Wat Wa PhaChom

Wat Wa PhaChom

แชร์

04/02/2026

พระพุทธเทววิลาส

ภายในพระอุโบสถวัดเทพธิดารามประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดเล็กประดิษฐานบนบุษบก ชาวบ้านเรียก "หลวงพ่อขาว" เนื่องจากสลักด้วยศิลาขาวบริสุทธิ์ หน้าตักกว้าง 14 นิ้ว สูง 20 นิ้ว รัชกาลที่ ๙ ทรงถวายพระนามว่า #พระพุทธเทววิลาส

04/02/2026

https://www.facebook.com/share/p/1FeP1QbA6b/

พระพุทธสิหิงค์ ๓ องค์ ของไทย

มีการอธิบายคำว่า “สิหิงค์” นั้น เป็น ๒ แนว
๑. พระโพธิรังสี พระเถราจารย์
ซึ่งเป็นผู้แต่งนิทานพระพุทธสิหิงค์
ผูกขึ้นจากศัพท์ ๒ คำ คือ สีห+องฺค
มีความหมายว่า มีลักษณะท่าทางเหมือนราชสีห์

๒. พระรัตนปัญญา พระเถราจารย์
ผู้แต่งชินกาลมาลีปกรณ์ กล่าวถึงพระพุทธสิหิงค์
เช่นเดียวกับที่พระโพธิรังสีแต่งไว้
ต่างกันแต่เพียงพระรัตนปัญญา
เรียกพระพุทธสิหิงค์ว่า “พระสีหลปฏิมา”
ซึ่งหมายถึงพระพุทธรูปลังกา

ในไทยปรากฏอยู่ด้วยกัน ๓ องค์ คือ
องค์ที่ ๑ ประดิษฐานในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์
เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ประทับนั่งขัดสมาธิราบ
เข้าใจว่ามีลักษณะทางศิลปกรรม
แบบสุโขทัยที่มีอิทธิพลศิลปะลังกา

พระพุทธสิหิงค์องค์ที่ ๑ มีประวัติว่า
อัญเชิญมาจากเชียงใหม่ (พ.ศ. ๒๓๓๘)
เมื่อครั้งรัชกาลที่ ๑ รับสั่งให้สมเด็จพระบวรราชเจ้า
มหาสุรสิงหนาท (บุญมา) เสด็จยกกองทัพ
ขึ้นไปตีพม่าที่มาล้อมเชียงใหม่ไว้

ลักษณะโดยรวมแล้วใกล้เคียงอย่างมาก
กับพระพุทธรูปล้านนาในกลุ่มที่มีอิทธิพล
ของศิลปะสุโขทัยที่เรียกว่า “พระพุทธสิหิงค์แบบสิงห์สอง”
ส่วนสังฆาฏิที่เป็นแผ่นใหญ่และลงมาจรดขอบสบง
แสดงให้เห็นถึงกลุ่มที่มีอิทธิพลศิลปะอยุธยา
ที่ปรากฎในล้านนา ซึ่งไม่เคยปรากฏในศิลปะสุโขทัยเลย
ฉะนั้น พระพุทธสิหิงค์ที่ประดิษฐานในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์
อาจเป็นพระพุทธรูปล้านนาในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๑

ส่วนว่าทำไมพระพุทธสิหิงค์ที่ประดิษฐาน
ในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์จึงเป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิราบ
พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดี
เสนอว่า การที่สมเด็จพระราชวังบวรฯ
ทรงเลือกพระพุทธสิหิงค์ที่ขัดสมาธิราบมานั้น
เพื่อต้องการให้เห็นความแตกต่าง
จากงานศิลปกรรมของพม่าที่นิยมสร้าง
พระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร

อันแสดงให้เห็นถึงอำนาจทางการเมืองของพม่าด้วย
นับเป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างมาก
ซึ่งประเด็นเรื่องพระพุทธสิหิงค์นี้
ยังต้องศึกษาค้นคว้าและตรวจสอบหลักฐานกันต่อไป

องค์ที่ ๒ ประดิษฐานในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่
เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร
ศิลปะล้านนาที่เรียกว่า “แบบสิงห์หนึ่ง”
หรือ “แบบเชียงแสนสิงห์หนึ่ง”
อายุราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๐

องค์ที่ ๓ ประดิษฐานในหอพระพุทธสิหิงค์ นครศรีธรรมราช
เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร
เช่นเดียวกับองค์ที่ ๒ แต่พระองค์อ้วนเตี้ยมากกว่า
นิยมเรียกว่า “แบบขนมต้ม”
จัดเป็นสกุลช่างนครศรีธรรมราช ในสมัยอยุธยา
กำหนดอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑

ผศ.ดร. ศักดิ์ชัย สายสิงห์ อธิบายว่า
“ตำนานพระพุทธสิหิงค์และรูปแบบพระพุทธรูป
ขัดสมาธิเพชรในศิลปะอยุธยาได้แผ่อิทธิพล
ไปยังนครศรีธรรมราช จึงมีพระพุทธสิหิงค์
และพระพุทธรูปแบบขัดสมาธิเพชรเกิดขึ้นทางภาคใต้

การศึกษาสายวิวัฒนาการของพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร
หรือพระพุทธสิหิงค์ พบว่าเกิดขึ้นในล้านนาและลงมาทางใต้
ซึ่งตรงกันข้ามกับตำนานที่กล่าวว่ามาจากทางใต้
และขึ้นไปทางเหนือ

จึงแสดงให้เห็นว่า เรื่องของพระพุทธสิหิงค์
และรูปแบบพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร
เป็นตำนานของล้านนา ทั้งสุโขทัย อยุธยา นครศรีธรรมราช
และเมืองต่างๆ ที่กล่าวถึงในตำนาน น่าจะรู้จัก
จากตำนานของล้านนา จึงสร้างพระพุทธรูปขึ้น
ตามตำนานอันมีลักษณะแบบเดียวกับพระพุทธสิหิงค์
ของชาวล้านนา ที่เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร
ซึ่งไม่ตรงกับตำนานที่มาจากลังกา

เพราะถ้ามาจากลังกาแล้วน่าจะต้องเป็นพระพุทธรูป
ขัดสมาธิราบ ปางสมาธิ จึงทำให้นึกถึงข้อสันนิษฐาน
ของศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ข้อหนึ่งที่ว่า
‘พระพุทธสิหิงค์องค์เดิมที่กล่าวว่ามาจากลังกา
ตามตำนานนั้นสูญหายไปเสีย และมีการหล่อแทนใหม่
หรืออาจจะแต่งตำนานขึ้นเพื่อประกอบพระพุทธรูป
ให้ศักดิ์สิทธิ์ โดยกล่าวว่ามาจากลังกาก็ได้’ ”

สรุปตามลักษณพุทธศิลป์
พระพุทธสิหิงค์ ที่วัดพระสิงห์ สร้างเป็นลำดับแรก
พระพุทธสิหิงค์ ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ สร้างเป็นลำดับที่สอง
พระพุทธสิหิงค์ ที่นครศรีธรรมราช สร้างเป็นลำดับที่สาม

Credit
บทความ “พระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปสำคัญ
ของไทยทั้ง ๓ องค์ กับพุทธศิลป์ ๓ แบบ”
เว็บไซต์ : ศิลปวัฒนธรรม

ภาพจาก
facebook: Aksorn Pichai
facebook: Wittawat Pongpai
facebook: สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช

22/01/2026

#ใช้ดอกไม้เป็นกรรมฐาน ::

เราจัดดอกไม้บูชาพระ แล้วเราก็มีความสุข
เราได้ไหว้พระได้อะไร คิดว่าเราได้ทำสิ่งที่ดีงาม ถูกต้อง ใจมันปลื้ม
ใจที่ปลาบปลื้ม เวลาจะทำสมาธิ เราทรงใจที่ปลาบปลื้มนี้ไว้
แล้วเราก็เอาใจที่ปลาบปลื้มนี้ เป็นอารมณ์กรรมฐาน
อยู่กับความปลาบปลื้ม มีความสุขนี้ ไม่นานก็สงบแล้ว
เห็นไหม ถ้าจับหลักการภาวนาได้ โอ๊ย ง่ายไปหมด
จับหลักไม่ได้อะไรก็ยากไปหมด
พอใจเราปลื้ม มีความสุข สงบลงไปแล้ว
จิตที่สงบตรงนี้ จิตทรงสมาธิ
อย่างเรานึกถึงดอกไม้นี้ จิตเราทรงสมาธิเข้าไปได้ถึงรูปฌาน เข้าไปได้ถึงรูปฌาน
เรานึกภาพ นึกภาพอยู่แล้วก็ใจจดจ่อ ไม่วอกแวกไปที่อื่น
แล้วสุดท้ายดอกไม้ของเรา สีเขียว สีแดง สีเหลือง สีม่วงอะไรนี้
สีมันจะเปลี่ยน มันจะกลายเป็นแก้วใสๆ เป็นดวงใสสว่างขึ้นมา
ได้ปฏิภาคขึ้นมา จากดอกไม้ดอกเดียว
หรือบางคนเก่งกว่านั้นอีก ดูดอกไม้ดอกเดียวนี่ล่ะ
แล้วเห็นไตรลักษณ์ บรรลุพระอรหันต์ อย่างนี้ก็มี
คือสามารถดูดอกไม้นี่ล่ะ คนหนึ่งดูแล้วก็เป็นดอกไม้ของกู อันนี้ก็เวียนว่ายตายเกิดไป
คนหนึ่งดูไปแล้วก็จิตใจมีความสุข มีความสงบ
จิตใจจดจ่ออยู่กับพระ สงบ ก็ไปสุคติ ไปสวรรค์ได้ ไปพรหมโลกตื้นๆ ได้
บางคนลึกกว่านั้น เห็นดอกไม้นี้ เห็นความสวยความงาม
แล้วก็ต่อไปเห็นความเป็นไตรลักษณ์ของมัน ก็บรรลุพระอรหันต์ไปเลยก็มี

#หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
#วัดสวนสันติธรรม
31 สิงหาคม 2567
ฟังคลิปนี้ได้ตาม link ด้านล่าง นี้ครับ
https://youtu.be/hXjCjD7aQvY?si=5mT4ci0gz0Keno-P


#วัดวาพาชม

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง เทวโลก ใน Chiang Rai?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


วัดร่องเสือเต้น Blue Temple
Chiang Rai
57100