Thai UAS
05/05/2026
เปิดมุมมองใหม่ของการเดินทางแห่งอนาคต ร่วมเจาะลึก “Low-Altitude Economy” ที่กำลังเปลี่ยนโลก
🖋️ ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนา เรื่อง “Advancing Thailand’s Mobility Platform Development” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจน่านฟ้าระดับต่ำ สู่โอกาสใหม่ของแพลตฟอร์ม ของการเดินทางแห่งอนาคต
📍ในวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569
เวลา 09.00 – 12.00 น.
ณ ห้อง MR 223 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
👍🏻 พร้อมลงทะเบียน!!! ร่วมอัพเดททิศทาง Low-Altitude Economy และอนาคตการเดินทางของประเทศไทยไปด้วยกันนะครับ
#อุตสาหกรรมยานยนต์
#เทคโนโลยีการเดินทาง #เศรษฐกิจน่านฟ้า
#อนาคตการเดินทาง #สัมมนาห้ามพลาด #ที่นั่งมีจำนวนจำกัด
#ลงทะเบียนฟรี #พบผู้เชี่ยวชาญตัวจริง
30/04/2026
CAAT ตรวจเยี่ยมพื้นที่ Sandbox และติดตามความคืบหน้าการทดสอบระบบ ThaiUAS ยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินในประเทศไทย
เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ผู้แทนจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) นำโดย คุณรัฐพงศ์ โชติรัตนศักดิ์ พนักงานมาตรฐานระบบอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินอาวุโส 7 กองกำกับมาตรฐานและการจราจรระบบอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน และ คุณอนุศิษฏ์ ดีประดิษฐ์ พนักงานมาตรฐาน 6 กองพัฒนามาตรฐานและเทคโนโลยีระบบอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานภายใต้ โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มให้บริการแบบครบวงจรสำหรับระบบอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินเพื่อยกระดับระบบนิเวศด้านการวิจัยและอุตสาหกรรมอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินในประเทศไทย (ThaiUAS) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากบพค. ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2
การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อทดสอบประสิทธิภาพและความพร้อมของระบบ ThaiUAS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินแบบครบวงจร โดยมีการสาธิตการยื่นขออนุญาตทำการบินภายในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ผ่านการเชื่อมต่อระบบฐานข้อมูลร่วมกับ UAS Portal ของ CAAT อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ คณะผู้แทนยังได้ร่วมสังเกตการณ์การทดสอบระบบติดตามอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินด้วยเทคโนโลยี Remote ID แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการจราจรทางอากาศและความปลอดภัยทางการบิน
ในโอกาสนี้ คณะผู้แทนจาก CAAT ได้เข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการทดสอบมาตรฐานอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน พร้อมทั้งร่วมประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการต่อยอดผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรม เพื่อวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎระเบียบที่รองรับการเติบโตของเทคโนโลยีอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินในอนาคต
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
คุณณัฐวุฒิ สานคล่อง
หน่วยวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินและระบบอัจฉริยะ (UIISR)
โทรศัพท์: 044-223-600 ต่อ 2678
อีเมล: [email protected]
#บพค #หน่วยวิจัยโดรนมทส
29/04/2026
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ขอเชิญชวนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลการใช้อากาศยานซึ่งไม่มีนักบินในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะในมิติด้านเศรษฐกิจ
