AstroClub LKS

AstroClub LKS

แชร์

13/04/2026

ด่วน! นักวิทย์ระดับโลกกำลังจับตาสัญญาณอันตรายใต้แปซิฟิก และไทยเราอาจจะต้องเตรียมรับมือกับ "ซูเปอร์เอลนีโญ" กันแล้วครับ เรื่องของเรื่องคือเมื่อเดือนเมษายน ปี 2026 องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (National Oceanic and Atmospheric Administration) หรือ NOAA ได้ออกรายงานเตือนว่ามีโอกาสถึง 61% ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) จะเริ่มก่อตัวจริงจังในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2026 นี้
ตอนนี้ถ้าเรามองแค่ผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก มันอาจจะยังดูสงบนิ่งและมีอุณหภูมิอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ความจริงแล้วภายใต้ความสงบนั้นมีกลไกทางฟิสิกส์กำลังซุ่มทำงานอยู่ มวลน้ำอุ่นมหาศาลที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำกำลังเคลื่อนตัวและแผ่ขยายไปทางทิศตะวันออก
ตามกลไกปกติ โลกของเราจะมี ลมค้า (Trade winds) ที่คอยพัดพาน้ำอุ่นมาหล่อเลี้ยงทางฝั่งเอเชียบ้านเรา แต่ข้อมูลล่าสุดกลับพบสิ่งที่เรียกว่า ความผิดปกติของลมตะวันตก (Westerly wind anomalies) พูดง่ายๆ คือลมมันเริ่มพัดตีกลับทิศทาง แล้วดันเอามวลความร้อนมหาศาลที่สะสมไว้นี้ให้เคลื่อนข้ามมหาสมุทรกลับไปทางตะวันออกแทน
สถานการณ์นี้เปรียบได้กับการที่เราเอาพัดลมเป่าผิวน้ำในสระให้ไปกองรวมกันอยู่ฝั่งเดียวมาตลอดเวลา พอพัดลมเกิดหมดแรงหรือหันไปเป่าผิดทิศ น้ำที่กองรวมกันอยู่ก็จะไหลทะลักย้อนกลับมาอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญคือการเปลี่ยนทิศทางลมรอบนี้รุนแรงเอาเรื่อง แถมปริมาณน้ำอุ่นที่สะสมไว้ยังมหาศาลจนอาจจะมีมากกว่าเหตุการณ์เอลนีโญครั้งรุนแรงในอดีตที่ผ่านมาด้วยซ้ำครับ
สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกจับตาดูสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดก็คือ มีโอกาสถึง 25% (หรือ 1 ใน 4) ที่ปรากฏการณ์นี้จะทวีความรุนแรงจนกลายเป็น "ซูเปอร์เอลนีโญ" (Super El Niño) ในช่วงฤดูหนาวของซีกโลกเหนือปลายปี 2026
ซึ่งเกณฑ์ที่จะถูกยกระดับเป็นซูเปอร์เอลนีโญได้นั้น อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกจะต้องร้อนทะลุค่าเฉลี่ยปกติไปอย่างน้อย 2 องศาเซลเซียส ที่น่าตกใจคือ แค่ช่วงเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา อุณหภูมิผิวน้ำทะเลทั่วโลกก็ร้อนจัดจนทำสถิติสูงเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ไปแล้ว
และเมื่อเอลนีโญก่อตัวขึ้น มันจะทำหน้าที่เหมือนการเปิดวาล์วปลดปล่อยความร้อนมหาศาลที่ถูกกักเก็บไว้ในมหาสมุทรให้ระเหยกลับคืนสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งจะไปดันให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกโดยเฉลี่ยพุ่งปรี๊ดขึ้นไปอีก ยิ่งพอกลไกนี้มาทำงานร่วมกับสภาวะโลกร้อนที่เราเจอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ปี 2026 หรือ 2027 จึงมีโอกาสสูงมากที่จะทุบสถิติกลายเป็นปีที่ "ร้อนที่สุดเท่าที่โลกเคยบันทึกไว้" รวมทั้งอาจเข้าไปป่วนรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลกให้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
ขยับเข้ามาดูสถานการณ์ใกล้ตัวเราอย่างประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กันบ้างครับ สัญญาณเตือนทางชั้นบรรยากาศเริ่มฟ้องให้เราเห็นตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ข้อมูลชี้ชัดว่าบริเวณฝั่งตะวันตกของอินโดนีเซียมีการก่อตัวของเมฆฝนลดลงอย่างผิดสังเกต หรือที่ทางฟิสิกส์เรียกว่า "การพาความร้อนที่ถูกระงับ" (Suppressed convection)
กลไกของมันอธิบายได้ดังนี้ ปกติแล้วมวลน้ำอุ่นจะเป็นเสมือนเชื้อเพลิงที่คอยปั๊มความชื้นขึ้นไปบนฟ้าเพื่อสร้างเมฆฝนให้เรา แต่พอมวลน้ำอุ่นพวกนี้ถูกกระแสลมพัดตีตัวออกห่างจากภูมิภาคของเราไป ความชื้นในอากาศก็เลยถูกหอบหายตามไปด้วย ผลกระทบที่จะตามมาแบบเลี่ยงไม่ได้เลยคือ ฤดูมรสุม (Monsoon season) ของภูมิภาคเราจะอ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้ชัด
สิ่งที่เราจะต้องเผชิญคือภาวะฝนทิ้งช่วง ภัยแล้งที่อาจรุนแรงกว่าปกติ และปริมาณน้ำฝนที่จะหดหายไปยาวๆ ตั้งแต่ปลายปี 2026 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027 เราจึงต้องเริ่มวางแผนรับมือความเสี่ยงเรื่องผลผลิตทางการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารกันอย่างจริงจังแล้วครับ เพราะระบบแจกจ่ายน้ำฝนของโลกกำลังถูกจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด ตามเส้นทางของมวลน้ำอุ่นมหาศาลที่กำลังเดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกอยู่ในขณะนี้

