Why Study
29/03/2023
ดอลลาร์แข็งค่าเทียบเยน หลังผู้นำเข้าญี่ปุ่นรุกซื้อดอลล์เพื่อการชำระบัญชี
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นแตะกรอบบน 131 เยนในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตราโตเกียวเช้านี้ (29 มี.ค.) หลังจากกลุ่มผู้นำเข้าของญี่ปุ่นได้เข้าซื้อเงินดอลลาร์เพื่อการชำระบัญชี
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ณ เที่ยงวันนี้ตามเวลาโตเกียว ดอลลาร์เคลื่อนไหวที่ 131.71-131.72 เยน เทียบกับ 130.87-130.97 เยนที่ตลาดนิวยอร์ก และ 131.15-131.17 เยนที่ตลาดโตเกียวเมื่อเวลา 17:00 น.ของเมื่อวานนี้
ยูโรเคลื่อนไหวที่ 1.0836-1.0840 ดอลลาร์ และ 142.72-142.78 เยน เทียบกับ 1.0840-1.0850 ดอลลาร์ และ 141.96-142.06 เยนที่ตลาดนิวยอร์ก และ 1.0820-1.0821 ดอลลาร์ และ 141.91-14.95 เยนที่ตลาดโตเกียวช่วงเย็นวานนี้
14/03/2023
ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าลบ นักลงทุนกังวลวิกฤตแบงก์ล้มในสหรัฐ
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน หลังหุ้นสหรัฐปรับตัวลงในวันจันทร์ที่ 13 มี.ค. ขณะที่นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับผลกระทบจากเหตุการณ์ธนาคารล้มในสหรัฐ ซึ่งรวมถึงธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (Silicon Valley Bank) หรือ SVB
ทั้งนี้ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 19,335.66 จุด ลดลง 360.31 จุด หรือ -1.83% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,239.88 จุด ลดลง 28.81 จุด หรือ -0.88% และดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 27,302.64 จุด ร่วงลง 530.32 จุด หรือ -1.91%
ส่วนดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของสหรัฐปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 5 เมื่อวานนี้ แม้รัฐบาลสหรัฐประกาศว่าจะช่วยเหลือผู้ฝากเงินที่ SVB ทุกรายและออกมาตรการพิเศษอื่น ๆ แต่ก็ยังไม่อาจสกัดการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคาร ส่วนดัชนี S&P500 ปรับตัวลง 0.15% อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq Composite ปรับขึ้น 0.45%
บรรดานักลงทุนจับตาดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.พ.ของสหรัฐอย่างใกล้ชิด โดยสหรัฐจะเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวในวันนี้
03/03/2023
ดอลลาร์อ่อนค่าแต่เงินยูโรแข็งค่าขึ้นจากความคิดเห็น Hawkish ของ Lagarde
ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงในการซื้อขายช่วงเช้าของตลาดยุโรปในวันศุกร์ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการขาดทุนรายสัปดาห์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวทางการเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในอนาคต
เมื่อเวลา 02:55 ET (07:55 GMT) ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งติดตามค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับกลุ่มสกุลเงินอื่น ๆ อีกหกสกุล ซื้อขายลดลง 0.2% เป็น 104.782 ลดลงจากระดับสูงสุดในรอบสองเดือนของ 105.36 ที่เห็นเมื่อต้นสัปดาห์
ดัชนีดอลลาร์มีแนวโน้มลดลง 0.4% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นสัปดาห์แรกที่ขาดทุนนับตั้งแต่เดือนมกราคม
การอ่อนตัวของค่าเงินดอลลาร์เป็นข้อบ่งชี้ว่า เฟด อาจยึดติดกับเส้นทางเข้มงวดทางการเงินในระดับปานกลาง ตามความเห็นของ ราฟาเอล บอสติก ประธานธนาคารกลางแอตแลนตา
บอสติกกล่าวว่าเขาชอบวิธีการที่ "ช้าและมั่นคง" ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับเฟด
ข้อมูลเศรษฐกิจที่เปิดเผยออกมาหลายฉบับซึ่งรวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่พิสูจน์แล้วว่ายังคงอยู่ในระดับที่สูงขึ้น ทำให้เทรดเดอร์คิดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยพื้นฐาน 50 จุดในระยะเวลาสองสัปดาห์
สกุลเงินอื่น ๆ EUR/USD เพิ่มขึ้น 0.2% เป็น 1.0617 ไต่ขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบสองเดือนที่ 1.0533 เมื่อต้นสัปดาห์
อัตราเงินเฟ้อ สูงขึ้นเกินคาดในยูโรโซนสัปดาห์นี้ โดยชี้ให้เห็นถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก ECB ที่ได้ส่งสัญญาณกลางเดือนมี.ค. ที่ 50 จุดพื้นฐาน
คริสตีน ลาการ์ดประธาน ECB กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจจำเป็นต้องดำเนินต่อไปและอาจจะต้องเคลื่อนไหวมากกว่าแผนที่วางไว้ เนื่องจากผู้กำหนดนโยบายจะทำทุกอย่างเพื่อให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% จากปัจจุบันที่สูงกว่า 8%
