NRT Contruction
19/05/2021
สรุปหลักการออกแบบคานโครงสร้างเหล็กทั้งหมด (ภาคทฤษฏี)
----------------------------------------
คาน ในที่นี้จะหมายถึง member ที่รับแรงดัดหรือในภาษาอังกฤษก็คือ flexural member นะครับ หากเราจะว่ากันถึงหลักการในการออกแบบแล้วเราจะต้องพูดถึงพฤติกรรมการพังที่มันเกิดขึ้นในเสา หรือ compression member กันก่อน (หากจำกันได้ตอนเราเรียน เราจะเริ่มที่เสาก่อนแล้วค่อยมาที่คาน) หากจะให้พูดแบบสรุปสั้นๆ ก็คงต้องพูดว่า “คานมีพฤติกรรมการวิบัติที่ครึ่งหนึ่งเหมือนกับเสา” งั้นเราไปดูกันก่อนว่าที่มาของคำพูดนี้มาได้อย่างไร
หากพูดถึงเรื่องการวิบัติของเสาก็ต้องย้อนกลับไปที่พฤติกรรมของวัสดุเหล็กนิดนึงว่าเหล็กนั้นเป็นวัสดุที่เก่งในเรื่องของการรับแรงดึงมากซึ่งค่าความสามารถในการรับแรงดึงนี้ก็สะท้อนออกมาในค่า Yield Stress (Fy) และ Tensile Strength (Fu) กลับเข้าเรื่องมาที่เสา...เสาโครงสร้างเหล็กนั้นจะมีหน้าที่ในการรับแรงอัดที่ถ่ายลงมาจากคาน และอย่างที่รู้กันว่าเหล็กมันเก่งแค่รับแรงดึงไม่ได้รับแรงอัดเก่ง ดังนั้นเสาหรือ compression member จะมีกำลังการรับแรงที่สูงไม่เท่ากับค่ากำลังการรับแรงดึง ซึ่งพฤติกรรมการวิบัตินี้เรามักจะได้ยินกันคุ้นหูว่า “การโก่งเดาะ” หรือภาษาอังกฤษคือ buckling นั่นเอง โดยการคำนวณกำลังของเสาก็จะขึ้นกับสมการของ Euler นั่นเอง (ดูสมการเพิ่มเติมได้ที่โพสต์นี้นะครับ
https://www.facebook.com/welovesteelconstruction/posts/1336856356700589)
กลับมาเข้าเรื่องคานที่ทิ้งไว้ตอนแรก คานเมื่อได้รับแรงกระทำก็จะเกิดการดัดตัวขึ้น หากมองเป็น simple beam ทั่วๆ ไป จะเห็นว่าคานจะดัดตัวลักษณะเหมือนปากยิ้มโดยที่ส่วนด้านบนเหนือแกน neutral axis (พูดง่ายๆ คือแกนที่บอกว่าตำแหน่งนั้นแรงรวมเป็น 0 ไม่อัดไม่ดึง) จะรับแรงอัด (compression) โดยยิ่งห่างจาก neutral axis ขึ้นไปมากเท่าไหร่ก็จะมี stress มากขึ้นแบบ linear จนมีค่า compression stress มากสุดที่ top fiber หรือที่ขอบปีกด้านบนนั่นเอง กลับกันในส่วนล่างของ neutral axis ก็จะรับแรงดึง (tension) โดยมีค่าแรงดึงเพิ่มขึ้นแบบ linear และไปมากสุดที่ bottom fiber หรือขอบของปีกล่างเช่นเดียวกัน (สามารถดูภาพประกอบด้านในส่วนซ้ายของรูปด้านล่างนะครับ)
ดังนั้นเมื่อคานรับน้ำหนักมากขึ้นส่วนที่จะเกิด yield ของวัสดุเหล็กขึ้นก่อนใครเพื่อนก็จะเป็น top fiber และ bottom fiber นั่นเอง แต่ตามหลักแล้วคานเหล็กยังสามารถรับแรงต่อได้อีก กล่าวโดยหลังจากที่ 2 จุดดังกล่าวนี้ yield แล้ว และคานยังได้รับ load เพิ่มอีกจะทำให้วัสดุ yield มากขึ้นโดยไล่จากขอบบน/ขอบล่าง จนมาถึงตรงกลางที่เป็น neutral axis จึงเรียกได้ว่า yield ทั้งหน้าตัดแล้วนั่นเอง โดยใน stage นี้ถือว่าเป็นจุดที่คานรับโมเมนต์ได้สูงสุดแล้ว
