Split TH
31/12/2024
สวัสดีปีใหม่ 2568 🥳🎉
ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคน
Cheers to another year !
----
#ปีใหม่2568
#สวัสดีปีใหม่2568
15/09/2024
ช่วงเวลาเตรียมความพร้อม
ก่อนแบ่งปันไอเดีย นำเสนอทุกความเป็นไปได้
ในงาน 'IGNITE IDEATION 2024'
ใกล้จะเริ่มแล้ว สำหรับกิจกรรม 'IGNITE IDEATION 2024' ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 'TCF Well-being Changemaker' ที่จัดโดยมูลนิธิไทยคม เป็นโครงการที่ให้โอกาสและเปิดพื้นที่ให้น้อง ๆ ในระดับมัธยมศึกษาจากหลากหลายสถาบันเข้ามาร่วมสร้างสรรค์และพัฒนาโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกายและสุขภาพใจ นำเสนอในรูปแบบที่หลากหลายให้เข้าถึงง่ายและได้ความสนุก ประกอบไปด้วยน้อง ๆ จำนวนทั้งสิ้น 8 กลุ่ม 8 โปรเจกต์ที่ผ่านการคัดเลือก และขนไอเดียพร้อมตัวต้นแบบมาแบ่งปันให้ได้เห็นภาพรวมกันในงานวันนี้
บรรยากาศโดยรอบของลานสานฝัน ศูนย์การเรียนรู้ TK Park ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ (15 กันยายน 2567) เต็มไปด้วยความคึกคักและพรั่งพรูไปด้วยมวลของความตื่นเต้น เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่ไอเดียของพวกเขาที่ถูกพัฒนามาเป็นเวลากว่า 1 เดือนจะได้เผยแพร่สู่สาธารณะเป็นครั้งแรก ต่อหน้าประชาชนทั่วไปที่มาร่วมงาน และต่อหน้าผู้บริหารจากมูลนิธิไทยคม ทำเอาใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ กันทั้งน้อง ๆ และพี่ ๆ ที่ร่วมสังเกตการณ์อยู่ทั่วบริเวณงานเลยทีเดียว
จากการที่ได้เดินเข้าไปสำรวจผลงานของน้อง ๆ ในแต่ละบูธเบื้องต้น จะเห็นได้ว่าโปรเจกต์ต่าง ๆ ของพวกเขามีการประยุกต์เอาข้อมูลที่จริงจังมาปรับให้อยู่ในรูปแบบของสื่อที่เข้าใจได้ง่าย ทั้งการ์ดเกม, นิทาน, กิจกรรมเวิร์กช็อป ไปจนถึงสื่อที่ต้องร่วมสนุกผ่านอุปกรณ์ VR ล้ำสมัย ถือเป็นการปรับตัวที่ชาญฉลาดและนำเอาการเรียนรู้มาผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและพลังของเด็กรุ่นใหม่ที่กล้าคิดและลงมือทำ เอาชนะขีดจำกัดของตัวเอง ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้พัฒนาโปรเจกต์เหล่านี้กันเพียงลำพัง เพราะยังผ่านมือของ Mentor ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญจากทางมูลนิธิไทยคมและโค้ชในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มาช่วยกัน Shape ให้ทุกความเป็นไปได้เข้าที่เข้าทางมากที่สุด แม้จะยังเป็นเพียงทฤษฎีและตัวต้นแบบที่เราจะได้เห็นกันในวันนี้ แต่หลายโปรเจกต์ก็มีโอกาสมากพอที่จะถูกต่อยอดให้กลายเป็นชิ้นงานจริง เพื่อถูกนำไปใช้งานได้จริงในอนาคตอีกด้วย
สำหรับงานในวันนี้จะมี 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนจัดแสดงที่เป็นบูธของโปรเจกต์ต่าง ๆ จากฝีมือน้อง ๆ และส่วนเวทีกลาง เป็นพื้นที่ที่ให้พวกเขาได้แสดงวิสัยทัศน์ นำเสนอไอเดีย และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของทั้ง 8 ทีม ก่อนที่กลุ่มก้อนความคิดเหล่านี้จะถูกต่อยอดให้กลายเป็นของจริงในวันข้างหน้า สำหรับใครที่สนใจอยากจะเดินทางมาให้กำลังใจน้อง ๆ มาร่วมฟัง และแบ่งปันไอเดียต่าง ๆ ก็สามารถเดินทางมาได้ที่ ชั้น 8 อุทยานการเรียนรู้ TK Park ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่เวลา 13:00 น. เป็นต้นไป ลงทะเบียน 'เข้างานฟรี'
