Maipatana
ผมชอบเขียนโน่นนี่ แล้วคิดว่ามันคงน่าเสียดายถ้ามันจมหายไป เลยทำ website และ เพจ ขึ้นมา ที่เขียนส่วนมากเป็นเรื่องอาคารประหยัดพลังงาน (ผมเป็นผู้ช่วยวิจัยและเรียนป.เอกด้านอาคารประหยัดพลังงาน) และก็สถาปัตยกรรมทั่วๆไป และก็มีแปลโน่นนี่ ส่วนมากเป็นทฤษฎี
น่าจะประมาณนี้แหละครับ
นี่เวบ http://maipatana.me/
17/06/2026
ไม่มีอะไรดีไปกว่าคำชมของลูกค้าหลังจากที่ได้อยู่บ้านที่สร้างเสร็จแล้ว
ข้อความจากลูกค้าโครงการนี้ https://www.facebook.com/maipatanapage/posts/pfbid0383aJ3j2ZjMAmL3dXTXaEPQXXoqLLfwVrPpSnt76Ji3fD1PdrpN73yNn3EmsqASbEl
16/06/2026
มันแค่นั้นเลยจริงๆ
"องค์กรยังไม่มี ‘รากฐานข้อมูล’ ที่พร้อมพอจะทำให้ AI สร้างคุณค่าได้"
ก่อนจะมาดูเรื่อง AI ต้องดูเรื่องข้อมูลก่อน
ทำไมหลายองค์กรลงทุนกับ AI แล้ว แต่ยังสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจไม่ได้จริง?
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ AI ไม่เก่งพอ แต่อยู่ที่องค์กรยังไม่มี ‘รากฐานข้อมูล’ ที่พร้อมพอจะทำให้ AI สร้างคุณค่าได้
ในมุมของคุณแดนพบ ไพโรจน์บริบูรณ์ ผู้จัดการอาวุโสของบริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จํากัดหลายองค์กรยังเริ่มโครงการ AI จากมุมของเทคโนโลยี หรือ IT Project มากกว่าจะเริ่มจากโจทย์ทางธุรกิจ ทำให้ Business Use Case ไม่ชัด ข้อมูลไม่พร้อม และไม่สามารถขยายผลจาก Pilot หรือ PoC ไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กรได้
สิ่งที่น่าสนใจคือ การเป็น Data-Driven Organization ไม่ได้วัดจากการมีข้อมูลมาก แต่วัดจากความสามารถในการใช้ข้อมูลที่มีคุณภาพ เข้าถึงได้ และนำไปตัดสินใจเพื่อสร้าง Business Value ได้จริง
เพราะหากองค์กรยังตอบไม่ได้ว่า ข้อมูลมาจากไหน ใครเป็นเจ้าของ นิยามตรงกันหรือไม่ และธุรกิจต้องการใช้ข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาอะไร ต่อให้มี AI ที่ล้ำแค่ไหน ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจยังไม่สร้าง Impact จริง
Techsauce ชวนเปิดมุมมองจาก ABeam Consulting ว่า ก่อน AI จะเปลี่ยนธุรกิจได้ องค์กรต้องเปลี่ยนวิธีมอง Data อย่างไร
อ่านบทความเต็มต่อได้ที่ลิงก์ใต้คอมเมนต์
15/06/2026
"ศาสนาสร้างขึ้นจากคำสอน คำสอนไม่เปลี่ยน อารยธรรมเปลี่ยน ศาสนาพังทลายเป็นผุยผง บ้านไม่เคยเปลี่ยน ศาสนาของบ้านยังคงเป็นเช่นเดิมหลายศตวรรษ บ้านจะพังทลาย
