Balance Life

Balance Life

แชร์

02/05/2022

วิธีการนวดรักษาอาการ Tension Headache เบื้องต้น

ลักษณะอาการ 🤕 : Tension Headache คืออาการปวดหัวที่เกิดจากความเครียด ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีอาการรุนแรงเหมือนกับอาการปวดหัวไมเกรน ที่จะมีอาการปวดหัว อาเจียนและมีอาการไข้ โดยทั่วไปอาการของ Tension Headache จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อส่วนบนของร่างกาย คือจะมีอาการปวดหัวเริ่มต้นที่ บริเวณหน้าผาก, ขมับ, บริเวณที่ทัดดอกไม้, ท้ายทอย (ส่วนนี้จะมีอาการตึงมากของกล้ามเนื้อ), จนถึงบริเวณไหล่หรือบ่า ทำให้บางครั้งที่มีอาการปวดหัวมากๆ จะมีอาการชาไปที่ฝ่ามือ เพราะอาการตึงเครียดกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอกับบ่า สาเหตุที่ทำให้มีอาการรู้สึกชา เพราะว่ามีจุดกดเจ็บ (Trigger points) บริเวณ ขมับ, ต้นคอกับท้ายทอย, ไหล่, และแขน ทำให้รู้สึกชาที่แขน

📍สาเหตุ : เกิดจากความเครียด, การเครียดสะสม, พักผ่อนไม่เพียงพอ, ดื่มน้ำน้อย, และอาการตึงเครียดของกล้ามเนื้อส่วนบนของร่างกาย

👤 การนวดแก้อาการเบื้องต้น (ด้วยตัวเอง) : ใช้นิ้วโป้งนวดบริเวณที่ขมับไปข้างหน้าและกลับหลัง ประมาณอย่างละ 15 ครั้ง (1-2 นาที) ไล่ไปจนถึงบริเวณที่ทัดดอกไม้ หลังจากนั้นนวดคลึงและกดจุดบริเวณส่วนท้ายทอยของเรา กดค้างไว้ (10-15 วินาที) ต่อมาให้ใช้นิ้วชี้, นิ้วกลาง, และนิ้วนาง กดลงบริเวณบ่า และทำการนวดคลึงบนบ่า ประมาณ 1-2 นาที หลังจากนั้นให้ใช้นิ้วชี้, นิ้วกลาง, และนิ้วนางกดลงที่บ่าและหมุนไหล่พร้อมๆ กัน ประมาณ 2-3 รอบ

✅ คำแนะนำ : เวลานั่งทำงานให้จัดท่านั่งให้อยู่ในลักษณะตัวตรง, ควรลุกจากที่นั่งอย่างน้อยทุกๆ ครึ่งชั่วโมง, ยืดกล้ามเนื้อส่วนบน, ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อวัน (2-3 ลิตรต่อวัน) เพื่อลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ, ใช้ถุงประคบร้อนบริเวณที่มีอาการตึงของกล้ามเนื้อ

แอดมิน
Balance Life Holistic team

16/06/2021

อาการปวดเข่า ( Knee pain ).

- อาการปวดเข่าสามารถจำแนกได้หลายประเภท เช่น อาการปวดเข่าฉับพลัน, อาการปวดเข่าจากอาการบาดเจ็บ, อาการปวดเข่าจากภาวะข้อเข่าเสื่อม, และอาการปวดเข่าเรื้อรัง เป็นต้น

📍อาการปวดเข่าอาจจะไม่ใช่แค่ปัญหาเข่าเสื่อมอย่างที่เราเข้าใจ

➡️ เพราะว่า ข้อเข่า เป็นอวัยวะที่ช่วยให้เราเคลื่อนไหวในทุกท่วงท่าตามกิจกรรมต่างๆ ที่เราได้ทำ ฉะนั้น อาการปวดเข่าอาจเริ่มต้นที่จากน้ำหนักตัวเรา เนื่องจากข้อเข่าทำหน้าที่ในการรับน้ำหนักตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเดิน ยืน นั่ง หรือการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ล้วนส่งผลกระทบต่อเราไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เช่น การนั่งสมาธิ, การนั่งสวดมนต์, การนั่งยองๆ, การวิ่ง, การกระโดดที่สูง, และการออกกำลังกายหนัก ( การยกเวทที่น้ำหนักมากๆ ) เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย

👨‍🏭 รู้จักข้อเข่า

- ข้อเข่า ประกอบด้วยกระดูกต้นขา กระดูกหน้าแข้ง ลูกสะบ้า นอกจากนี้ยังมีอวัยวะที่สำคัญอย่าง กระดูกอ่อน และน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่าที่ทำหน้าที่รองรับการเคลื่อนไหวของข้อเข่า นอกจากนี้ยังมีเอ็นรอบ ๆ ข้อเข่า เอ็นไขว้หน้า เอ็นไขว้หลังที่อยู่ด้านใน ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงของเข่าและหมอนรองกระดูก ซึ่งเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกบริเวณเข่า ช่วยดูดซับและกระจายแรงจากน้ำหนักตัว

📋 สาเหตุของการปวดเข่า มีดังนี้

✔️ เส้นเอ็น (Ligament) หากมีการใช้งานซ้ำ ๆ เช่น นักกีฬาที่มีการใช้งานเข่าซ้ำ ๆ อาจส่งผลให้เส้นเอ็นลูกสะบ้าทำงานหนัก ทำให้อักเสบหรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างเล่นกีฬาหรือฝึกซ้อม

