐมว่า ทำไมจึงต้องหล่อรูปพระศรีอาริย์ฯ มีความสำคัญอย่างไร
สมด็จองค์ปฐมท่านตรัสว่า เป็นอนุสติ คนจะได้จับรูปนี้เป็นนิมิต และความมั่นใจที่พระศรีอริย์แนะนำให้ปฏิบัติก็จะมีมากขึ้น จะเป็นการช่วยให้เขาเหล่านั้นไม่ตกนรก และเกิดทันสมัยท่าน
เมื่อเหตุผลพออย่างนั้น ก็รับอาสาว่า จะสร้างตามพระพุทธประสงค์ คือหล่อรูปพระศรีอาริย์ฯ ในงานเดือนมีนาคม 2537
พระราชพรหมยาน
17 มีนาคม 2535
แก้ข้อข้องใจเรื่องรูปทรง และเครื่องประดับองค์พระศรีอาริย์
ตามที่เขียนมาแล้ว ได้เขียนว่า พระศรีอาริย์ๆ ท่านมาแสดงองค์ท่านให้เห็น เพื่อปั้นหุ่นหล่อรูปท่าน ท่านมีเครื่องแต่งองค์สีขาวทั้งองค์ ผิวเนื้อขาวคล้ายสีเงินนั้นเป็นรูปทรงและเครื่องแต่งองค์ท่าน ที่ท่านต้องการให้ทำอย่างนั้น เพื่อเปลื้องความสงสัยของนักปฏิบัติเพื่อทิพจักขุญาณ
ขอให้ทุกท่านเข้าใจตามความเป็นจริงว่า พระศรีอาริย์ฯตามปกตินั้น ท่านมีเพชรประดับ เครื่องทรงของท่านหลายสี สวยงามมาก ซึ่งปกติจะไม่พบว่าท่านทรงชุดสีขาวเป็นแก้วเลย แต่เมื่อถามท่านว่า ทำไมจึงให้หล่อรูปท่านให้มีเครื่องทรงเป็นชุดสีขาว
ท่านตอบว่า "ท่านจะหล่อรูปผมเพื่อให้พุทธบริษัทบูชา ผมจึงให้ใช้เครื่องทรงชุดสีขาวประดับแก้วสะท้อนแสง ทั้งนี้ก็เพราะว่า สีขาวเป็นสีสะอาด ให้สังเกตดูคณะบุคคลที่แต่งชุดสีขาวเปรียบเทียบกับสีอื่น เช่น คณะแม่ชีสีขาว คณะพยาบาลสีขาว คณะข้าราชการเมื่อแต่งชุดสีขาว จะดูสง่างามกว่าชุดสีอื่นๆ สีขาวเป็นสีเรียบ ทำให้ชื่นตาชื่นใจดีกว่าสีอื่น ฉะนั้นผมจึงให้ท่านทำเครื่องแต่งองค์เป็นชุดสีขาว"
ขอนักปฏิบัติ และครูผู้สอน จงอย่าคิดว่า พระศรีอาริย์ที่เห็นนั้น จะต้องมีเครื่องทรงเป็นชุดสีขาวเสมอไป ท่านจะทรงเครื่องแต่งองค์ชุดสีอะไรก็ตาม เมื่อเห็นท่าน ก็ให้ถือว่าท่านคือพระศรีอาริย์ ทั้งท่านอาจจะทรงครื่องแต่งองค์ให้เหมาะสมกับจริตของผู้เข้าไปนมัสการท่าน เพื่อเจริญศรัทธาให้ชื่นตาชื่นใจของผู้พบเห็น
สำหรับ พระขรรค์ และจักร ที่ท่านถือ มือขวาถือจักร มือซ้ายถือพระขรรค์นั้น ปกติก็ไม่เคยเห็น แต่ในวันนั้นท่านถือให้เห็น ก็แปลกใจเหมือนกัน จึงถามท่านว่า ทำไมจึงมีมือถือทั้งจักรและพระขรรค์
ท่านตอบว่า "ลักษณะที่ผมถือ ผมปล่อยลงตามปกติ ไม่ใช่ถือแบบท่าของนักรบ ทั้งนี้ก็เพราะว่า การปราบกิเลสก็เหมือนกับการปราบข้าศึก แต่ข้าศึกคือกิเลส ร้ายแรงกว่าธรรมดา การถือจักรก็คือพระธรรมจักร มีไว้สำหรับปราบกิเลสของเจ้าสำนักต่างๆที่มีความเข้าใจผิดว่า การปฏิบัติของตนถูกต้อง จึงต้องใช้จักร คือธรรมะที่ละเอียดลึกซึ้งแก้ทุกแง่ทุกมุมของกิเลสที่เขามีอยู่ ความหมายสั้นๆก็คือ แก้หรือทำลายล้างคนที่มีกิเลสหนาแน่นมากนั่นเอง
สำหรับพระขรรค์นั้นเปรียบเสมือนพระสูตร หรือชาดก ค่อยๆลูบหรือสับเบาๆ กิเลสก็สลายตัว มีไว้สำหรับผู้มีกิเลสเบาบาง หรือปานกลาง ไม่ใช่มีไว้สำหรับห้ำหั่นคน หรือสัตว์ แบบนักรบชาวโลก"
ฉะนั้น จึงใคร่ขอร้องให้นักปฏิบัติหรือครูผู้สอน จงอย่าคิดหรือเข้าใจว่า พระศรีอาริย์ฯต้องแต่งชุดสีขาว ซึ่งจริงๆแล้วท่านมีหลายสี แต่ที่ท่านแสดงภาพให้ทำเป็นสีขาวล้วนนั้น ก็มีความประสงค์จะให้ท่านที่บูชา มีจิตเป็นสุขเพราะสีขาวเย็นตาเย็นใจ
พระราชพรหมยาน
30 มีนาคม 2535
จาก : watthasung.com
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Rayong