ปัจจุบัน CAAT อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมของแนวทางการกำกับดูแล เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีและรูปแบบการประกอบกิจการที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงพิจารณาความจำเป็นในการกำหนดมาตรการหรือรูปแบบการอนุญาตที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของกิจกรรม เช่น การขนส่งสินค้า หรือผู้โดยสารทางอากาศ
ประเด็นที่เปิดรับฟังความคิดเห็น ได้แก่
- ความเหมาะสมของกฎหมายและการกำกับดูแลในปัจจุบัน
- แนวทางการกำกับดูแลด้านเศรษฐกิจในอนาคต
- รูปแบบหรือระดับการอนุญาตที่เหมาะสม เช่น การจดแจ้ง การอนุญาต หรือการออกใบอนุญาตในบางกรณี
- เงื่อนไขด้านสัญชาติของผู้ประกอบการ
ความคิดเห็นของท่านจะนำไปใช้ประกอบการพิจารณากำหนดแนวทางการกำกับดูแลให้มีความเหมาะสม ทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยในระยะต่อไป
ผู้สนใจสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ได้ที่ลิงก์
https://forms.cloud.microsoft/r/1Fp6TdZmv8
หรือสแกน QR Code ที่ปรากฏด้านล่าง ภายในวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569
ทั้งนี้ ข้อมูลที่ท่านให้จะถูกใช้เพื่อการศึกษาวิเคราะห์เชิงนโยบายเท่านั้น
28/04/2026
Airbus จับมืออเมริกาพัฒนาเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับสำหรับภารกิจขนส่งแนวหน้าของนาวิกโยธิน
แอร์บัส ยูเอส สเปซ แอนด์ ดีเฟนส์ (Airbus U.S. Space & Defenses) บริษัทอากาศยานชื่อดัง ร่วมมือกับ ชีลด์ ไอไอ (ShieldAI) บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์เพื่อความมั่นคง และพันธมิตรในสหรัฐฯ ทดสอบเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับที่ควบคุมด้วยปัญญาประดิษฐ์เป็นครั้งที่ 4 ซึ่งจะต่อยอดไปสู่ภารกิจขนส่งทางทหารของกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ ในอนาคต
โดย Airbus เลือกใช้ H145 เป็นพื้นฐานในการทดสอบ เนื่องจากปัจจุบัน H145 มีรุ่นสำหรับกิจการกองทัพในชื่อว่ายูเอช 72 ลาโคตา (UH-72 Lakota) ที่ประจำการในกองทัพบก และกองทัพเรือสหรัฐฯ มากกว่า 460 ลำ รวมถึงยังมีใช้งานในกองทัพบกของไทยจำนวนหนึ่งด้วยเช่นกัน
อ่านทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์
#เฮลิคอปเตอร์ #อเมริกา #นาวิกโยธิน #ทหาร #เธรด
28/04/2026
🚁✨ กฎโดรนใหม่ปี 2569 มาแล้ว!
อีกก้าวสำคัญของวงการโดรนไทย สู่มาตรฐานที่ปลอดภัยและเติบโตยิ่งขึ้น 🇹🇭
คุณมองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นอย่างไร?🤔
💬 💬 มาร่วมแชร์มุมมองหรือประสบการณ์การบินโดรนของคุณในปีนี้กันได้เลย! ที่ใต้คอมเม้นต์ 😊👇
#กฎโดรน2569 #โดรน #อนาคตโดรน #เทคโนโลยีไทย
24/04/2026
12/04/2026
ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเห็นชอบร่างประกาศฯ 4 ฉบับ ปลดล็อกและจัดสรรคลื่นความถี่เพิ่มเติมเพื่อรองรับการใช้งานอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ชูจุดเด่นเปิดเกณฑ์ควบคุมโดรนระยะนอกเหนือการมองเห็นด้วยสายตา (BVLOS) เพิ่มคลื่นเรดาร์กันชน และบังคับใช้ระบบ Remote ID เพื่อระบุตัวตนขณะบิน ยกระดับการกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพ เตรียมนำเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ในระยะต่อไป
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกสทช. และประธานอนุกรรมการด้านคลื่นความถี่และมาตรฐานทางเทคนิค เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 11/2569 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ได้ให้ความเห็นชอบร่างประกาศ กสทช. ที่เกี่ยวข้องกับการใช้คลื่นความถี่และมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับโดรน จำนวน 4 ฉบับ ประกอบด้วย
1. ร่างประกาศฯ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับบนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน
2. ร่างประกาศฯ มาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องและอุปกรณ์วิทยุคมนาคมระบบเรดาร์ที่ใช้ติดตั้งบนโดรน
3. ร่างประกาศฯ มาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องและอุปกรณ์วิทยุคมนาคมสถานีภาคพื้นดินบนโดรน ในกิจการเคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม
4. ร่างประกาศฯ หลักเกณฑ์การใช้คลื่นความถี่และเครื่องวิทยุคมนาคมที่อนุญาตให้ใช้งานเป็นการทั่วไป
https://www.thestorythailand.com/nbtc-drone-remote-id/
#คลื่นความถี่ #โดรน
08/04/2026
CAAT หารือภาคเอกชนศึกษาการทดสอบอากาศยาน eVTOL ในไทย รองรับการพัฒนาเทคโนโลยีการบินแห่งอนาคตภายใต้กรอบความปลอดภัย
วันที่ 8 เมษายน 2569 พลอากาศเอกมนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และนายขจรพัฒน์ มากลิ่น รองผู้อำนวยการสายงานกำกับมาตรฐานความปลอดภัยการบินพลเรือน พร้อมด้วยฝ่ายมาตรฐานสนามบินและฝ่ายมาตรฐานอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ให้การต้อนรับผู้แทนจากบริษัท ไอ แคน ฟลาย จำกัด (I CAN FLY Co., Ltd.) เข้าหารือเกี่ยวกับแนวทางการนำอากาศยานไร้คนขับรุ่น EH216-5 ซึ่งเป็นอากาศยานไฟฟ้าขึ้นลงในแนวดิ่งแบบอัตโนมัติ (eVTOL) จากบริษัท EHang Intelligent Equipment Co., Ltd. เข้ามาทดสอบในประเทศไทย เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่และรองรับการพัฒนาระบบขนส่งทางอากาศแห่งอนาคต
ในการหารือครั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำเสนอแผนการนำเข้าอากาศยานจำนวน 2 เครื่อง เพื่อใช้สำหรับการทดสอบการบิน การประเมินสมรรถนะด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติการ ตลอดจนการศึกษากรอบกฎระเบียบและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องสำหรับการดำเนินงานในอนาคต CAAT ได้ให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และแนวทางการอนุญาตที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำว่าการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการทดสอบอากาศยานรูปแบบใหม่ในประเทศไทยจะต้องอยู่ภายใต้กรอบการกำกับดูแล มาตรฐานด้านความปลอดภัยการบิน และข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการเตรียมความพร้อมของ CAAT ในการพัฒนากรอบกำกับดูแลรองรับเทคโนโลยีการบินรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะอากาศยานในกลุ่ม Advanced Air Mobility (AAM) และ Urban Air Mobility (UAM) ซึ่งมีแนวโน้มจะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อระบบคมนาคมและอุตสาหกรรมการบินในอนาคต
CAAT เน้นย้ำว่าการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่จะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศเป็นไปอย่างมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว
23/03/2026
💼 เช็กด่วน! 3 อาชีพ "นักบินโดรน" ทำเงินสุดปังแห่งปี 2026 ที่ตลาดกำลังขาดแคลนหนัก! 🚁💸
เช้าวันจันทร์แบบนี้ ใครกำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้จากโดรนคู่ใจบ้าง? 🙋♂️
ต้องบอกเลยว่าในปี 2026 นี้ วงการโดรนไปไกลกว่าแค่การ "รับจ้างถ่ายรูปมุมสูง" ทั่วไปแล้ว เทคโนโลยีใหม่ๆ เปิดโอกาสให้เกิดสายงานเฉพาะทางที่ค่าตัวสูงลิ่ว และภาคธุรกิจกำลังต้องการตัวด่วน!
สมาคมฯ (DAT) ขอสรุป 3 สายงานทำเงินที่มาแรงที่สุดในปีนี้มาฝากกัน:
🏗️ 1. นักบินโดรนทำแผนที่ 3 มิติ (3D Mapping & Inspection):
หมดยุคคนปีนตึกเสี่ยงตาย! ตอนนี้วิศวกรและไซต์ก่อสร้างหันมาจ้างนักบินโดรนที่มีความสามารถในการบินแบบอัตโนมัติ (Waypoint) ผสานการใช้เซนเซอร์ LiDAR หรือ Visual SLAM เพื่อสร้างโมเดล 3 มิติของอาคารและประเมินโครงสร้าง (สายนี้ค่าตอบแทนต่อโปรเจกต์สูงมาก!)
📦 2. ผู้ควบคุมโดรนบรรทุกหนัก (Heavy Lift Operator):
จำโดรนยักษ์อย่าง Keel Max ที่แบกของได้ 100 กก. ได้ไหมครับ? ตอนนี้ภาคการเกษตรแปลงใหญ่ โลจิสติกส์ และงานกู้ภัยทางทะเล ต้องการนักบินที่มีใบอนุญาตถูกต้องและมีความเชี่ยวชาญในการคุมโดรนไซส์ยักษ์เหล่านี้เพื่อขนส่งสัมภาระแข่งกับเวลา
🏎️ 3. นักบิน FPV ทัวร์อินดอร์ (Indoor FPV Tour):
สายซิ่งต้องมาทางนี้! ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ โรงแรม และคาเฟ่ชื่อดัง นิยมจ้างนักบิน FPV บินโดรนลำจิ๋วแบบ Long-take โฉบเฉี่ยวทะลุหน้าต่างจากนอกตึกเข้ามาในห้องพัก เพื่อทำคลิปไวรัลลงโซเชียลมีเดีย งานนี้อาศัยฝีมือล้วนๆ!