เมื่อเรานำพฤติกรรมของ stress ที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้มาพิสูจน์ต่อโดยคิดโมเมนต์คู่ควบระหว่างแรงอัดและแรงดึงที่เกิดขึ้น) ท้ายสุดเราจะพิสูจน์กำลังรับโมเมนต์ของคานออกมาได้เป็น Mp = FyZx หากมองสมการดีๆ แล้วปัจจัยที่มีผลต่อกำลังรับโมเมนต์ของคานมีแค่ 2 อย่างเท่านั้นเองคือ 1. เกรดเหล็ก 2. หน้าตัด
แต่ในความเป็นจริงไม่ง่ายอย่างงั้น เนื่องจากจะมีปัจจัยบางอย่าง (มีหลักๆ 2 ปัจจัย) มาขัดขวางทำให้คานมีความสามารถในการรับโมเมนต์ไม่ถึง Mp มีอะไรบ้างไปดูกันเลย
1. การค้ำยัน (ทางด้านข้าง) ที่ไม่เพียงพอของคาน – จากที่ได้กล่าวทิ้งไว้ในตอนแรกว่าคานมีพฤติกรรมเป็นครึ่งหนึ่งของเสา มาขยายความก็คือส่วนด้านที่รับ compression ในคานจะเกิดการโก่งเดาะ หรือ buckling เหมือนกับในเสาเลยซึ่งปกติแล้วการ buckling นี้จะเกิดขึ้นรอบแกนที่อ่อนกว่า แต่เนื่องด้วยคานส่วนล่างโดยยึดรั้งไว้ด้วย tension ทำให้เกิดการโก่งเดาะไปทางแกนอ่อนหรือทางด้านข้างไม่ได้อย่างอิสระ ทำให้ภาพการโก่งเดาะที่ออกมาจะเป็นลักษณะการโก่งเดาะที่บิดๆ ไปด้วย เราจึงเรียกพฤติกรรมนี้ว่า “Lateral Torsional Buckling” หรือเรียกย่อๆ ว่า LTB (ดูส่วนบนขวาของรูปประกอบ)
2. การที่ element มีความชะลูดมากไป – พูดง่าย ๆ คือ web (เอว) หรือ fl**ge (ปีก) มีความชะลูดมากเกินค่าหนึ่ง (โดยค่า limit นี้ขึ้นกับรูปร่างหน้าตัดและเกรดเหล็กที่ใช้) ซึ่งส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการวิบัติอีกอย่างหนึ่งขึ้นเรียกว่า “Local Buckling” หรือ LB (ดูส่วนล่างขวาของรูปประกอบ)
หากพูดสรุปก็คือหากคานมีการค้ำยันทางด้านข้างที่ไม่เพียงพอ (เน้นว่าต้องทำการค้ำยันในส่วน compression zone นะครับเพราะว่าส่วนที่รับแรงอัดนี้จะทำให้เกิดการโก่งเดาะ!!) หรือชิ้นส่วนของหน้าตัดเหล็กมีความชะลูดมากเกินไป หากเกิดอย่างใด้อย่างหนึ่งนี้ขึ้นก็จะทำให้คานมีกำลังรับโมเมนต์ที่สูงไม่ถึงกำลังรับโมเมนต์สูงสุดหรือ Mp นั่นเอง
----------------------------------------
โดยรวมแล้วเรื่องหลักการของคานก็จะมีประมาณนี้ครับ หากมีคำถามสามารถ comment ไว้ได้เลยครับ
17/03/2021
10 ข้อสัญญาหลักที่ขาดไม่ได้เลยในสัญญาก่อสร้างมีอะไรบ้างนะ?
สัญญามาตรฐานของ FIDIC นั้นมีมากมายหลายแบบซึ่งมีความเฉพาะเจาะจงสำหรับงานก่อสร้างแต่ละประเภท เช่น สัญญาก่อสร้าง (Conditions of Contract for Construction หรือ Red Book) สัญญาออกแบบและก่อสร้างโรงงาน (Plant & DB Contract หรือ Yellow Book) สัญญาจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey Contract หรือ Silver Book) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในสัญญาแทบทุกแบบของ FIDIC จะมีข้อสัญญาหลักอยู่จำนวนหนึ่งที่เป็นมาตรฐาน ขาดไม่ได้ และสามารถนำมาเป็นต้นแบบการร่างสัญญาก่อสร้างได้อย่างดีทีเดียวครับ วันนี้แอดมินจะพามาดู 10 ข้อสัญญาหลักที่จำเป็นต้องมีในสัญญาก่อสร้างมาตรฐาน ดังนี้ครับ...
