Kok Ing Khong Operation Group

Kok Ing Khong Operation Group

แชร์

Photos from Kok Ing Khong Operation Group's post 17/06/2022

สิงห์น้ำอิง:วิถีสุขแห่งบ้านป่า ตอนที่ 4 ลาบปลาค้าว
เดือนห้าหน้าแล้งตามคตินับวันทางภาคเหนือ ตรงกับปฏิทินสากลประมาณช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงประมาณต้นเดือนเมษายน มะม่วงออกดอกขาวสะพรั่ง สะเดาแตกยอดผลิดอกอ่อน ผักเฮือกหรือผักเฮืยดเริ่มผลิใบ แมลงจั้วหรือจักจั่นดำ ลอกคราบออกมาโบยบินส่งเสียงจับคู่ น้ำผึ้งน้ำมิ้มมีความหวานหอมอุดมคุณค่าสรรพคุณในทางยา บวกหนองเริ่มแห้งขอด เป็นช่วงว่างงานของชุมชนบ้านป่าหลังจากฤดูเก็บเกี่ยว ผู้หญิง คนแก่มักออกหาเก็บผักตามริมห้วย ริมน้ำมาเป็นอาหารเลี้ยงครอบครัว อากาศขมุกขมัวจากควันไฟ ควันฝุ่น ต้นไม้แห้งทิ้งใบเหลือแต่กิ่งก้าน เปลวแดดแผดเผา ร้อนระอุในช่วงบ่าย วันนี้สิงห์น้ำอิง เสือน้ำของ แก้วหน่อโอ่ และผู้เฒ่าหาญ นำแห เรือ ข้องใส่ปลา แน่งลาก อุปกรณ์หาปลาครบครัน ออกหากินทางน้ำยามอากาศร้อนตอนบ่าย
สองอาทิตย์ก่อนหน้า เฒ่าหาญกับพ่อเสือได้ทำการถมโข่เอากิ่งไม้กอไม้มาวางทับถมในวังน้ำตอกหลักยึดไม่ให้ไหลไปตามน้ำ ทั้งสองได้ถมโข่บริเวณวังต้นกว๋าวเพื่อเป็นที่อยู่ของปลาห่างจากตูบมะเดื่อไปทางใต้ประมาณสองกิโลเมตร
ย่างเดือนห้าแม่น้ำอิงเริ่มแห้งลง เหลือเพียงเฉพาะบริเวณวังซึ่งเป็นโค้งน้ำ ยังคงมีความลึกและกว้างเหมาะแก่การหลบอยู่อาศัยของปลาน้อยใหญ่ การถมโข่เป็นที่กำบังล่อให้ปลาเข้ามาอยู่เพิ่มอีก
“ไอ้สิงห์ ไอ้แก้ว เอาแน่งลากล้อมโข่ไว้อย่าให้ปลาออกได้ ลากไปทางฝั่ง ตอกหลักมัดให้แน่น”
เสือน้ำของพรานปลาชั้นครู ผู้ที่เคยหากินไกลถึงแม่น้ำของ เมื่อครั้นยังเป็นหนุ่มก่อน ที่จะมาแต่งงานลงหลักปักฐานกับแม่คำปาที่บ้านห้วยซ้อ ได้สั่งการวางแผนให้พรานรุ่นลูกล้อมปลาไว้
กิ่งไม้ขนาดพอลากได้ค่อยๆถูกดึงออกจากวงล้อมของแน่งทีละอันสองอัน สิงห์นำไม้ไผ่ขนาดพอมือยาวประมาณสามเตรตรงปลายเจาะรูผูกกับพรวนเหล็ก เขย่ากระแทกพื้นน้ำเพื่อไล่ปลาออกมาจากกอไม้ในน้ำ
แก้วหน่อโอ่คัดท้ายเรือให้เฒ่าหาญซึ่งกางแหรอปลาตัวใหญ่ตกใจกระโจนออกจากแน่ง ส่วนอีกฟากเสือน้ำของก็กางแหดักรอเช่นกัน
