Electronics and Telecommunication Engineering RMUTT

Electronics and Telecommunication Engineering RMUTT

แชร์

17/06/2026

🚀 ETE RMUTT × Fabrinet

เรียนรู้จากตัวจริง ทำงานกับของจริง และมีโอกาสก้าวสู่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก 🌏

5 ปีแห่งความร่วมมือที่สร้างโอกาสให้นักศึกษา ETE ได้พัฒนาทักษะ ฝึกประสบการณ์ และต่อยอดสู่อาชีพในสายวิศวกรรม

🔥 และนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น... เราจะพัฒนาและสร้างโอกาสดี ๆ ให้รุ่นน้องต่อไปอีกแน่นอน

#วิศวกรรุ่นใหม่ #เรียนจริงทำงานจริง

รู้จัก Fabrinet ฉายา TSMC แห่งวงการแสง โรงงานใหญ่สุดในโลก อยู่ที่ไทย /โดย ลงทุนแมน

หาก TSMC คือกระดูกสันหลังของอุตสาหกรรมชิป สำหรับประมวลผล AI
Fabrinet ก็คือกระดูกสันหลังของระบบ Photonics โดยเป็นผู้รับจ้างผลิตโมดูลแสงรายใหญ่ระดับโลก

ที่น่าสนใจคือ Fabrinet ใช้ประเทศไทย เป็นฐานการประกอบโมดูลแสงขนาดใหญ่ และไฟเบอร์ออปติก
ส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกด้วย

แล้วเรื่องราวของ Fabrinet มีความน่าสนใจอย่างไร
บริษัทนี้มีความสำคัญแค่ไหน ต่อเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ถ้าย้อนไปเมื่อ 3-4 ปีก่อน หากพูดถึง Fabrinet
แน่นอนว่าก็คงเป็นบริษัทรับจ้างผลิต และประกอบชิ้นส่วนระบบ Photonics ธรรมดา ๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก และไม่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง

แต่ในตอนนี้ Fabrinet กำลังจะก้าวขึ้นมามีบทบาทอย่างมาก ในอุตสาหกรรม Photonics ของประเทศไทย

ถ้าเราไปดูรายได้ของบริษัทแม่ Fabrinet ที่สหรัฐอเมริกา เราจะเห็นว่า

ปี 2023 มีรายได้ 87,100 ล้านบาท กำไร 8,200 ล้านบาท
ปี 2024 มีรายได้ 94,900 ล้านบาท กำไร 9,700 ล้านบาท
ปี 2025 มีรายได้ 112,500 ล้านบาท กำไร 10,900 ล้านบาท

9 เดือนแรกของปี 2026 (รอบบัญชี กรกฎาคม 2025 - มีนาคม 2026)
มีรายได้ 109,369 ล้านบาท กำไร 10,998 ล้านบาท
เรียกได้ว่ายังปิดงบไม่ครบปี Fabrinet ก็มีกำไรมากกว่างบทั้งปี 2025 ที่ผ่านมาแล้ว

ปัจจุบัน Fabrinet มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 680,000 ล้านบาท
โดยช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นของบริษัท ปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 130%

ที่สำคัญคือ กำลังการผลิตของ Fabrinet เกือบ 100% นั้นอยู่ที่ประเทศไทย
ซึ่งประเทศไทย ก็กำลังจะเป็นฐานการผลิตระดับโลกในอุตสาหกรรม Photonics ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจยุคใหม่

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?

เพราะในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ชิปเซตของระบบ Photonics กำลังจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการประมวลผล AI และการใช้ AI ส่งผ่านข้อมูล

โดยปัจจุบัน ชิปประมวลผลอย่าง GPU ของ NVIDIA ได้ถูกพัฒนาให้คิดและประมวลผล AI ได้เร็วขึ้นแบบก้าวกระโดด

แต่ปัญหาต่อจากนี้ก็คือ เมื่อชิปประมวลผลเสร็จในระดับเสี้ยววินาที
แล้วจะส่งข้อมูลนั้นไปหาชิปตัวอื่น หรือส่งข้ามตู้เซิร์ฟเวอร์
สายไฟฟ้ากลับวิ่งผ่านตัวกลาง ที่มีเพียงแค่ลวดทองแดงเท่านั้น

ซึ่งลวดทองแดง เป็นตัวกลางรับส่งข้อมูลที่ช้าเกินไป เมื่อเทียบกับความเร็วของ GPU จนกลายเป็นคอขวด..

