Bridgemastery
15/08/2023
Overwatch จากสุดยอดเกมแห่งปี สู่เกมที่คนทั้งรักทั้งเกลียด
👉 หากเราย้อนเวลากลับไปในช่วงปลายปี 2015 เข้าสู่ปี 2016 วงการเกมในตอนนั้นถูกสร้างความ Hype ขั้นสุดด้วยผลงานเกมใหม่จากค่ายพ่อมดน้ำแข็งอย่าง Blizzard Entertainment ค่ายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดผู้สร้างผลงานเกมดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Warcraft, Starcraft หรือเกมก่อนหน้านี้ในช่วงนั้นอย่าง Heroes of the Storm และ Hearthstone ล้วนเป็นเกมที่ผู้เล่นชื่นชมและชื่นชอบ
👉 Overwatch เป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากการที่ตัวเกม MMORPG เกมหนึ่งที่ชื่อ Titan ของพวกเขาถูกยกเลิกในปี 2013 ซึ่งตอนนั้นตัวเกมทำกันมา 7 ปีเต็มแล้ว ทีมพัฒนาเกมนั้นได้ถูกกระจายตัวไปยังทีมพัฒนาเกมอื่น ๆ ยกเว้นทีมเล็ก ๆ ประมาณ 40 คน หนึ่งในนั้นคือ Jeff Kaplan เขาได้รับมอบหมายให้หาแนวคิดในการทำเกมใหม่ด้วยระยะเวลาอันจำกัด และตอนนั้นสิ่งที่ Jeff นำเสนอก็คือ เกมแนว Hero Shooter ที่มีการเล่นแบบ Team Based หรือเน้นการเล่นเป็นทีม ซึ่งแรงบันดาลใจในตอนนั้นก็คือ Team Fortress 2
👉 การพัฒนาเริ่มต้นขึ้นด้วยการนำเอา Asset ต่าง ๆ ของ Titan มาใช้ในการเล่าเรื่องราวและฉากต่าง ๆ วันเวลาผ่านไปเพียง 1 ปี Overwatch ประกาศเปิดตัวครั้งแรกที่งาน BlizzCon 2014 และสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนเกม ก่อนที่ปี 2015 ทาง Blizzard จะโหมโปรโมทอย่างหนัก และมีการเปิดทดสอบเกมในช่วงปลายปี ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างมหาศาล ด้วยจำนวนผู้เล่นมากกว่า 9.7 ล้านคน สูงยิ่งกว่าเกมใด ๆ ในตอนนั้น และ Overwatch เป็นเกมที่ต้องเสียเงินซื้อมาเล่นในราคา 60$ หรือประมาณ 1,700 บาท แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะยอดขายนั้นถล่มทลายมาก เอาแค่ปีเดียวก็ทำรายได้ให้ Blizzard ไปมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างฐานแฟนไปทั่วโลก และถึงขั้นที่คว้ารางวัล เกมแห่งปี (Game of the Year) ประจำปี 2016 มาครอง
❓แล้วเกิดอะไรขึ้นกับ Overwatch❓
👉 หลังจากตัวเกมยืนกระแสมาได้นาน 3 ปีเต็ม ในปี 2019 Blizzard ประกาศเปิดตัว Overwatch 2 โดย Jeff Kaplan ยังคงอยู่ในช่วงแรกของการเปิดตัว จุดประสงค์คือ การปรับตัวไปตามกลไกตลาดเกมในช่วงนั้น ในตอนแรก แผนการของ Overwatch ก็คือ จะมีการเพิ่มฮีโร่ แผนที่ โหมดเกมการเล่นใหม่ ๆ เข้าไปให้ทั้งสองภาค แต่แผนการก็เปลี่ยนไป เมื่อภาค 2 จะกลายเป็นเกมเล่นฟรี และจะมาแทนที่เกมภาคแรกทั้งหมด แต่ Progression สกิน ไอเทมต่าง ๆ ที่ผู้เล่นมี จะโอนจากภาคแรกมาได้โดยตรง