คนที่ปฏิบัติตามศาสนาและไม่ได้เชื่อในศาสนาคือคนขี้ขลาด เขาไม่มีความสุข พวกเราทุกคนไม่มีความสุขที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่ไม่คู่ควร เพราะบ้านทำลายสุขภาพและธรรมะของเรา เรากลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสถานที่ประจำ นี่คือพวกเรา บ้านกลืนกินเราด้วยความที่เราไม่หนีไป มันบริโภคเรา ในไม่ช้าเราก็ต้องการสิ่งบำบัดมากมาย เราไม่มีความสุข บ้านของเรามันน่ารังเกียจ บ่อยครั้งเราหนีจากมันไปคาเฟ่ ลานเต้นรำ หรือไม่เราก็หม่นหมองหมกตัวอยู่ในบ้านเหมือนสัตว์ที่น่าสมเพช เรากลายเป็นคนสูญเสียธรรมะ"
Le Corbusier เปรียบบ้านเหมือนวัตรปฏิบัติ/คำสอนของศาสนา ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงไปตามอารยธรรม มันก็ต้องล่มสลาย (พังตึกทิ้ง) บ้านแย่ๆทำให้เราไม่อยากอยู่บ้าน เราจึงต้องออกไปข้างนอกบ้าน ไปร้านอาหาร ไปผับ บาร์
"ศาสนาสร้างขึ้นจากคำสอน คำสอนไม่เปลี่ยน อารยธรรมเปลี่ยน ศาสนาพังทลายเป็นผุยผง บ้านไม่เคยเปลี่ยน ศาสนาของบ้านยังคงเป็นเช่นเดิมหลายศตวรรษ บ้านจะพังทลาย
คนที่ปฏิบัติตามศาสนาและไม่ได้เชื่อในศาสนาคือคนขี้ขลาด เขาไม่มีความสุข พวกเราทุกคนไม่มีความสุขที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่ไม่คู่ควร เพราะบ้านทำลายสุขภาพและธรรมะของเรา เรากลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสถานที่ประจำ นี่คือพวกเรา บ้านกลืนกินเราด้วยความที่เราไม่หนีไป มันบริโภคเรา ในไม่ช้าเราก็ต้องการสิ่งบำบัดมากมาย เราไม่มีความสุข บ้านของเรามันน่ารังเกียจ บ่อยครั้งเราหนีจากมันไปคาเฟ่ ลานเต้นรำ หรือไม่เราก็หม่นหมองหมกตัวอยู่ในบ้านเหมือนสัตว์ที่น่าสมเพช เรากลายเป็นคนสูญเสียธรรมะ"
Le Corbusier ปูทางมาว่า ในแต่ละยุคมนุษย์เราก็มีเครื่องมือต่างๆ เครื่องมือก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ อันไหนใช้ไม่ได้ ใช้ไม่ดีก็เปลี่ยน โยนทิ้งไป บ้านก็ควรทำหน้าที่ตามที่มันควรจะทำ
ส่วนธรรมะของบุคคลก็คือความเป็นตัวของตัวเอง ความมีชีวิตชีวา
การที่บอกว่าบ้านควรทำหน้าที่ของตัวเอง ก็เหมือนคำที่บอกว่า is a machine for living in. เค้าก็ยังมีความเห็นนี้กับสิ่งอื่นๆเช่น เก้าอี้ คือ machine for sitting on. อะไรประมาณนี้ ก็คือต้องดูบริบทในยุคนั้นด้วยที่ Le Corbusier พยายามจะอธิบายอย่างมากว่าวิศวกรรมเค้าไปไกล เค้าประสบความสำเร็จ สถาปัตยกรรมควรดูเอาไว้
เรื่องไม่ชอบอยู่บ้าน Le Corbusier ยังเล่าถึงคนรวยๆ พวกนายธนาคาร เจ้าของธุรกิจ ว่าพวกนี้ออฟฟิตดูดี แต่บ้านดูแย่มาก มีของที่ไม่เข้ากันวางเรียงกัน furniture ที่ใหญ่ไม่เหมาะ วางถัดจากรูปภาพราคาแพงที่ไม่เหมาะกัน คนพวกนั้นเลยชอบอยู่ที่ทำงานมากกว่า
แนบ: https://www.facebook.com/maipatanapage/posts/1072831129430246
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
99 Moo 18 Phahonyothin Road
Rangsit
12121