เมื่อเป็นแบบนี้ ทำให้ในอนาคตจำเป็นต้องมีชุดรับส่งข้อมูลรูปแบบใหม่ นั่นก็คือ Photonics

โดยเปลี่ยนจากการส่งผ่านข้อมูลด้วย “ไฟฟ้า” ผ่านลวดทองแดง
เป็นการส่งผ่านข้อมูลด้วย “ความเร็วแสง” แทน

ซึ่งการทำแบบนี้ ก็สามารถแก้ปัญหาคอขวดได้ เพราะทำให้ชิปสามารถประมวลผลได้โดยไม่ต้องนั่งรอข้อมูล

มาถึงจุดนี้ บอกเลยว่าการเติบโตของระบบ Photonics จะไม่ได้เป็นเพียงแค่การเติบโตแบบเส้นตรง ที่ระดับ 1 หรือ 2 Digits เท่านั้น

แต่ระบบ Photonics กำลังจะเติบโตระดับ 3 Digits หรือ Exponential เพราะกำลังจะมาแทนที่การส่งผ่านข้อมูลด้วยทองแดงแบบดั้งเดิม

โดยจากข้อมูลของ LH Fund นั้นได้อธิบายการเติบโตของอุตสาหกรรมชิปเซต Photonics ไว้ว่า
ในยุคชิป GPU ของ NVIDIA

- รุ่น GB300 ที่เริ่มขายอย่างจริงจังช่วงต้นปี 2026 ที่ผ่านมา
ระบบ GPU รุ่นนี้ก็ยังคงใช้สายทองแดงแบบดั้งเดิมเป็นหลัก
โดยจะมีมูลค่าของระบบ Optical รวมอยู่ที่ 8,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้เซิร์ฟเวอร์เท่านั้น

- และล่าสุดที่ NVIDIA ได้เปิดตัว GPU รุ่น Vera Rubin B ที่คาดว่าจะมีการผลิตและส่งมอบให้กับลูกค้าปลายปีนี้

GPU รุ่นนี้ จะถูกบีบให้ลดสัดส่วนการพึ่งพาสายทองแดง โดยมีการคาดกันว่ามูลค่าของระบบ Optical ที่จะใช้กับรุ่นนี้อยู่ที่ 48,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้เซิร์ฟเวอร์

จะเห็นได้ว่า ภายในไม่ถึง 1 ปี บทบาทของการส่งข้อมูลผ่านทองแดงนั้น ก็ลดลงเรื่อย ๆ
โดยมูลค่าของ Optical Module นั้น ก็สูงเป็นเกือบ 6 เท่าของต้นปี

นั่นเลยทำให้ Fabrinet ได้รับประโยชน์ไปด้วย เพราะยิ่ง GPU แต่ละรุ่นใช้ Optical Module มูลค่าสูงขึ้นมากเท่าไร รายได้ต่อตู้เซิร์ฟเวอร์ที่ Fabrinet ได้รับ ก็อาจสูงขึ้นตามนั่นเอง

เท่านั้นยังไม่พอ GPU รุ่น Rubin Ultra B ที่คาดกันว่าจะเป็น GPU แห่งอนาคตรุ่นต่อไปของ NVIDIA
คาดว่าจะมีมูลค่าของระบบ Optical อยู่ที่ 123,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้เซิร์ฟเวอร์
หรือสูงเป็นเกือบ 3 เท่าจากรุ่นก่อนหน้าเลยทีเดียว

ซึ่งจากยอดขายและกำไรของ Fabrinet ที่เป็นโรงงานรับจ้างผลิตและประกอบ เราก็พอจะเห็นภาพชัดเจนแล้วว่าดีมานด์ของโมดูล Photonics นั้นสูงมาก จนโรงงานแทบจะผลิตไม่ทัน

แล้วทำไม Fabrinet ถึงกำลังกลายเป็น New S-Curve ของอุตสาหกรรม Optical ในประเทศไทย ?