ลูกเพจของสมาคมฯ ถนัดบินสายไหนกันอยู่บ้าง? หรือใครกำลังอยากเริ่มเข้าสู่วงการแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง คอมเมนต์ปรึกษา หรือ "แปะพอร์ตรับงาน" กันใต้โพสต์นี้ได้เลย! 👇
#อาชีพนักบินโดรน #รับทำแผนที่ด้วยโดรน #รับถ่ายภาพมุมสูง
18/03/2026
KEY MESSAGES : แกะไส้ใน ‘โดรน ชาเฮด’ อาวุธโจมตีแบบเที่ยวเดียวราคาประหยัด ที่อิหร่านใช้พลิกเกมในสงครามทางอากาศ
ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน หนึ่งในอาวุธที่ถูกจับตามองว่ามีผลสำคัญต่อทิศทางของสงครามคือ ‘โดรน’ ซึ่งอิหร่านถือเป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่ทำการพัฒนาและผลิต ‘โดรนโจมตี’ ที่ทั่วโลกรู้จักในชื่อ โดรนชาเฮด (Shahed Drone) หรือ Shahed-136
โดรนชาเฮด หรือโดรนไร้คนขับที่มีผู้ควบคุมจากระยะไกล เป็นโดรนโจมตีแบบ ‘เที่ยวเดียว’ (One-Way Attack Drone) ที่จะบินไปยังเป้าหมายและระเบิดเมื่อกระทบกับเป้าหมาย
ที่ผ่านมา อิหร่านใช้เวลาหลายปีในการผลิตและจัดส่งโดรนรุ่นนี้ให้กับชาติพันธมิตร และคาดว่า ณ ปัจจุบัน อิหร่านมีโดรนชาเฮด อยู่ในสต็อกกว่า 8 หมื่นลำ
และกว่า 1,000 ลำ ถูกนำมาใช้แล้ว เพื่อโจมตีในอิสราเอลและหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดฉากโจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
การใช้โดรนชาเฮด ในการโจมตีนั้น จะมุ่งเน้นไปที่ปริมาณมากกว่าความแม่นยำ โดยอาศัยการปล่อยโดรนจำนวนมากเข้าโจมตีพร้อมๆ กันเพื่อเอาชนะระบบป้องกันภัยทางอากาศ
ยุทธวิธีในการใช้โดรนโจมตีแบบนี้ ยังถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธวิธีการทำสงครามแบบอสมมาตร (Asymmetric Warfare) เนื่องจากอิหร่านนั้นมีกองทัพและเทคโนโลยีที่ด้อยกว่าศัตรูอย่างอิสราเอลและสหรัฐฯ
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว โดรนเหล่านี้มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ โดยโดรนชาเฮด 1 ลำมีต้นทุนอยู่ระหว่าง 20,000 ถึง 50,000 ดอลลาร์ จากการประเมินโดยศูนย์เพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์และระหว่างประเทศ (Center for Strategic and International Studies)
ความแตกต่างนี้ สะท้อนชัดในการทำสงครามทางอากาศที่เกิดขึ้น พูดให้เห็นภาพง่ายๆ เช่น ค่าใช้จ่ายของระบบขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออต 1 ระบบของสหรัฐฯ ปกติแล้วจะอยู่ที่ราว 4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเทียบได้กับราคาของโดรนชาเฮดจำนวน 115 ลำ (คำนวนจากราคาลำละประมาณ 35,000 ดอลลาร์)
📌 ประสิทธิภาพโดรนชาเฮด ที่ยากต่อการหยุดยั้ง
โดรนชาเฮด มีความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบินได้ระยะไกล 1,800-2,400 กิโลเมตร บรรทุกระเบิดน้ำหนักถึง 40 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพที่โดดเด่น โดยเฉพาะระบบป้องกันการรบกวนสัญญาณและมีคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ ที่ทำให้ศัตรูป้องกันการโจมตีได้ยาก ได้แก่
1.ระบบนำทางแบบออฟไลน์
โดรนชาเฮด ออกแบบมาให้ระเบิดเมื่อกระทบเป้าหมาย โดยจะเชื่อมต่อกับสัญญาณ GPS เพื่อบันทึกตำแหน่ง แค่ก่อนหรือหลังการบินขึ้น จากนั้นโดยทั่วไปจะปิดตัวรับสัญญาณ ก่อนจะเดินทางเป็นระยะทางไกลไปยังเป้าหมายโดยใช้ไจโรสโคปที่วัดความเร็ว ทิศทาง และตำแหน่ง ซึ่งเรียกว่า ‘ระบบนำทางเฉื่อย’
