The Insight
23/05/2019
สังหารหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดในสหรัฐที่วูนเด็ดนี
หลังสงครามกลางเมืองสหรัฐยุติลงในปี ค.ศ.1865 ชาวผิวขาวได้ขยายถิ่นฐานเข้าไปในภาคตะวันตก ผู้อพยพจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหล ก่อให้เกิดการปะทะกับชนพื้นเมืองอเมริกัน ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นมาก่อน
ปี ค.ศ. 1872 ได้สำรวจพบสายแร่ทองคำที่เนินดำ (Black Hill) ในรัฐเซาท์ดาโกต้า อันเป็นศูนย์กลางแผ่นดินของชนเผ่าซู ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองเผ่าใหญ่ที่สุดของภาคตะวันตก
หลังพบสายแร่ทองคำ รัฐบาลได้ส่งตัวแทนไปติดต่อขอซื้อเนินดำ ทว่าชาวซู ถือว่าที่นั่นเป็นสถานที่สิงสถิตของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ บรรพบุรุษของพวกเขา จึงปฏิเสธที่จะขายและนั่นเอง ที่ความโลภของคนขาวทำให้พวกเขาสำแดงความอำมหิตออกมา
เมื่อชนเผ่าซูปฏิเสธที่จะขายเนินดำ รัฐบาลสหรัฐจึงส่งทหารหลายพันนายบุกเข้าเขตแดนของพวกซูและสังหารหมู่ชาวอินเดียนทั้งเด็กและผู้หญิงจำนวนมากเพื่อข่มขวัญ ทว่าชาวเผ่าซูกลับลุกขึ้นต่อสู้กับความโหดร้ายของชาวผิวขาว
สงครามระหว่างกองทหารสหรัฐกับนักรบชนเผ่าซู ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี นอกจากรัฐบาลสหรัฐจะทำสงครามกวาดล้างชนเผ่าซูแล้ว ยังส่งกองทหารเข้าโจมตีชนเผ่าอินเดียนเผ่าอื่นๆ อีกด้วยเพื่อยึดครองดินแดนของกลุ่มชนเหล่านั้น
แม้ชาวอินเดียนเผ่าต่างๆจะพยายามต่อสู้ ทว่ากำลังรบและอาวุธที่น้อยกว่า ทำให้พวกเขาต้องพ่ายแพ้ต่อผู้รุกราน ในที่สุดเผ่าต่างๆก็ถูกกวาดล้างไปทีละเผ่า ผู้ที่รอดชีวิตถูกส่งไปอยู่ค่ายกักกันในพื้นที่ที่ถูกเรียกว่า เขตสงวน
ปี.ค.ศ. 1882 เจ้าวัวนั่ง หรือ ซิตติ้งบูลล์(sitting bull) หนึ่งในผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของชนเผ่าซู ซึ่งนำบริวารอพยพลี้ภัยไปอยู่ในแคนาดาหลังสงครามอินเดียนสิ้นสุดลง ได้ถูกรัฐบาลแคนาดากดดันให้กลับมามอบตัวกับสหรัฐ จากนั้นเขาถูกนำตัวมายังเขตสงวนเหมือนอินเดียนอื่นๆ
ชีวิตในเขตสงวนนั้นยากแค้น เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่กันดาร ขาดแคลนสัตว์สำหรับใช้ล่าเป็นอาหารและพื้นดินก็ขาดความอุดมสมบูรณ์ เพาะปลูกไม่ค่อยได้ผล นอกจากนี้ชาวอินเดียนยังถูกข่มเหงจากเจ้าหน้าที่รัฐบาล ทำให้มีชีวิตที่ยากลำบาก พวกเขาต่างโหยหาคืนวันเก่าๆ ที่เคยอยู่อย่างอิสระในท้องทุ่งและป่าเขา
ด้วยความสิ้นหวังและขาดแคลนที่พึ่งทางใจ ชาวอินเดียนจำนวนมากได้จับกลุ่มกัน เต้นปีศาจ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่ปลุกปลอบขวัญให้มีความหวัง โดยชาวอินเดียนเชื่อว่า สักวันหนึ่ง ดินแดนที่สูญเสียไปจะได้กลับคืนมาสู่พวกเขาอีกครั้ง
ทว่ารัฐบาลอเมริกันกลับมองว่า การเต้นปีศาจ คือการซ่องสุมผู้คนเพื่อก่อความวุ่นวาย จึงออกคำสั่งห้ามการประกอบพิธีกรรมนี้ และใน ปี ค.ศ. 1890 ทหารส่วนหนึ่งได้เดินทางไปยังค่ายพักของซิตติ้งบูลล์และจับกุมเขาในข้อหาประกอบพิธีกรรม เต้นปีศาจ และเมื่อเขาปฏิเสธการจับกุม ทหารคนหนึ่งก็ใช้ปืนยิงเขาที่ศีรษะจนถึงแก่ความตาย