👉 ความเปลี่ยนแปลงยังมีอีกมาก เช่นการลดจำนวนผู้เล่นต่อทีมลง จาก 6 คนเหลือ 5 คน การตัดเอาระบบกล่องสุ่มออก หันมาใช้ระบบยอดนิยมอย่าง Battle Pass ใช้การอัปเดตเป็นซีซั่นแทน แต่ปัญหาต่าง ๆ มันสะสมมาจากการที่ทีมพัฒนาเกม ได้ละเลยตัวเกมภาคแรกในช่วงของการพัฒนาภาค 2 ตัวเกมภาคแรกขาดการสนับสนุน และการดูแลจนทำให้แฟนเกมบางกลุ่มเกิดความไม่พอใจขึ้น แต่ด้วยความที่ยังสามารถคาดหวังกับภาค 2 ได้ กระแสจึงยังอยู่ในช่วงคงตัว
👉 ในระหว่างการพัฒนาภาค 2 หัวใจสำคัญคือโหมด Story PvE และระบบ Skill Tree ที่จะเป็นโหมดการเล่นแบบเนื้อเรื่อง ช่วยกันตะลุยด่าน และฮีโร่แต่ละตัวจะมีความสามารถและสกิลรูปแบบใหม่ ๆ ให้ได้ใช้งานกัน จึงเกิดเป็นความหวังอีกครั้งว่าการมาถึงของ Overwatch 2 จะช่วยกอบกู้ให้ตัวเกมภาคแรกที่โดนปล่อยเมินได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
👉 แต่ข่าวร้ายแรกก็เริ่มต้นขึ้นในปี 2021 หัวเรือใหญ่ของ Overwatch อย่าง Jeff Kaplan ประกาศลาออกจาก Activision Blizzard ในเดือนเมษายน 2021 และส่งไม้ต่อในการกำกับดูแลเกม Overwatch ให้กับ Aaron Keller แทน โดยตอนนั้นก็มีการออกมายืนยันว่า การพัฒนา Overwatch 2 จะเป็นไปในทางที่ดีต่อไป
👉 และล่าสุดเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2023 ที่ผ่านมา ที่ถือว่าทำให้แฟน ๆ หมดศรัทธากับ Overwatch 2 ไปโดยสิ้นเชิง คือการที่ตัวเกมออกมาประกาศยกเลิกส่วนของโหมด Hero Mission ด้วยสาเหตุที่ว่าการพัฒนานั้น เต็มไปด้วยปัญหา และไปต่อได้ยาก ระบบ Skill Tree ถูกตัดออกไปเลย แต่ยังยืนยันว่าโหมด Story Mission จะยังคงอยู่ และขายแยกเหมือนเดิม
👉 ตรงนี้นี่แหละที่ทำให้ผู้เล่นโกรธเคืองกันอย่างหนัก เพราะสำหรับหลายคน โหมด Hero Mission คือสิ่งที่ผู้เล่นคาดหวังจะได้เห็น เพราะมันคือสิ่งที่ทีมงานตัดสินใจปล่อยปละละเลยตัวเกมภาคแรก หันมาทุ่มพัฒนากันอยู่หลายปี แต่กลับถูกพับเก็บไปดื้อ ๆ แถมยังเอาส่วนที่ทำไม่เสร็จมาขายแยกเหมือนเดิมอีกต่างหาก ยังไม่รวมถึงปัญหาต่าง ๆ ที่สะสมมานานนับตั้งแต่เกมเปิดตัวภาค 2 ทั้งความไม่สมดุลของฮีโร่ การจับคู่ ระบบเกมเพลย์การเล่น และอื่น ๆ อีกมากมาย