เมื่อกิ่งไม้เล็กๆ เริ่มหมดลงเหลือแต่กิ่งไม้ใหญ่ ปลาเริ่มตกใจบางตัวว่ายชนแน่งสั่นกระตุก บางตัวว่ายเห็นหลัง เห็นคลื่นน้ำ เห็นครีบหลังบ้าง ทั้งปลาเล็กและใหญ่ว่ายปนกันดูน่าตื่นตาตื่นใจ
“พ่อ! ปลาค้าวกระโดดทางข้าง”
สิงห์ตะโกนบอกพ่อ ขณะที่เห็นปลาค้าวขนาดใหญ่ตัวเป็นๆ กระโจนขึ้นจากผิวน้ำตรงหน้าสิงห์ออกจากแน่ง ตัวปลาที่พ้นน้ำมีขนาดเกือบหนึ่งเมตร ก่อนที่จะมุดลงน้ำไป แต่ไม่ทันถึงสามวินาที แหเอ็นขนาดสิบสองศอก ถูกเหวี่ยงกางออกเป็นวงกลมขนาดกว้าง ครอบจุดที่ปลากระโจนลงได้อย่างพอเหมาะ
เสือน้ำของยิ้มตรงมุมปาก ด้วยประสบการณ์อันโชกโชน ในการทอดครั้งนี้หากวัดจากระยะ ช่วงเวลาที่ทอดแห จุดที่ปลากระโจน ประกอบกับบริเวณที่ทอดแหมีพื้นเรียบ เจ้าปลาคงรอดยาก ส่วนใหญ่นั้นจะไม่รอดมือเสือน้ำของ ก่อนที่จะเอ่ยปากบอกพรานรุ่นลูก
“รอสักครู่ไอ้แก้ว ไอ้สิงห์ มันไปไหนไม่ได้หรอก รอมันหมดแรงก่อนค่อยจับมัน ตอนนี้สู้แรงมันไม่ได้หรอก เอ็งสองคนไล่เหยียบตีนสร้อยแหให้จมดิน กันปลามุดออกทางริมแหซะ”
เฒ่าหาญค่อยๆ ปลดปลาออกจากแน่งหรือตายข่าย มีทั้งปลาตองดาวหรือปลากราย ปลาตะเพียน ปลาแข้ ปลาคัง ปลาดุกอุย ดุกด้าน ปลาเพี้ย ปลาค้าว ปลาช่อน ปลาแก้มช้ำ ปลาช้างเหยียบ ปลานวลจันทร์ ปลากดและปลานานาชนิด ออกทีละตัว ส่วนสิงห์ก็ช่วยไอ้แก้วลากกิ่งไม้ออกแล้วค่อยขยับวงแน่งให้แคบลง
เสือน้ำของหย่อนตัวลงจากเรือ หายใจเข้าเต็มปอดแล้วมุดดำลงไปในน้ำเกือบนาที พร้อมกับอุ้มแหพันตัวปลาขนาดใหญ่ขึ้นมาวางบนเรือ
“โอ้นี่มันปลาค้าวคูณ ไม่ต่ำกว่าสิบห้าโลแน่ๆละเอ๊ย!”
เสียงแหกระทบน้ำพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายกับการจับปลาน้อยใหญ่ในวงล้อมของแน่ง สิงห์ แก้ว เสือ เฒ่าหาญ ต่างผลัดกันมุดดำเพื่อจับปลาออกจากแหตัวแล้วตัวเล่า
“นี่ปลาอะไรลุง อ้าวแล้วที่ลุงถือละปลาอะไร ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
แก้วถามเฒ่าหาญ
“ปลาที่เอ็งได้เขาเรียกว่าปลาหว่าหน้านอ ไม่ค่อยมีหรอกในน้ำอิงเป็นปลาหายากนานๆ ทีกว่าข้าจะเจอ ส่วนตัวนี้ปลาชะเอิน หรือปลาเสือ สีสวยลายพาดดำบนพื้นชมพูอ่อน นี่ก็อีกตัว ในแม่น้ำโขงมีเยอะ”
เฒ่าหาญพรานเฒ่าตอบคำถามพรานปลารุ่นหลาน
“กู้! กู้!”
