Nabi Lab
19/02/2026
🌟 นาบิ แล็บ (ภายใต้มูลนิธิโอเพ่นแกรนท์) กำลังมองหา นักศึกษาฝึกงานในตำแหน่งต่อไปนี้
- นักเขียนคอนเทนท์ (เชิงสาระ) 2 ตำแหน่ง
📋 เพื่อร่วมทำงานในโครงการที่เกี่ยวข้องกับ
1) การต่อต้านการค้ามนุษย์
2) นโยบายด้านการปฏิรูปการศึกษา
3) การปฏิรูปนโยบายโภชนาการและสุขภาพ
📍 สถานที่ทำงาน: ทำงานออนไลน์ แต่มีออฟฟิศอยู่เชียงใหม่
🗓️ระยะเวลา: 3 เดือน
หมายเหตุ: ไม่มีค่าเบี้ยเลี้ยง แต่มีโอกาสออกภาคสนามต่างจังหวัด (องค์กรสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้) รวมถึงโอกาสต่อยอดสู่การเป็น พนักงานพาร์ตไทม์ ฟรีแลนซ์ หรือพนักงานประจำ หลังจบการฝึกงาน
📋 ทักษะที่นักเขียนคอนเทนท์จะได้รับ
- ฝึกการเขียนเชิงสาระในประเด็นเพื่อสังคม เช่น สิทธิมนุษยชน สุขภาพ และการศึกษา
- สื่อสารข้อมูลอย่างมีโครงสร้าง ร่วมพัฒนาคอนเทนต์สำหรับการรณรงค์
- ทำงานร่วมกับนักออกแบบและทีมสื่อสารในแต่ละแคมเปญ
- ฝึกภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน
🔎 คุณสมบัติที่เรามองหา:
- ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบเรื่องมีสาระ อัธยาศัยดีแต่จริงจังกับการทำงาน
- ทำงานไว มีวินัย ตรงเวลา พร้อมเรียนรู้ในอัตราเข้มข้น
- อยากจะเก่งขึ้น ยินดีทำเรื่องยาก
- หากสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี จะพิจารณาเป็นพิเศษ (แต่ไม่จำเป็น)
สมัครผ่านลิงก์: https://forms.gle/HhumPqgC1NySvQ9a8
มาร่วมทีมกับเราเพื่อสร้างสรรค์ผลงานดีๆ พร้อมพัฒนาทักษะของคุณไปด้วยกัน! 💡
04/02/2026
📢Nabi Lab รับสมัครนักศึกษา Part-time และ Freelance !!
Nabi Lab เราเป็นองค์กรสื่อสำหรับผลกระทบทางสังคมที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ต้องการหาเพื่อนร่วมทีมมาร่วมทำงานกับเรา
ตำแหน่งContent Writing 📝
- เขียนคอนเทนท์เกี่ยวกับประเด็นสังคมลงในเพจ Facebook หรือ Instagram
- เข้าใจบรีฟได้เป็นอย่างดี
- ทำงานได้รวดเร็ว
- มีทักษะการเขียนและการคิดวิเคราะห์ที่ดี
- สามารถอัพเดทความคืบหน้าของงานได้
💻ร่วมทำงานในโครงการที่เกี่ยวข้องกับ
1) การต่อต้านการค้ามนุษย์ 2) นโยบายด้านการปฏิรูปการศึกษา 3) การปฏิรูปนโยบายโภชนาการและสุขภาพ
🗯️วิธีสมัคร:
สมัครผ่านลิงก์ : https://forms.gle/5KAFFAiiut6Exxim9
มาร่วมทีมกับเราเพื่อสร้างสรรค์ผลงานดีๆ พร้อมพัฒนาทักษะของคุณไปด้วยกัน!