โทมัส วิธิงตัน (Thomas Withington) นักวิจัยจากสถาบัน Royal United Services Institute (RUSI) ของอังกฤษชี้ว่า “GPS จะถูกรบกวนสัญญาณโดยสิ่งใดก็ตามที่ปกป้องเป้าหมาย”
“หากคุณดูแผนที่การรบกวนสัญญาณ GPS ในตะวันออกกลางในขณะนี้ คุณจะเห็นว่ามีการรบกวนสัญญาณเป็นจำนวนมาก การไม่ใช้ GPS จะช่วยหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นได้”
โดรนชาเฮดสามารถเชื่อมต่อกับสัญญาณ GPS ได้อีกครั้งก่อนการโจมตีเพื่อความแม่นยำยิ่งขึ้น หรืออาจทำการโจมตีแบบอยู่ในโหมดออฟไลน์ก็ได้
“มันอาจไม่แม่นยำเสมอไป แต่ก็แม่นยำเท่าที่จำเป็น” วิธิงตันกล่าว
2. กลไกป้องกันการรบกวน
รัสเซียเองก็มีการผลิตโดรนแบบเดียวกับชาเฮด เพื่อใช้ในสงครามในยูเครนตลอดหลายปีที่ผ่านมา
สถาบันวิทยาศาสตร์และความมั่นคงระหว่างประเทศของสหรัฐฯ พบในปี 2023 ว่าโดรนเหล่านั้นมีการใช้ “ระบบลดการรบกวนเสาอากาศที่ทันสมัย” เพื่อกำจัดสัญญาณรบกวนของศัตรูในขณะที่ยังคงรักษาสัญญาณ GPS ที่ต้องการไว้
AFP รายงานข้อมูลจากแหล่งข่าวในยุโรป ว่า พบกลไกป้องกันการรบกวนสัญญาณ GPS ในซากโดรนที่ผลิตโดยอิหร่าน ซึ่งใช้โจมตีไซปรัสในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่าน
ทอดด์ ฮัมฟรีย์ส ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศแห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัสที่ออสติน ชี้ว่า “อิหร่านประกอบโดรนชาเฮดขึ้นมา โดยใช้ชิ้นส่วนสำเร็จรูป แต่ก็มีความสามารถหลายอย่างที่อุปกรณ์ GPS ของกองทัพสหรัฐฯ มี”
“การป้องกันพวกมันในขณะนี้จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์สงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน”
3.วัสดุพรางตัว
เอกสารของ RUSI ปี 2023 ระบุว่า โดรน Shahed สร้างขึ้นจาก วัสดุดูดซับเรดาร์น้ำหนักเบา เช่น พลาสติกและไฟเบอร์กลาส
โดยขนาดที่เล็กและระดับเพดานบินที่ต่ำ ทำให้พวกมันสามารถหลบเลี่ยงระบบป้องกันภัยทางอากาศได้
4.ระบบระบุตำแหน่ง
ผู้เชี่ยวชาญบางคนคิดว่าอิหร่านใช้ระบบระบุตำแหน่งหลายระบบ ทำให้โดรนของอิหร่านสามารถหลบเลี่ยงการรบกวนสัญญาณได้ง่ายขึ้น
เซอร์ฮี เบสเครสต์นอฟ ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของกระทรวงกลาโหมยูเครน ชี้ว่า อิหร่านใช้ระบบดาวเทียม BeiDou ระบบนำทางด้วยดาวเทียมของจีน ซึ่งเป็นคู่แข่งของระบบ GPS ของสหรัฐฯ
ซึ่งโดรนชาเฮด รุ่นที่ผลิตในรัสเซีย ใช้ทั้งดาวเทียม BeiDou และ GLONASS ซึ่งเป็นระบบนำทางด้วยดาวเทียมของรัสเซีย เขากล่าว
นอกจากนี้ ยังมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าโดรนของอิหร่านอาจใช้ LORAN ซึ่งเป็นระบบนำทางด้วยคลื่นวิทยุที่พัฒนาขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองด้วย
โดยระบบ LORAN ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ดาวเทียม ส่วนใหญ่เลิกใช้ไปเมื่อ GPS ถือกำเนิดขึ้น แต่ในปี 2016 อิหร่านเปิดเผยว่า กำลังฟื้นฟูเทคโนโลยีนี้ ซึ่งต้องใช้เครือข่ายเครื่องส่งสัญญาณภาคพื้นดินขนาดใหญ่ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจะยังไม่ยืนยันว่า เทคโนโลยีนี้สามารถใช้งานได้จริงในปัจจุบันก็ตาม
📌 จะรับมือโดรนชาเฮดอย่างไร?