Morgan Stanley เพิ่มการคาดการณ์สำหรับอัตราสิ้นสุดของ ECB เป็น 4% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 3.25% โดยอ้างถึงตัวเลขเงินเฟ้อที่ร้อนแรงของภูมิภาค
อัตราที่สำคัญของธนาคารกลางในปัจจุบันอยู่ที่ 3%
GBP/USD เพิ่มขึ้น 0.3% เป็น 1.1980 คงระดับต่ำกว่า 1.20 เนื่องจากความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่า BoE จะหยุดวงจรการเข้มงวดทางการเงินชั่วคราวก่อนประเทศหลักอื่น ๆ เนื่องจากความอ่อนแอของเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร
USD/JPY ลดลง 0.2% เป็น 136.47 โดยเงินเยนได้รับแรงหนุนจากการผ่อนคลายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐฯ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อใน โตเกียว ผ่อนคลายลงจากระดับสูงสุดในรอบ 40 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ ข้อมูลแสดงให้เห็นในวันศุกร์แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง
NZD/USD เพิ่มขึ้น 0.2% เป็น 0.6227 AUD/USD เพิ่มขึ้น 0.3% เป็น 0.6750 และ USD/CNY ลดลง 0.2% เป็น 6.9018 หลังจาก {{ecl- 596||กิจกรรมบริการของจีน}} เติบโตเร็วกว่าที่คาดในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก
02/03/2023
เรียงมาให้แล้ว โพสต์แบบไหนได้ผลดีในยุคโดนลดการเข้าถึง !! ปี 2023
ในยุคนี้ คนทำเพจหรือขายของออนไลน์แทบจะทุกคน คงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำคอนเทนต์แทบตาย สุดท้ายโดนพี่มาร์ค ลดการเข้าถึงอยู่ดี คนเห็นน้อยมาก
แต่สถิติจาก Hootsuite ได้ทำการทำสำรวจและพบว่าประเภทของโพสต์ในเฟสบุ๊คไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ วิดีโอ หรือลิงก์โพสต์ ล้วนมีผลต่อการเข้าถึงและ Engagement ที่จะได้รับ
สามารถเรียงประเภทของโพสต์ 3 อันดับแรก ที่จะช่วยเพิ่มคนมองเห็น ได้ดังนี้
อันดับที่ 1 : รูปภาพ (0.12%)
เพราะสมองของคนเราจดจำรูปภาพได้เร็วกว่าตัวอักษรถึง 60,000 เท่า การทำโพสต์ประเภทนี้การเลือกรูปที่สื่อได้ถึงอารมณ์และเข้ากับสิ่งที่ต้องการจะสื่อจึงมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นตัวกำหนดเลยว่า คนอ่านจะหยุดดู หรือว่าจะเลื่อนผ่านนั่นเอง
ข้อดีของโพสต์ประเภทนี้คือ คนที่เห็นจะเกิดการจดจำลักษณะของเพจเราได้ จากโทนภาพ สี หรือแนวกราฟิกที่ใช้ และยังสามารถใส่ลูกเล่นต่าง ๆ ให้ภาพมีความน่าสนใจมากขึ้น
อันดับ 2 : ข้อความ (0.11%)
เป็นการโพสต์ข้อความที่มีแต่ตัวอักษรเท่านั้น พยายามทำให้สั้น กระชับเข้าไว้ ตัวอย่างในการใช้ เช่น เน้นสื่อสารเรื่องที่ต้องการจะบอกแบบไวๆ อัปเดตข่าวสาร เล่าเรื่องตลก หรือถามคำถามให้มาร่วมแสดงความเห็น
ซึ่งการเขียนข้อความสั้นๆ ไม่เกิน 130 ตัวอักษร จะใส่สีพื้นหลังให้ข้อความ เพื่อเพิ่มความโดดเด่นได้ด้วย
อันดับที่ 3 : วิดีโอ (0.08%)
วิดีโอที่เป็นภาพเคลื่อนไหว มักจะดึงดูดสายตาได้ดีกว่าอะไรที่นิ่งๆ เรียบๆ เป็นปกติโดยธรรมชาติอยู่แล้ว จากจุดนี้เองทำให้คนทำมีอิสระในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ต่างออกไปจากเดิมได้มากขึ้น อย่างเช่น วิดีโอสาธิตการใช้งาน การรีวิวสินค้า เบื้องหลังการทำงาน หรือการสัมภาษณ์คนดังต่าง ๆ
ข้อดีของวิดีโอ คือมีการผสมผสานกันทั้งภาพและเสียง แตกต่างจากประเภทอื่นๆ ที่มีแค่ภาพเพียงอย่างเดียว ซึ่งจากผลงานวิจัยของ Amazon พบว่ากว่า 51% การฟังเสียงมีพลังในการเปลี่ยนอารมณ์หรือความรู้สึกได้ ฉะนั้นควรที่จะคำนึงว่าวิดีโอที่ทำนี้ อยากให้คนมีอารมณ์ร่วมอย่างไร และต้องการให้ทำอะไรหลังดูจบแล้ว เช่น รู้สึกดีกับเนื้อหาที่ได้ดู หรือถ้าเป็นสินค้าก็อาจให้กดสั่งซื้อได้ทันที
นี่เป็นเพียงหนึ่งวิธีในการต่อสู้กับยุคที่โดนลดการเข้าถึงของเฟสบุ๊ค ยังไงก็ตามยังมีอีกหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการซื้อโฆษณา การใช้อินฟลูเอนเซอร์ การจัดกิจกรรมให้มาร่วมสนุก ฯลฯ ที่ช่วยได้เหมือนกัน
ในตอนนี้คงต้องพูดว่าวิธีไหนที่ได้ผล คงต้องลองทำดูก่อน แล้วผลลัพธ์จะเป็นสิ่งที่บอกเอง ว่าควรทำต่อ หรือพอแค่นี้
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)
———
100WEALTH
สังคมคนทำธุรกิจขนาดใหญ่
มาร่วมเติบโต ไปกับผู้ร่วมเดินทางอีกกว่า 1 ล้านคน ทั้ง เจ้าของธุรกิจ, SME, ขายของออนไลน์, Startup, Entrepreneur และนักลงทุน ด้วยเป้าหมายเดียวกัน "ไปให้ถึง100ล้าน"
#ไปให้ถึง100ล้าน
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Nonthaburi