#1 กลุ่มข้อสัญญาทั่ว ๆ ไป (General Provisions) เช่น บทนิยาม การตีความ ภาษา กฎหมายที่ใช้ ชิ้นงานที่มอบหมาย ส่วนที่เป็นความลับ ความรับผิดร่วม ข้อจำกัดความรับผิด เป็นต้น
#2 กลุ่มข้อสัญญาว่าด้วยผู้ว่าจ้าง วิศวกร ผู้รับจ้างช่วง และงานออกแบบ (Employer, Engineer, Contractor, and Design) ซึ่งจะระบุถึงสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้มีบทบาทหลักในสัญญา ข้อตกลงเกี่ยวกับทีมงาน นิติสัมพันธ์ในสัญญา การจัดการทางการเงินระหว่างกัน การเข้าไซต์งาน การกำหนดตัวผู้แทนวิศวกร การเปลี่ยนตัววิศวกรผู้รับผิดชอบ ข้อกำหนดการดำเนินงานของวิศวกร การประชุม การรายงานความคืบหน้า ความปลอดภัยของไซต์งาน การนำข้อมูลจากไซต์งานไปใช้ การทำสัญญากับผู้รับจ้างช่วง เป็นต้น
#3 กลุ่มข้อสัญญาว่าด้วยคนงาน แรงงาน โรงงาน เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ (Staff, Labour, Plant, Materials, and Workmanship) ซึ่งเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในลักษณะดังกล่าว ค่าจ้าง การว่าจ้าง ชั่วโมงการทำงาน สาธารณูปโภคและสวัสดิการ สถานที่ สุขภาพและความปลอดภัย การบันทึกการเข้างาน ความเป็นเจ้าของของวัสดุอุปกรณ์ การเข้าตรวจสอบงาน เป็นต้น
#4 กลุ่มข้อสัญญาว่าด้วยการเริ่มงาน ความล่าช้าของงาน การระงับชั่วคราวหรือยืดระยะเวลาของงาน ข้อผิดพลาด/ข้อบกพร่อง การทดสอบเมื่อเสร็จงานและหลังเสร็จงาน (Commencement, Delays, Suspension, Defects, and Completion) ซึ่งรวมถึงการวางแผนงานโครงการ ระยะเวลา การเตือน การทำงานล่าช้า ค่าเสียหายจากความล่าช้า ค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์และสถานที่เมื่อเกิดทำงานล่าช้าหรือการชะลองาน การชะลองานโดยผู้ว่าจ้าง การทดสอบทั้งเมื่อเสร็จงานและหลังเสร็จงาน เกณฑ์การผ่านหรือตกในการทดสอบ ฯลฯ
#5 กลุ่มข้อสัญญาว่าด้วยการวัดและประเมินผลงาน การปรับเปลี่ยนงาน ราคา และการชำระราคา (Measurement and Evaluation, Variations and Adjustments, Contract Price and Payment) ซึ่งรวมถึงเนื้องานหรือชิ้นงานที่จะต้องงถูกประเมิน วิธีการประเมิน การละเลยหรือทิ้งงาน การปรับเปลี่ยนงาน การกำหนดราคา การชำระเงินล่วงหน้า ตารางการชำระเงิน การชำระเงินล่าช้า สกุลเงินที่ใช้ในการชำระเงิน เป็นต้น
#6 กลุ่มข้อสัญญาว่าด้วยการเลิกสัญญาโดยผู้ว่าจ้าง การระงับชั่วคราวหรือการเลิกสัญญาโดยผู้รับจ้างช่วง (Termination by Employer, Suspension and Termination by Contractor) ระบุถึงเหตุและสิทธิของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างช่วงในการดำเนินการดังกล่าว ตลอดจนภาระผูกพัน ค่าใช้จ่าย และการชำระเงินภายหลังการเลิกสัญญา
#7 กลุ่มข้อสัญญาว่าด้วยความเสี่ยงและความรับผิดชอบ (Risk and Responsibility) เป็นข้อสัญญาที่ระบุถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแลงานต่าง ๆ การถือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ความเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยง ค่าสินไหมทดแทน หรือการชดเชยในกรณีต่าง ๆ
#8 กลุ่มข้อสัญญาว่าด้วยการประกันสัญญา (Insurance) ซึ่งเป็นหลักการต่าง ๆ ที่สัญญาฉบับนั้น ๆ กำหนดเงื่อนไขว่าจะต้องมีการทำประกันอะไรบ้าง อย่างไรบ้าง ในวงเงินเท่าใด โดยบุคคลใด เป็นต้น
#9 กลุ่มข้อสัญญาว่าด้วยเหตุสุดวิสัย (Force Majeure or Exceptional Events) ระบุถึงเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ การบอกกล่าวเป็นหนังสือเมื่อมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้น ไปจนถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องในสัญญาในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย
#10 กลุ่มข้อสัญญาว่าด้วยข้อเรียกร้อง ข้อพิพาท และอนุญาโตตุลาการ (Claims, Disputes, and Arbitration) ซึ่งเป็นข้อสัญญาเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือตามสัญญา การดำเนินการเมื่อมีข้อพิพาทระหว่างคู่สัญญา การระงับข้อพิพาท การตั้งอนุญาโตตุลาการ การวินิจฉัยและการตัดสินของอนุญาโตตุลาการ เป็นต้น
เป็นอย่างไรบ้างครับ กับ 10 ข้อสัญญาหลักที่ต้องมีในสัญญาก่อสร้าง แม้ว่าสัญญาก่อสร้างจะมีรายละเอียดมากมาย ยิ่งโครงการใหญ่ ยิ่งมีองค์ประกอบและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเยอะตามไปด้วย แต่อย่างน้อยที่สุด 10 ข้อนี้ก็อาจเป็น checklist เบื้องต้นให้ทุก ๆ คนได้ เวลาต้องยกร่างสัญญาหรือเมื่อตรวจเช็คสัญญาก่อสร้างนะครับ แล้วมาติดตามโพสต์จากทางเพจ #ชมรมนักกฎหมายก่อสร้าง กันนะครับ 😉😉😉
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Sanamchaiket
Chachoengsao
24160