เสียงกู่ร้องเรียกหาดังมาจากริ่มฝั่งแม่น้ำอิง ไอ้เป็งหัวล้าน จิ้มหัวดง เบ้วขี้เสือ เบิ้มซอยสอง ชัยหน้าแง่ม พร้อมหนานสึกใหม่ไม่ถึงอาทิตย์หัวยังโล้นทรายผาถ่าน ทีมงานคุณภาพตามมาสมทบหลังจากได้ยินข่าวว่าสองพรานเฒ่าออกล่าปลา งานนี้ทั้งหมู่บ้านได้อิ่มหนำแน่ หากจะมาเร็วก็ขี้เกียจลงน้ำ มาได้เวลาเหมาะเจาะเตรียมขนปลากลับบ้าน
ปลานาๆ ชนิดถูกขังในท้องเรือและกระชังปลา หากนับรวมกันเกือบห้าสิบกว่าโล ปลาถูกจัดสันปันส่วนให้เฒ่าหาญ แก้ว เสือ และสิงห์ ส่วนที่เหลือทีมงานคุณภาพช่วยกันแบกกลับบ้านให้แม่คำปาเมียพ่อเสือ หิ้วร้อยตอกไม้ไผ่ขายแจกจ่ายในหมู่บ้าน ส่วนปลาค้าวคูณหรือเค้าดำเป็นของหน้าหมู่ที่จะนำมาลาบกินด้วยกันที่บ้านพ่อเสือ
ใต้แคร่ไม้ไผ่ข้างห้องครัวหลังบ้านร่มรื่นด้วยต้นขนุน ปลาค้าวคูณ ถูกผ่าท้อง แยกเครื่องใน ส่วนหัวและเนื้อ แยกออกจากกัน แก้วทำหน้าที่ต้มยำหัวปลาโดยมี เบ้ว จิ้มเป็นลูกมือ ส่วนสิงห์เป็นมือลาบ ตัดเฉือนเนื้อออกจากกระดูกและหนัง
“เอาเส้นคาวออกด้วยนะสิงห์”
เฒ่าเสือย้ำเตือนลูกชายให้เอาเส้นคาวออก อยู่ตรงบริเวณกลางลำตัวติดหนังข้าง มีเส้นเอ็นสีขาวดึงยืดออกมาเป็นเส้น บ้างบอกว่าจะทำให้ลาบมีกลิ่นคาว เป็นพิษทำให้แพ้บ้าง ไม่อร่อยบ้าง แต่ในการลาบปลาค้าวทุกตัวทุกครั้งต้องดึงออก
เนื้อปลาค้าวสีขาวนวลอมชมพูระเรื่อสับรวมกันกับข่า เสียงมีดกระทบเขียงหลายคู่ดังไกลหลายบ้าน หนังปลา และเครื่องในถูกนำมาลวกน้ำร้อน แช่น้ำเย็นอย่างรวดเร็วเพื่อทำให้นุ่มและกรุบกรอบไม่เปื่อยยุ่ย
ส่วนเฒ่าเสือจัดการจี่พริกแห้งจนหอม มะแขว่นคั่ว ข่า ตระไคร้ หอมแดง กระเทียมเผาไฟโขลกรวมกันเป็นเครื่องลาบ ตะไคร้หั่นฝอย กระเทียบทุบ หอมแดงซอยทอดจนเหลืองหอม ผักไผ่ ต้นหอมผักชี ผักชีฝรั่งซอยละเอียด พร้อมกับน้ำต้มปลาที่ยังไม่ได้ปรุงเครื่องไว้สำหรับผสมลาบปลาค้าว
เฒ่าหาญจัดการผักแกล้มลาบรอบๆ บ้าน มีทั้งคาวตอง ผักกาดขิ่ว ผักจีอ้อ ยอดมะแขว่น มะแว้งขม เมล็ดข่าดอง สะเดาลวก ผักจ้ำ ผักเฮือด ยอดมะม่วง ใบบัวบก อุ้งกบ เล็บครุฑ ใบจะค่าน ผักปุย เก็บอย่างเล็กละน้อยเท่าที่หาได้
ชัย เบิ้ม ทราย คอยเป็นลูกมือทั่วไปให้พ่อเสือ และมีหน้าที่หลักคือขับจอกยาแก้เอวและป้อนกับแกล้ม
เมื่อทุกอย่างพร้อมเสร็จ ได้เวลาปรุงลาบ เริ่มจากเครื่องลาบถูกนำมาละลายกับน้ำต้มปลาที่เตรียมไว้ผสมลาบ ยังอุ่นแต่ไม่ร้อนเกินจนทำให้เนื้อปลาสุก ใส่พริกป่นคั่วส่งกลิ่นหอม เกลือเม็ดตำละเอียด ผงวิเศษชูรส ข้าวคั่วเล็กน้อยใส่พอหอม คนให้เข้ากัน หลังจากนั้นนำเนื้อปลาค้าวที่สับเสร็จ ลงไปคลุกกับเครื่องลาบคนผสมน้ำต้มจนเหนียวได้ที่ หากปรุงพริกกับเกลือลงตัวจะทำให้ลาบปลาค้าวมีความเหนียวนุ่ม หนังและเครื่องในลวกใส่ลงไปหลังจากปรุงได้ที่ ต่อด้วยผักซอยลงคลุก ปิดท้ายด้วยเครื่องทอดหมี่กระเทียม หอมแดงตระไคร้สร้างความหอม