ถ้าหากมองภาพใหญ่ของห่วงโซ่อุปทานของชิป Photonics
เราสามารถจำแนกผู้เล่นออกเป็น 3 ขั้นคือ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

ก่อนที่จะส่งไปถึงมือยักษ์ใหญ่ คือ Big Tech และผู้สร้าง Data Center เจ้าดังอย่าง Amazon, Google, Microsoft หรือ Meta

- ผู้ผลิตต้นน้ำ ก็คงหนีไม่พ้นผู้ผูกขาดเครื่องจักรผลิตชิป EUV อย่าง ASML

โดยถ้าเป็นชิปทั่ว ๆ ไปเครื่อง EUV ของ ASML ก็ถูกสร้างมาเพื่อผลิตชิปประมวลผลไฟฟ้าแบบดั้งเดิม
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ASML ก็เป็นกุญแจสำคัญของชิป Photonics ด้วย ผ่านเทคโนโลยีที่เรียกว่า Silicon Photonics

ซึ่งเทคโนโลยีนี้ ถือเป็นการสลักวงจรไฟฟ้าขนาดจิ๋วและท่อนำแสง ลงบนแผ่นซิลิคอนเวเฟอร์ผืนเดียวกันไปเลย

- ต่อมาคือผู้ผลิตกลางน้ำ คือผู้ออกแบบและคิดค้นเทคโนโลยี คล้าย ๆ NVIDIA ที่ออกแบบชิป GPU
หรือ Broadcom ที่ออกแบบชิป ASIC

แต่ในอุตสาหกรรมนี้ ก็มีพระเอกหลักอย่าง
Marvell ที่ออกแบบชิปซิลิคอนสำหรับ Photonics โดยเฉพาะ ซึ่งชิป Photonics
ก็จะมีหน้าที่ช่วยแปลงสัญญาณไฟฟ้าจากชิปธรรมดาให้กลายเป็นแสง เพื่อส่งผ่านข้อมูล

Coherent และ Lumentum ผู้ออกแบบและผลิต Optical Components

หรือเป็นส่วนอะไหล่เฉพาะทาง อย่าง Laser, Modulator หรือ Fiber Connector ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับส่งผ่านข้อมูล

- ต่อมาเป็นอุตสาหกรรมปลายน้ำ นั่นก็คือผู้รับจ้างผลิต ที่จะได้เค้กก้อนใหญ่ไปแน่ ๆ นั่นก็คือ TSMC

นอกจากที่ TSMC จะผลิตชิปประมวลผลไฟฟ้าทั่วไปได้เก่งแล้ว

TSMC ก็กำลังก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเป็นสะพานเชื่อมการประมวลผล ของชิปทั้ง 2 แบบด้วยกัน คือชิปทางไฟฟ้าทั่วไปอย่าง GPU และชิปแสง Photonics

โดย TSMC ก็จะมีแผ่น Substrate ซึ่งเป็นแผ่นชิปยาว ๆ สำหรับรองชิปประมวลผล GPU และชิปเซตระบบแสง Photonics เข้าด้วยกัน

การทำแบบนี้ ก็ถือเป็นกระบวนการจัดวางชิปที่มีลักษณะเป็นเหมือนคอนโดฯ หรือที่เรียกกันว่า Advanced Packaging นั่นเอง

มาถึงตรงนี้ หากถามว่า Fabrinet ที่มีฐานการผลิตตั้งอยู่ในประเทศไทยนั้น ได้อะไร ?

เมื่อทั้งชิปประมวลผลทางไฟฟ้าและชิปแสง ถูกนำไปผลิตด้วยกระบวนการ Advanced Packaging โดย TSMC แล้ว

Fabrinet ก็จะเป็นโรงงานปลายน้ำขั้นสุด

เพราะพอ TSMC ผลิตแผ่นชิปเซต (ที่มีทั้ง GPU และชิปแสง) เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ก็ทำการ Packaging แล้วส่งตรงมาที่โรงงานประกอบของ Fabrinet ที่มีฐานการผลิตหลักอยู่ในประเทศไทย 2 แห่งด้วยกัน นั่นคือที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดปทุมธานี

โดย Fabrinet จะทำหน้าที่นำชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Photonics ทั้งหมดมาประกอบกัน

- ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วน Laser, Modulator หรือ Fiber Connector ที่ถูกผลิตมาจาก Lumentum หรือ Coherent
- และชิปเซตที่ส่งมาจาก TSMC

นำมาประกอบกันเป็น Optical Module ซึ่ง Fabrinet ไม่ได้ใช้ Process ในการประกอบในรูปแบบ
การหยิบชิ้นส่วน ขันนอต หรือบัดกรีธรรมดา ๆ

โดย Fabrinet จะต้องทำการประกอบโมดูล ด้วยวิธีการที่เรียกว่า Active Alignment วิธีนี้ คือการป้อนกระแสไฟฟ้าเข้าไปที่ตัวชิปเลเซอร์ แล้วค่อย ๆ ปรับจูนลำแสงให้ตรง เพื่อประกอบชิ้นส่วนเข้าหากัน

ซึ่งกระบวนการจูนลำแสงนี้ จะต้องคุมความแม่นยำให้ได้ในระดับต่ำกว่า 1 ไมครอน..

ที่น่าสนใจคือ Fabrinet สามารถครองส่วนแบ่งการตลาด การประกอบชิ้นส่วน Photonics สำหรับการประมวลผล AI ได้มากที่สุด

เพราะ Fabrinet ถือเป็นเจ้าเดียว ที่สามารถประกอบชิ้นส่วนนี้ ด้วยวิธีการจูนลำแสง แล้วได้ Yield สูงสุด หรือแทบจะไม่มีงานเสียเลย

ตรงนี้ ก็ถือเป็นจุดแข็งที่ใหญ่ที่สุดของ Fabrinet ที่คู่แข่งเจ้าอื่นยังไล่ตามไม่ทัน

อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าจะบอกว่าสำหรับ GPU ของ NVIDIA รุ่นต่อ ๆ ไป ที่ถูกผลิตโดย TSMC เมื่อผลิตเสร็จแล้ว ชิปเซตทุกตัว ก็จะถูกส่งมาที่ประเทศไทย โดย Fabrinet จะรับหน้าที่ประกอบชิปเซตเหล่านี้ ให้กลายเป็น Optical Module นั่นเอง

จะเห็นได้ว่าการเติบโตของตลาด Photonics นั้น จะทำให้อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย เติบโตอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งสิ่งนี้ เราสามารถพิสูจน์ได้ จากผลประกอบการรายได้และกำไรของ บริษัท ฟาบริเนท จำกัด (เฉพาะส่วนของโรงงานรับจ้างผลิตในประเทศไทย) 4 ปีย้อนหลัง

บริษัท ฟาบริเนท จำกัด
ปี 2022 มีรายได้ 12,997 ล้านบาท กำไร 113 ล้านบาท
ปี 2023 มีรายได้ 14,553 ล้านบาท กำไร 395 ล้านบาท
ปี 2024 มีรายได้ 14,313 ล้านบาท กำไร 359 ล้านบาท
ปี 2025 มีรายได้ 17,248 ล้านบาท กำไร 1,426 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
โรงงานไทยที่รับจ้างผลิต มีรายได้โตขึ้น 10% ต่อปี และมีกำไรโตขึ้น 133% ต่อปี

และจากข้อมูลซัปพอร์ตของ LH Fund ถ้าอุตสาหกรรม Photonics ในประเทศไทยเกิดขึ้นจริง
สิ่งนี้ก็จะกลายเป็น New S-Curve ใหม่ที่จะดัน GDP หรือเศรษฐกิจไทย ในแง่ของการส่งออกให้เติบโตมากขึ้น ตามขบวนรถไฟ AI

ซึ่งไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราก็มีพี่ใหญ่ อย่าง Delta Electronics ที่ขึ้นชื่อว่า เป็นราชาหลังบ้านผู้คุมระบบพลังงาน และระบบระบายความร้อนของ Data Center AI ทั่วโลก

โดยโมดูลสำหรับควบคุมพลังงานของ Data Center จากทั่วโลก ล้วนต้องผ่านการบัดกรี และการประกอบจากที่ Delta ประเทศไทย

เรื่องนี้ก็ทำให้ Delta มีรายได้และกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด และผลักดันให้ Delta กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 4 ล้านล้านบาท เพียงบริษัทเดียวในประเทศไทย