📍สำนักงานตั้งอยู่ : ไพพนาแมนชั่น ซอยสุกี้ช้างเผือก (หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
Nabi Lab ✨รับสมัครนักศึกษา Part-time✨
พวกเราเป็นองค์กรสื่อสำหรับผลกระทบทางสังคมที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่
ต้องการหาเพื่อนร่วมทีมมาร่วมทำงานกับเรา
Content Writer ✍🏻:
✅เขียนคอนเทนท์เกี่ยวกับประเด็นสังคมลงในเพจ Facebook หรือ Instagram
✅มีทักษะการเขียนและการคิดวิเคราะห์ที่ดี
✅สามารถอัพเดทความคืบหน้าของงานได้
Media Content Creator 💻 :
✅มีความสามารถในการทำInfographic ใน Canva
✅มีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงาน
✅สามารถทำงานได้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ
✅สามารถอัพเดทความคืบหน้าของงานได้
สอบถามเพิ่มเติมและส่งตัวอย่างผลงานหรือportfolio ได้ทาง
📍Line : haruharu012 (คุณใบเฟิร์น)
22/12/2025
เมื่อสิทธิทางเพศถูกทำให้กลายเป็น “ภัยคุกคามต่อขบวนการประชาธิปไตย”
⚖️
ประเด็นความเป็นธรรมทางเพศถูกพูดถึง และนำพาเข้าไปเกี่ยวข้องกับสนามการเมืองอยู่บ่อยครั้ง ทั้งในแง่ของแรงสนับสนุน (อย่างการเฉลิมฉลองกฎหมายสมรสเท่าเทียม) และในแง่ที่ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายใหญ่ (เช่น การ Call Out นักการเมืองหรือว่าที่นักการเมืองในกรณีคุกคามละเมิดทางเพศ ถูกมองว่าเป็นแผน “นารีพิฆาต” ) อย่างไรก็ตาม การเมืองเรื่องเพศเมื่อจุดติดแล้ว คงไม่หายไปจากสังคมไทยโดยง่าย แต่ต้องมองไปให้ไกลๆ ว่าแล้วเราจะเอายังไงกับ “การเมืองวัฒนธรรม”
การเมืองวัฒนธรรมในที่นี้ หมายถึงกระบวนการที่กลุ่มอำนาจต่าง ๆ สร้างการต่อรองทางอำนาจผ่านการรวมคนที่มีค่านิยมและความหมายในสังคมร่วมกันในเรื่องบางเรื่อง เช่น ศีลธรรม อัตลักษณ์ และความเชื่อ ไม่จะเป็นสีผิว ชนชั้น ศาสนา วรรณะ หรือเพศ ซึ่งในโลกตะวันตก กลุ่มเฟมินิสต์หรือคนข้ามเพศมักถูกโยงเข้ากับฝ่ายเสรีนิยม (liberal/progressive) และกลายเป็นศัตรูในสายตาฝ่ายอนุรักษนิยมทางศีลธรรม แต่ในบริบทไทยกลับแตกต่างออกไป เพราะประเด็นเพศไม่ใช่เรื่องของเสรีนิยมหรืออนุรักษ์นิยม แต่กลับเป็นการเมืองวัฒนธรรมภายในฝั่งเสรีนิยมเอง
เมื่อสิทธิทางเพศถูกทำให้กลายเป็นภัยคุกคามต่อขบวนการประชาธิปไตย…แบบใด?