👉 หลังจากตัวเกมอยู่บนแพลตฟอร์ม Batte.net เพียงอย่างเดียว หลังจากที่เกมลง Steam จึงถึงเวลาที่แฟน ๆ จะได้ระบายความอัดอั้นตันใจผ่านระบบรีวิวเกม ซึ่งลำพังปัญหาสะสมจากผู้เล่นเก่านั้นก็มากพอแล้ว แต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมานั้น Activision Blizzard ดันไม่ลงรอยกับ NetEase ค่ายเกมยักษ์ใหญ่ของจีนที่เป็นผู้ให้บริการ Overwatch ในจีน ด้วยการเจรจาที่ไม่ลงตัว Activision Blizzard จึงไม่ไปต่อกับ NetEase ส่งผลให้เกมต่าง ๆ ของค่ายตัวเองต้องปิดให้บริการในจีน อันเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนรีวิวบอมบ์ในหน้า Steam เกือบ 70% เป็นคนจีนที่มาถล่มด่านั่นเอง (อ่านเพิ่มเติมที่โพสท์นี้ : Facebook)
👉 แต่ถึงแม้จะเจอปัญหา และอุปสรรคมากแค่ไหน Overwatch 2 ยังคงเป็นเกมที่มีผู้เล่นอยู่มากพอสมควร และมีคอนเทนต์อัปเดตต่าง ๆ เป็นประจำ แต่การจะหวังให้ตัวเกมคัมแบค กลับไปรุ่งโรจน์เหมือนช่วงแรกที่เปิดตัว งานนี้อาจจะต้องรอดูกันยาว ๆ เลยว่า จะสามารถทำได้หรือไม่ โดยเฉพาะกับปัจจุบัน ที่ผู้เล่นแทบไม่เหลือความเชื่อใจใด ๆ ให้กับทีมพัฒนาทีมนี้อีกแล้ว
11/02/2023
all very low แต่เรายังไปต่อในปี 2023
08/01/2023
#คำถามจากทางบ้าน(28)
หมอจัดการหนังสือที่ซื้อมายังไง
ที่บ้านยังมีที่เก็บใช่ไหมคะ ?
แบ่งมาเก็บที่ รพ. ยังไม่พอ 🤣🤣🤣🤣
คนที่บ้านบ่นมากเรื่องหนังสือ
นี่ขนาดเราไม่ใช่สายดองนะ
วิธีที่เคยใช้จัดการมา ก็มี
เอาไปขายร้านที่รับซื้อมือสอง
ส่วนใหญ่รับซื้อครึ่งราคา
ก็ดี .. แต่ไม่ค่อยมีเวลาแบกไปขาย
เอาไปบริจาคห้องสมุด บริจาคตามโครงการต่างๆ
อันนี้ไม่ดีในแง่ รู้สึกว่ามันจะมีคนอ่านจริงไหม
เอาไปแจก/ส่งต่อให้ คนอื่นๆ
อันนี้ก็สนุกดี แถมได้รู้ว่า
คนที่รับไปเขาอยากอ่านจริงๆ
แต่ก็เลิกทำไป เพราะไม่มีเวลาไปไปรษณีย์
(ตอนแรกพี่บุรุษไปรษณีย์
รับจาก รพ.ไปให้ แต่คงส่งบ่อยมาก
ส่งเยอะ จนพี่แกบอกไม่เอาแล้ว 😅😅
ถ้าพี่ไปรษณีย์มาเห็น ช่วยได้จะลองเอามาแจกอีก
ให้เดินไปส่งเอง ไม่ไหวจริงๆ)
สุดท้ายตอนนี้ ให้เพื่อนไปขายครับ
เป็นธุระให้ เราเลยให้เขาจัดการให้
หนังสือที่เก็บไว้จะเป็นหนังสือที่มีคนให้มา
หนังสือที่รัก/ชอบ มากๆ
ไม่คิดจะเก็บสะสมหนังสือแต่อย่างใด
เลยไม่ค่อยมีปัญหาในการเลือกขาย ครับ
ขอบคุณสำหรับคำถามนะครับ
ใครมีคำถามอะไร ถามมาได้เลย
จะเกี่ยวกับสุขภาพหรือไม่เกี่ยว
จะเกี่ยวกับวิชาการ หรือ บันเทิง ก็ได้หมด
จะไสยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ก็ลองถามได้
แล้วจะทยอยตอบครับ :)
04/01/2023
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ที่อยู่
Nakhon Ratchasima