และในอนาคต ก็เหมือนจะมีแนวโน้มว่า ชิปเซตของ GPU รุ่นต่อไป ที่ผ่านการผลิตลวดลายชิป และ Advanced Packaging จาก TSMC แทบทุกตัว

ก็ต้องส่งมาประกอบเป็น Optical Module ที่ประเทศไทย
ผ่านบริษัทรับจ้างผลิต ที่เมื่อ 3-4 ปีก่อน แทบจะไม่มีใครเคยรู้จักอย่าง Fabrinet นั่นเอง..

—-

กองทุน PHOTONICS แรกในไทย มาแล้ว จอง IPO พร้อมกันก่อนพุธ 17 มิ.ย. นี้ ที่ WealthX
✅กองทุนแรกในไทย ลงทุนธีมโฟโทนิกส์
✅ผู้นำเทคโนโลยีแสงขั้นสูง EUV และโฟโทนิกส์
✅แก้คอขวด การส่งข้อมูลในชิป เติบโตอีกทศวรรษ
✅อยู่ในซีรีส์ X ค่าจัดการต่ำ ซื้อได้ที่ WealthX

✅ยกเว้นภาษี Capital Gain สูงสุด 35%
✅ไม่เสียภาษีมรดกสหรัฐฯ สูงสุด 40%
✅ลด 10% ค่าธรรมเนียมซื้อ เฉพาะช่วง IPO
✅ซื้อ 2 ล้านบาทขึ้นไป ลด 20% ค่าธรรมเนียมซื้อ (12 มิ.ย. - 30 ก.ย. 69)

จอง IPO พร้อมกัน 12-17 มิ.ย. 69 ที่ WealthX ดาวน์โหลดแอปได้ที่ https://www.wealthx.co/getapp

วันนี้อุตสาหกรรมชิปกำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยน
เมื่อสายไฟทองแดงแบบเดิมเริ่มส่งข้อมูลไม่ทัน
นวัตกรรมโฟโทนิกส์จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้..

โอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมชิปในทศวรรษหน้า
จึงอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครออกแบบชิปได้เก่งกว่ากัน
แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถควบคุมโฟโทนิกส์ได้ก่อน

LHPHOTONICS กองทุนแรกในไทยที่ลงทุนใน EUV ETF ที่ลงทุนผู้นำเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ (Photonics) ระดับโลก และผู้นำการผลิตชิปที่ใช้เทคโนโลยีแสงขั้นสูง (EUV)

ถือหุ้นผู้ชนะที่เป็นกระดูกสันหลังของวงการเทคโนโลยีด้านแสงเพียงไม่กี่บริษัทของโลกนี้ผ่านกองทุนค่าจัดการต่ำซีรีส์ X ใน​ WealthX

ไฮไลต์สำคัญของกองทุนนี้ คือการเทน้ำหนัก ไปที่บริษัทที่เป็นผู้ผูกขาดหรือกึ่งผูกขาดในห่วงโซ่อุปทาน

โดยเฉพาะบริษัทกลุ่มโฟโทนิกส์ที่เป็นหัวใจของการเชื่อมต่อ AI

หากเราลองมาดูหน้าหุ้นจะพบกับบริษัทระดับโลก เริ่มจาก

-Marvell Technology ผู้สร้างชิปซิลิคอนโฟโทนิกส์ที่เป็นหัวใจสำคัญในการรับส่งข้อมูล

-Lumentum Holdings ผู้เชี่ยวชาญด้านชิ้นส่วนออปติคอล อยู่เบื้องหลังการผลิตชิ้นส่วนเครือข่ายใยแก้วนำแสงและสวิตช์แสงความเร็วสูง

-Corning เป็นผู้ลิตชิ้นส่วนกระจก และเลนส์ความแผ่นยำสูง สำหรับเครื่องพิมพ์ชิป

-Ciena สมองกลควบคุมการส่งข้อมูลผ่านแสง เปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลเป็นลำแสงความถี่สูง ยิงทะลุสายไฟเบอร์ออปติกไปได้ไกลและเร็วที่สุด