[แหล่งอ้างอิง]
[1] Climate Prediction Center, National Centers for Environmental Prediction. (2026). EL NIÑO/SOUTHERN OSCILLATION (ENSO) DIAGNOSTIC DISCUSSION. National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA).
[2] Shah, S. (2026). Is a Super El Niño Coming in 2026? Here's What Scientists Are Saying. Time Magazine.
[3] Guth, A. F. (2026). Very strong El Niño could emerge. Here's what California expects. San Francisco Chronicle (SFGATE).
#เอลนีโญ #สภาพอากาศ #โลกร้อน #ภัยแล้ง #วิทยาศาสตร์น่ารู้ #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ #ซูเปอร์เอลนีโญ #ฟิสิกส์ชั้นบรรยากาศ

14/02/2026

เพราะบ้างครั้ง การมองดูแสงดาวอยู่ไกลๆ อาจปลอดภัยต่อหัวใจมากกว่าการครอบครอง 😶

🩶 ⭐ แสงจากดาวฤกษ์ที่เราเห็นอยู่บนท้องฟ้า
คือแสงในอดีตที่ออกเดินทางมาไกลแสนไกล
นานหลายร้อย หลายพัน หรืออาจนับเป็นล้านปี

แต่กว่าจะมาถึงโลกของเรา
ดาวดวงนั้นอาจดับลงไปแล้วก็ได้

ความรักบางครั้งก็เป็นแบบนั้น
เรายังรู้สึกถึงมันอยู่
ทั้งที่ในความจริง
มันจบไปตั้งนานแล้ว

แล้วนิยามความรักของคุณ สุขหรือเศร้า เล่าให้เราฟังได้นะ

Happy Valentine's Day ครับ ✨🩶
___________

#เกร็ดน่ารู้ เรื่องการเดินทางของแสง

แสงเดินทางในสุญญากาศด้วยอัตราเร็ว 299,792,458 เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นความเร็วสูงสุดตามกฎฟิสิกส์ ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนที่ได้เร็วกว่านี้ หากมนุษย์สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วเท่าแสง ภายในเวลาเพียง 1 วินาที เราจะเดินทางรอบโลกได้ประมาณ 7 รอบ

ดวงจันทร์ห่างจากโลกประมาณ 300,000 กิโลเมตร หรือ 1 วินาทีแสง ทุกครั้งที่เราแหงนหน้ามองดวงจันทร์ นั่นคือภาพในอดีตเมื่อ 1 วินาทีที่แล้ว

ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลกประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร หรือประมาณ 8 นาทีแสง ทุกครั้งที่เราแหงนหน้ามองดวงอาทิตย์ นั่นคือภาพในอดีตเมื่อ 8 นาทีที่แล้ว

ดังนั้น ทุกครั้งที่เรามองท้องฟ้าในยามค่ำคืน เราไม่ได้มองเพียง “ระยะทาง” อันไกลโพ้น แต่กำลังมองย้อนกลับไปใน “อดีต” ของเอกภพด้วยเสมอ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Lampang?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


Lampang
52100

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00