การตายของซิตติ้งบูลล์ สร้างความระส่ำระสายแก่ชนเผ่าซูเป็นจำนวนมาก นักรบจำนวน 100 กว่าคน พร้อมเด็กและผู้หญิง 200 กว่าคนได้หนีอออกจากค่ายพักโดยการนำของหัวหน้าที่ชื่อ เท้าใหญ่ หรือ บิ๊กฟุต (Big foot)
เมื่อรู้ว่ามีพวกอินเดียนหนีไป กองทหารสหรัฐ 500 นายนำโดยพันเอก เจมส์ ดับเบิลยู ฟอร์ซิท (Colonel James W. Forsyth)ออกติดตามจับกุม และในวันที่ 29 ธันวาคม ปี ค.ศ.1890 ผู้การเจมส์กับกองทหารของเขาก็ตามทันพวกลาโคต้าซู ที่ลำธารแห่งหนึ่ง ชื่อ วูนเด็ดนี(wounded knee)หรือ เข่าเจ็บ
พวกทหารได้ล้อมค่ายพักของพวกอินเดียนไว้โดยตั้งปืนกลสองกระบอกไว้บนเนินดินหน้าค่ายและเข้าปลดอาวุธพวกนักรบ ซึ่งทุกคนก็ยอมนำอาวุธของตนมาวางรวมกันไว้อย่างไม่ขัดขืน ส่วนบิ๊กฟุตนั้นเป็นไข้ นอนป่วยอยู่ในกระโจม
ทว่ามีนักรบคนหนึ่งชื่อ เยลโลว์ เบิร์ด เขาหูตึงจึงไม่ได้ยินคำสั่งปลดอาวุธและเมื่อทหารเข้ามากระชากปืนของเขา จึงเกิดการยุดยื้อกัน ทำให้ปืนลั่นขึ้นนัดหนึ่ง
เสียงปืน ทำให้พวกทหาร เข้าใจว่า ชาวอินเดียนจะสู้ จึงกระหน่ำยิงปืนกลเข้าไปทันที พวกเด็กๆและผู้หญิงที่พยายามวิ่งหนี ถูกยิงคว่ำจมกองเลือด พวกนักรบพยายามต่อสู้ด้วยขวาน บ้างก็วิ่งไปหยิบปืน แต่ก็ถูกยิงล้มลง หัวหน้าบิ๊กฟุตที่ป่วยอยู่ ถูกทหารยิงตายคาที่
ในวันนั้น ชาวลาโคต้าในค่ายพักที่วูนเด็ดนี ทั้งนักรบและผู้หญิงกับเด็ก ถูกฆ่าเกือบหมด ศพกองเกลื่อนกลาด เลือดไหลนองพื้นหิมะเป็นสีแดง
หลังการสังหารหมู่จบลง ศพชนพื้นเมืองที่ตายทั้งหมดถูกฝังรวมกันและกลบทับด้วยหิมะ จากจำนวนชนพื้นเมืองทั้งหมด 350 คน มีเกือบสามร้อยคนที่เสียชีวิต นอกจากนี้ มีทหารอีก 25 คน ที่ถูกกระสุนปืนกลพวกเดียวกันตายด้วย
ชาวอินเดียนที่รอดชีวิต ถูกคุมตัวกลับไปยังเขตสงวน และมีการมอบเหรียญกล้าหาญให้แก่ทหารที่เข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ โดยในสมัยนั้น ทางการสหรัฐมองว่า เหตุการณ์ที่วูนเด็ดนี เป็นการรบเพื่อปราบชาวพื้นเมืิิองที่ก่อกบฏ อย่างไรก็ตาม นี่คือ การสังหารหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา
การสังหารหมู่ที่วูนเด็ดนี ได้ปิดฉากตำนานของชนพื้นเมืองอินเดียนและปิดฉากการต่อสู้เพื่อแผ่นดินมาตุภูมิรวมทั้งความหวังที่จะมีชีวิตอย่างอิสระของพวกเขาไปตลอดกาล
ที่ญี่ปุ่น.. คนญี่ปุ่น..
19/10/2018
Elon musk นักธุรกิจ/นักลงทุน/วิศวกร ผุดโปรเจกซ์ใหม่ในอนาคตกับการสร้าง"หุ่นยนต์สังหาร"หลังจากผิดหวังจากประเทศไทยเรื่องการสร้าง"เรือดำน้ำจิ๋ว"เพื่อช่วยชีวิต13หมูป่า Elon Musk ก็มีไอเดียใหม่ในการสร้างหุ่นยนต์สังหารMuskว่าได้ไอเดียมาจากการ์ตูนหุ่นยนต์ของญี่ปุ่น แต่ทั้งนี่แค่ไอเดียก็โดนชาวโลกประนามแล้วว่ามันอาจเป็น"อาวุธสงคราม"ชั้นยอดเลยก็ว่าได้แต่ Elon musk กลับให้เหตุผลว่า"หุ่นนี้จะเอาไว้ช่วยเหลือมนุษยชาติในวันสิ้นโลกที่ใกล้จะมาถึงเร็วๆนี้ต่างหาก"
ที่มา:สำนักข่าวต่างประเทศ Amarin T.V
15/10/2018
ภาพต้นเรดวูดที่ถูกโค่นด้วยเลื่อยเมื่อปีค.ศ.1892 ที่แคลิฟอร์เนีย ลำต้นมีความสูงประมาณ 100 เมตร และมีอายุราว 1,300 ปี
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
Patong
10100