-Coherent ผู้นำเทคโนโลยีเลเซอร์และเทคโนโลยีโฟโทนิกส์แแปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นสัญญาณแสง ทำให้ศูนย์ข้อมูลทั่วโลกพูดคุยกันได้ด้วยความเร็วแสง

-Fabrinet รับจ้างผลิตและประกอบชิ้นส่วนออปติคอลที่มีความซับซ้อนระดับไมครอน

โอกาสในการร่วมปลดล็อกพลังของ AI ให้ก้าวไปอีกขั้น

กองทุน LHPHOTONICS ซีรีส์ X บริหารโดย LH Fund กองทุนธีมโฟโทนิกส์ กองแรกในไทย
ค่าจัดการ 0.79% ค่าใช้จ่ายรวม TER 0.98% ซื้อได้ที่ WealthX

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID: สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์

กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก จึงอาจเหมาะสำหรับการลงทุนในสัดส่วนเสริมของพอร์ต และไม่ควรใช้เป็นสัดส่วนหลักในพอร์ตลงทุน กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน

จัดทำขึ้น ณ วันที่ 6 มิ.ย. 2569

—-------------------
คำเตือน : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรม Photonics เท่านั้น ข้อมูลบางส่วนอ้างอิงจาก LH Fund ซึ่งไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน

ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่หลากหลาย และปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก

Photos from Electronics and Telecommunication Engineering RMUTT's post 23/05/2026

✈️ เตรียมพบกับอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการอากาศยานไทย!

ขอเชิญร่วมพิธีมอบทุนการศึกษาและลงนามสัญญารับทุน
โครงการความร่วมมือระหว่าง Thai Lion Air × มทร.ธัญบุรี
สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์อากาศยาน 🔧🛫

📅 วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569

🕣 ช่วงที่ 1 : พิธีเปิดและมอบทุนการศึกษา
⏰ เวลา 08.30 – 10.30 น.
📍 ห้องกาสะลอง 1 ชั้น 3 อาคาร 9 ชั้น คณะวิศวกรรมศาสตร์

🤝 ช่วงที่ 2 : ลงนามสัญญารับทุนการศึกษา
⏰ เวลา 11.00 – 12.00 น.
📍 อาคารปฏิบัติการซ่อมบำรุงอากาศยาน

✨ ร่วมแสดงความยินดีกับนักศึกษาผู้ได้รับทุน
✨ สัมผัสความร่วมมือด้านการบินระหว่างภาคอุตสาหกรรมและมหาวิทยาลัย
✨ อีกหนึ่งพลังสำคัญในการผลิตบุคลากรอุตสาหกรรมการบินของประเทศ

แล้วพบกัน! 🔥✈️

#วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์อากาศยาน #ทุนการศึกษา #เด็กการบิน #เรียนจริงฝึกจริงทำงานจริง

22/05/2026

🎬 TikTok Challenge มาแล้ววว!
ชวนนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี
สร้างคลิปรีวิว “ภาควิชา” ในสไตล์ของคุณ 😎✨

ไม่ว่าจะสายฮา สาย cinematic สาย vlog หรือสายครีเอเตอร์
โชว์ความสร้างสรรค์กันได้เต็มที่!

💸 ลุ้นรับทุนการศึกษา 500 บาท
จำนวน 10 รางวัล

✅ กติกาง่ายๆ

* คลิปยาว 30–90 วินาที
* เนื้อหาเกี่ยวกับภาควิชา
* ติด Hashtag #วิศวะRMUTT
* Tag TikTok คณะ
* เปิดโพสต์เป็นสาธารณะ

🎯 เงื่อนไขรับทุน
❤️ Like ไม่น้อยกว่า 100 Like
👀 Views ไม่น้อยกว่า 1,000 Views

📌 เริ่มนับยอดตั้งแต่วันประกาศกิจกรรมเป็นต้นไป

📍ส่งหลักฐานที่
งานประชาสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
พร้อมแสดงบัตรนักศึกษา

⏰ ส่งได้ถึงวันที่ 29 พ.ค. 2569 เวลา 16.00 น.

#วิศวะRMUTT #รีวิวภาควิชา

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง มหาวิทยาลัย ใน Pathum Thani?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Pathum Thani
12110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30