“นี่พวกเอ็งลาบปลาค้าวหากปรุงได้ที่จะมีความเหนียว เนื้อหวานรสชาติดีกว่าปลาอื่นๆที่มีในแม่น้ำอิง ลาบปลาค้าวคือปลาเบอร์หนึ่งสำหรับพ่อที่นำมาลาบ โชคปากจริงพวกเอ็งวันนี้ได้กินลาบปลาค้าว”
เสือน้ำของบรรยายถึงสรรพคุณลาบปลาค้าวให้รุ่นลูกฟัง หลังจากเหล้าขาวกลั่นเองหลังบ้านที่เขาบรรจงหมักด้วยสมุนไพรพื้นบ้านเคลื่อนผ่านลงท้องไปสามสี่แก้ว
“ลาบต้องคู่กับเหล้าขาว เพราะลาบมันเป็นของดิบ เมื่อสามปีก่อนที่บ้านหนองปลาขาว มีคนได้นำควายตายห่า มาลาบ มีคนร่วมวงกินลาบดิบสิบสองคน ไม่กินเหล้าสามคน ที่เหลือเก้าคนกินเหล้า ปรากฏว่า เกิดอาการท้องร่วงอย่างหนักเพราะกินเนื้อควายป่วยตาย คนที่ไม่ดื่มเหล้าตายทั้งหมด คนที่ดื่มเหล้ารอดทั้งเก้าคน แต่ไม่ใช่ว่ากินเหล้าแล้วดีนะเว๊ย กินหาเรื่องหาราวสร้างความเดือนร้อนให้คนอื่นไม่ต้องกิน กินแล้วไม่ทำการทำงานไม่ต้องกิน ถ้าจะกิน กินเพื่อสุขภาพเป็นยาแก้หลังแก้เอว สักแก้วสองแก้วก็พอ”

ขันโตกสานด้วยหวายสองชุดพร้อมลาบปลาดิบและคั่ว ต้มยำหัวปลา ผักแกล้มนานาชนิด ข้าวเหนียวนึ่งเสร็จใหม่ยังอุ่นๆ ปลาปิ้ง ทั้งชุดถูกจัดวางลงบนชานหลังบ้าน วงขันโตกล้อมรอบด้วยชายฉกรรจ์ โอดกินลาบอย่างฮึกเหิมด้วยความหิวและเพลียแดด ส่วนหงส์ กับแม่คำปาแยกออกมากินต่างหากอีกชุดหนึ่ง
“เออ กูมีเรื่องตลกอีกเรื่องหนึ่งวะเกี่ยวกับลาบนี่แหละ กูจะเล่าให้ฟัง”
เป็งหัวล้าน จอมตลกประจำวงนำเสนอเรื่องตลกระหว่างนั่งวงกินลาบปลาค้าว ซึ่งเป็นหน้าที่ของเขาที่สร้างความสนุกสนานให้เพื่อนฝูงในวงอีกครั้ง
“มีพ่อลูกคู่หนึ่งพ่อชื่อปุ๊ดซีแลน ลูกบ่าวชื่อไอ้เกิ้ม นั่งกินลาบฟานด้วยกัน ด้วยความหิวและความอร่อยของลาบฟาน ต่างคนต่างกินเต็มที่ พอพ่อกินอิ่มก่อนก็ได้ใช้ให้ลูกชายไปตักน้ำมาให้ขันหนึ่ง ไอ้เกิ้ม ไอ้เกิ้ม คิงไปตักน้ำให้พ่อขันหนึ่งเลาะ ลูกชายมันก็ตอบทันทีว่า ไปตักคนเดียวเตอะอ้ายลุกบ่อได้อีพ่ออ้ายกั๊ดต๊อง(อิ่มท้อง) พ่อก็โกรธด้วยความหิวน้ำ มึงกินง่าว(โง่) กินจนลุกบ่อขึ้น กินฉิบกินหาย ฮื้มถ้ากูลุกได้กูจะลุกเตะมึงสักกำละ นี่กูกั๊ดต้องบ่อดาย โชคดีของมึงไปไอ้กินง่าว”
เสียงหัวเราะดังลั่นหลังจากเป็งเล่าจบ จอมสรรหาเรื่องเล่าตลกประจำวง ที่เพื่อนๆ มักแซวว่าถ้าเป็งขยันทำงานเหมือนกับค้นหาเรื่องเล่าตลกคงรวยเป็นเศรษฐีแน่ๆ
สักพักใหญ่ หลายคนเริ่มนั่งพิงขอบชานบ้านด้วยความอิ่มหนำสำราญ ขวดเหล้าถูกวางทิ้งไว้ ไม่มีพื้นที่ว่างพอในท้องที่จะใส่เหล้าลงไป หนังท้องตึงหนังตาหย่อนไม่กี่อึดใจทีมงานคุณภาพต่างพากันแยกย้ายกลับบ้านพักผ่อนนอนแต่หัวค่ำ ด้วยพิษสงของความอิ่มลาบปลาค้าว และความเหนื่อยล้าจากการทอดแห ราตรีนี้ของคณะตูบมะเดื่อช่างสั้นนัก

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Chiang Rai?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Chiang Rai
57100