✔️ กระดูกอ่อน (Cartilage) เป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดเข่าได้เช่นกัน ที่พบได้บ่อย เช่น กระดูกอ่อนลูกสะบ้า โดยอาจเป็นร่วมกับเอ็นลูกสะบ้าอักเสบได้ เกิดจากการใช้งานซ้ำ ๆ หรือมีการกระแทกซ้ำ ๆ จนทำให้เกิดการอักเสบหรือสึกหรอขึ้นบริเวณกระดูกอ่อน หรือจากการงอเข่า นั่งยองเป็นประจำ การใช้งานข้อเข่าในการเดินขึ้นลงบันได ร่วมกับกล้ามเนื้อโดยรวมของสะโพกและขาไม่แข็งแรงมากพอ ก็ส่งผลทำให้คนไข้เกิดอาการปวดเข่าได้

✔️ หมอนรองกระดูก (Meniscus) ปัญหาของหมอนรองกระดูกอาจเกิดจากความเสื่อมของเนื้อหมอนรองกระดูกตามการใช้งานตามอายุ หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา กระดูกอ่อนเกิดการเสียดสีกันไปเรื่อย ๆ เกิดการสึกหรอไปเรื่อย ๆ กลายเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้ ทั้งนี้สาเหตุอื่น ๆ เช่น การหกล้มหรือลื่นไถลผิดท่าอาจจะทำให้หมอนรองกระดูกที่มีความเสื่อมอยู่แล้วฉีกขาดรุนแรงมากขึ้นได้ แต่ในคนที่อายุน้อย ไม่ได้มีปัญหาความเสื่อมของหมอนรองกระดูก หากประสบอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้หมอนรองกระดูกฉีกขาดและมีอาการปวดเข่าได้เช่นกันในทุกเพศทุกวัย

✔️ ภาวะข้อเข่าเสื่อม ก็จะมีอาการปวดเช่นกัน โดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มจากปวดด้านในข้อเข่า หากอาการเสื่อมเป็นรุนแรงขึ้นก็จะทำให้ปวดทั่ว ๆ หัวเข่าตามมา ซึ่งสาเหตุข้อเข่าเสื่อมอาจจะเกิดจากมีการบาดเจ็บของส่วนต่าง ๆ ในข้อเข่า เช่น เส้นเอ็น หรือหมอนรองกระดูก และถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาให้ทันท่วงที

♦️ อาการปวดเข่า

- อาการปวดเข่า ส่วนใหญ่จะซ้อนทับกัน ไม่สามารถบ่งชี้ลักษณะอาการได้โดยตรงจากภายนอก แพทย์จะประเมินอาการของคนไข้และวินิจฉัยจากการซักประวัติและตรวจร่างกายเพิ่มเติมด้วย แต่หากสงสัยการบาดเจ็บรุนแรงในข้อเข่า การทำ MRI ประกอบเพิ่มเติมจะช่วยให้ทราบถึงความรุนแรงและวินิจฉัยอาการได้ตรงตามตำแหน่ง ในกรณีที่คนไข้มีอาการผิดปกติ เช่น

1. มีอาการเจ็บหรือปวดข้อเข่าผิดปกติ ประสบปัญหาในการเหยียดงอของข้อ มีอาการเหยียดไม่สุด งอไม่เข้า การยืนหรือลงน้ำหนักไม่ได้หรือได้ไม่เต็มที่

2. มีอาการปวด บวม ร้อนในตำแหน่งข้อเข่า
เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการอักเสบของเข่า

3. มีอาการปวดเรื้อรังไม่หาย ทานยาสามัญประจำบ้านแล้วไม่ดีขึ้น หรือพักขา ลดการเดินหรือกิจกรรมที่ส่งผลต่อข้อเข่าแล้วไม่ดีขึ้น ควรรีบมาพบแพทย์

Remedial massage treatment for knee pain
การรักษาอาการปวดเข่าของนวดรักษาอาการ

- Trigger point therapy
- Joint mobility
- Lift technique
- Deep tissue massage
- Stretching

✅ ป้องกันอาการปวดเข่า

- การป้องกันอาการปวดเข่าสามารถทำได้โดยการบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรง คนที่มีน้ำหนักตัวมากควรลดน้ำหนัก หลีกเลี่ยงท่าที่เสี่ยง เช่น งอเข่า นั่งยอง คุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิเป็นเวลานาน ๆ เป็นต้น

🅿️ ท่าบริหารกล้ามเนื้อบริเวณเข่า มีดังต่อไปนี้

1. ท่าเหยียดขาตรง (Straight Leg Raising) นั่งเก้าอี้ให้หลังตรง ยกขาขึ้น เข่าเหยียดตรงไม่งอ ค้างไว้ นับ 1 – 10 ต่อเซ็ต จะได้การบริหารกล้ามเนื้อต้นขา

2. สควอช (Squat) กางขาสองข้างระดับหัวไหล่ สามารถยกแขนเพื่อบาลานซ์ตัว หลังตรงเกร็งหน้าท้อง หย่อนก้นและย่อเข่าลงมา พยายามให้หัวเข่าไม่เลยเกินปลายเท้า ย่อเข่าลง 90 องศา แต่ในผู้ที่มีอาการปวดเข่าแนะนำให้ย่อเข่าลงเพียง 45 – 60 องศาที่เรียกว่า ฮาร์ฟสควอช (Half Squat) ทำ 10 ครั้งต่อเซ็ต

3. ท่าย่อขา (Lunges) เป็นท่าบริหารโดยการย่อขา เพื่อบริหารกล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกคล้ายกับการสควอช แต่ใช้การก้าวมาด้านหน้าและย่อเข่าสลับกัน เป็นต้น

แอดมิน Balance Life Holistic team

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ การปฏิบัติ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง คลินิก ใน Nai Muang?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

ทีมทำอาหาร

เสื้อผ้า

เว็บไซต์

ที่อยู่


Nai Muang
30000