กองทัพส่วนใหญ่ใช้วิธีป้องกันโดรนชาเฮด ด้วยการยิงสกัดด้วยปืนใหญ่ ขีปนาวุธ และโดรนสกัดกั้น โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลก็กำลังพัฒนาระบบเลเซอร์สกัดกั้นโดรนเช่นกัน
แต่การรบกวนสัญญาณก็ยังคงใช้ได้ผล เช่นในกรณีของยูเครน เช่นเดียวกับการปลอมแปลงสัญญาณ ซึ่งต้องใช้การแฮ็กเข้าไปในระบบนำทางของโดรนเพื่อเปลี่ยนจุดหมายปลายทาง
จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางทหารของยูเครนโดยสำนักข่าว AFP พบว่ายูเครนใช้สงครามอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำลายโดรนโจมตี 4,652 ลำ ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2025 ซึ่งไม่ห่างจากจำนวนโดรนที่ยิงตกในช่วงเวลาเดียวกัน คือ 6,041 ลำ
ผู้เชี่ยวชาญของยูเครนยืนยันว่า การป้องกันทางอิเล็กทรอนิกส์และการสกัดกั้นโดรนแบบดั้งเดิมมักถูกใช้ควบคู่กันเพื่อต่อต้านโดรนโจมตีเหล่านี้
นอกจากนี้ สำหรับกองทัพสหรัฐฯ ก็มีการพัฒนาโดรนโจมตีแบบทางเดียว ที่คล้ายกับโดรนชาเฮดของอิหร่านเช่นกัน โดยมีชื่อว่าโดรนลูคัส (LUCAS) หรือ FLM-136 LUCAS ซึ่งปัจจุบันก็ถูกนำมาใช้ในสงครามอิหร่านแล้วเช่นกัน
รัฐบาลวอชิงตันหันมามุ่งเน้นการพัฒนาโดรนทางทหารขนาดเล็กอย่างจริงจัง โดยในเดือนกรกฎาคม 2025 พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งชื่อ “ปลดปล่อยความเหนือกว่าของโดรนทางทหารสหรัฐฯ” เพื่อสั่งให้เพนตากอนลดขั้นตอนทางราชการและเร่งการใช้งานโดรนทั่วทั้งกองทัพ ท่ามกลางความพยายามเพื่อรับมือความท้าทายของฝ่ายตรงข้าม เช่น อิหร่าน ที่มีการผลิตโดรนจำนวนมาก
ทั้งนี้ ในการประชุมแบบปิดของสภาคองเกรสสหรัฐฯ เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ ได้แจ้งต่อสมาชิกสภาคองเกรสว่า โดรนชาเฮดของอิหร่าน กำลังกลายเป็นความท้าทายใหญ่ เพราะระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ ไม่สามารถสกัดกั้นได้ทั้งหมด
แหล่งข่าวสองรายในห้องประชุมเผยว่า เฮกเซธ และพลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม ยอมรับว่า โดรนแบบใช้เที่ยวเดียวนี้กำลังสร้างปัญหาใหญ่มากกว่าที่คิดไว้ เพราะโดรนเหล่านี้บินต่ำและช้า ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้สามารถหลบเลี่ยงระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ดีกว่าขีปนาวุธ
อ้างอิง :
⚈ https://economictimes.indiatimes.com/news/defence/unveiling-the-secrets-of-irans-shahed-drones-advanced-military-technology-in-action/articleshow/129616269.cms?from=mdr
⚈ https://www.reuters.com/graphics/IRAN-CRISIS/DRONES/dwpkyamxqpm/
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2
Nakhon Ratchasima
30000