สำหรับประเทศไทยแล้ว ความเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเพศสภาพ เช่น ทรานส์เฟมินิสต์ หรือขบวน LGBTQIA+ มักถูกกล่าวหาว่า “เบี่ยงเบนเป้าหมาย” ของการเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือแม้กระทั่ง “ทำลายขบวนการประชาธิปไตย” มาตั้งแต่ช่วงที่มีการชุมนุมใหญ่ของคนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ เกิดข้อวิจารณ์ว่าขบวนการเฟมินิสต์ “เอาประเด็นเพศมาทับซ้อนกับการเมืองใหญ่” หรือแม้กระทั่งวาทกรรมว่า “สิทธิพวกนี้เป็นเรื่องรอง รอให้ได้ประชาธิปไตยก่อน” ซึ่งท่าทีเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงการเลือกปฏิบัติ แต่คือ การใช้อัตลักษณ์เพศเป็นอาวุธทางการเมือง เพื่อทำให้บางกลุ่มไม่มี legitimacy ในการร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลง
สิ่งนี้เรียกว่า ประชาธิปไตยแบบมีเงื่อนไข (conditional democracy)
เช่น การตั้งเงื่อนไขว่า หากคุณพูดเรื่องโครงสร้างรัฐ สถาบัน หรือเศรษฐกิจ คุณอาจถูกนับเป็นนักประชาธิปไตย แต่ถ้าคุณพูดเรื่องเพศ คุณอาจถูกกล่าวหาว่า “ไม่รู้จักลำดับก่อนหลัง” หรือ “กำลังทำลายขบวน”
แต่ประเด็นหนึ่งที่มักไม่ค่อยถูกพูดถึงอย่างตรงไปตรงมา คือ ความกลัวต่อประเด็นเพศ ภายในขบวนการเคลื่อนไหวเอง อาจไม่ได้เกิดจากเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่การต่อต้านหรือหลีกเลี่ยงประเด็นเรื่องเพศ มักสัมพันธ์กับ ความไม่สบายใจส่วนบุคคลที่ยังไม่ได้ถูกคลี่คลาย ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ในอดีต ความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่เคยก้ำกึ่งความยินยอม หรือทัศนคติด้านลบต่อคนรักเพศเดียวกันและคนข้ามเพศที่ยังฝังอยู่โดยไม่รู้ตัว
เมื่อประเด็นอย่าง consent, ความรุนแรงทางเพศ หรืออัตลักษณ์ทางเพศถูกยกขึ้นมา มันจึงไม่ใช่แค่การถกเชิงนโยบาย แต่เป็นการกระทบกับ โครงสร้างศีลธรรมและภาพลักษณ์ของ “นักเคลื่อนไหวที่ดี” ที่หลายคนพยายามรักษาไว้ การปฏิเสธหรือผลักประเด็นเหล่านี้ออกไป จึงกลายเป็นกลไกป้องกันตัวรูปแบบหนึ่ง มากกว่าจะเป็นการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองอย่างเป็นกลาง
ในความหมายนี้ การเมืองวัฒนธรรมเรื่องเพศในไทย จึงไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งระหว่างฝ่ายอำนาจกับฝ่ายประชาชนเท่านั้น แต่ยังสะท้อน ความตึงเครียดภายในขบวนการประชาธิปไตยเอง ระหว่างอุดมการณ์สาธารณะ กับเรื่องที่สังคมยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับตัวเอง การทำให้ประเด็นเพศถูกมองว่าเป็น “เรื่องรอง” หรือ “เรื่องส่วนตัว” จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นผลลัพธ์ของโครงสร้างที่ยังไม่พร้อมจะรับผิดชอบต่อความรุนแรง ความไม่เท่าเทียม และอคติที่ฝังอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน รวมถึงในหมู่ผู้ที่เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ ทางออกไม่ใช่การตัดขาด แต่คือการกล้าเผชิญหน้า การยอมรับว่าความขัดแย้งมีอยู่จริงในขบวนการเคลื่อนไหว ไม่ได้เท่ากับการทำลายขบวนการนั้น หากแต่เป็น ก้าวแรกของการฟื้นฟู
เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่เพียงเรื่องการเลือกตั้ง แต่คือความสามารถในการอยู่ร่วมกันในความหลากหลาย และไม่มีใครควรถูกละเลย เพียงเพราะเขาเปิดเผยในสิ่งที่เราเองยังไม่กล้าเผชิญ
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
“ความเกลียดชังมีอยู่จริง” อาชญากรรมว่าด้วยความเกลียดชังทางเพศ : https://prachatai.com/journal/2017/01/69755
สำรวจความเกลียดชัง LGBTQIA+ หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียม : https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-127
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Nabi Learning Center, ไพพนาแมนชั่น, 99/1-2 ม. 14 Suthep Road, Suthep, Muang
Chiang Mai
50200
เวลาทำการ
| จันทร์ | 10:00 - 18:00 |
| อังคาร | 10:00 - 17:00 |
| พุธ | 10:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 10:00 - 17:00 |
| ศุกร์ | 10:00 - 18:00 |