ลงทะเบียนได้ที่นี่
https://linktr.ee/TCF_Well_Being_Changemaker2024
ภาพ : กิตติธัช สวัสดิวงษ์
#มูลนิธิไทยคม
#ตื่นรู้คิดได้ทำเป็น
16/07/2024
ถ้าเหนื่อยก็แค่พาใจกลับบ้าน
นิทรรศการ 'Homecoming' พื้นที่ปลอดภัยที่เปิดให้คุณพาใจกลับมาพัก
บนโลกที่พร้อมจะเหนี่ยวรั้งทุกเรี่ยวแรงที่คุณมี สังคมที่คอยบั่นทอนความคิดและกัดกินหัวใจคุณอยู่ซ้ำ ๆ ถึงแม้ความเป็นไปไม่ได้ทำร้ายคุณขนาดนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้จิตใจของคุณเหนื่อยล้าเต็มที มันจะดีกว่าไหมหากมีพื้นที่ใดเปรียบเสมือนจุดเติมเชื้อเพลิงให้หัวใจมีแรงขับเคลื่อนต่อ พื้นที่ที่ให้คุณหยุดและตั้งคำถามกับตัวเองขณะที่จิตใจได้พักผ่อน เพราะในสายธารกระแสสังคมที่ไหลเชี่ยว เราควรกลับมาฮีลหัวใจให้กลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง
นิทรรศการ "พาใจกลับบ้าน" Homecoming พื้นที่ศิลปะเยียวยาจิตใจที่ผสมผสานศาสตร์ด้านจิตวิทยา โดยนักออกแบบ Eyedropper Fill ผู้รังสรรค์พื้นที่ปลอดภัยเพื่อฮีลใจและสร้างคุณค่า ผ่านการพูดคุย รับฟัง ตั้งคำถาม แลเข้าใจในตนเอง โดยผสานองค์ความรู้ด้านจิตวิทยาและการสร้างสรรค์พื้นที่เชิงบำบัด (Therapeutic Space) ถ่ายทอดผ่านการใช้แสง สี เสียง และ Digital Art ภายใต้แนวคิด 'ความเมตตากรุณาต่อตัวเอง' เพื่อส่งเสริมสุขภาวะและตระหนักรู้เรื่องสุขภาพใจ
ภายในงานจะประกอบไปด้วยกันทั้งหมด 5 ห้อง ได้แก่ ห้องสำรวจที่ให้ทุกคนทบทวนความรู้สึกของตนเอง ห้องโอบรับที่ให้โอกาสทุกคนได้โอบกอดความรู้สึกภายในใจ ห้องเฝ้าดูที่ให้ทุกคนเอนกายและปล่อยให้ความคิดและความรู้สึกไหลผ่านตัวเองไปอย่างช้า ๆ ห้องข้ามผ่านที่ให้ทุกคนรับฟังเรื่องราวของคนอื่น และห้องตกผลึกที่ให้ทุกคนได้เปิดเผยถึงเรื่องหนักหนาภายในใจ
นอกเหนือจากกิจกรรมเชิงบำบัดทั้ง 5 ห้อง ยังมีบทเพลงฮีลใจจากศิลปินอินดี้อย่าง Youth Brush ที่จะมอบบทเพลง ขอโทษ, ให้อภัยและรักตัวเองเสียที และขอบคุณที่ทนรอฟ้าสว่าง เพื่อเป็นการน้อมรับและโอบกอดหัวใจที่ต้องพาไปเผชิญเรื่องเลวร้ายมาตลอด ซึ่งสามารถกลับไปรับฟังเพลงฮีลใจเหล่านี้ได้ทางสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มทั่วไปได้อีกด้วย
นิทรรศการพาใจกลับบ้าน Homecoming เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00 - 20:00 น. (ไม่มีแบ่งรอบและจำกัดเวลาในการเข้า โดยเปิดให้เข้าชมรอบสุดท้ายไม่เกิน 19:30 น.) ที่ MMAD - MUNMUN Art Destination บริเวณชั้น 2 ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ มีค่าเข้า 200 บาท โดยสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ "….." (เว็ปไซต์) แล้วพาใจกลับมาพักผ่อนไปด้วยกัน
เรื่อง : กนกวรรณ เชียงตันติ์
#พาใจกลับบ้าน
08/05/2024
ตึกโดม 'ธรรมศาสตร์' อาจซ่อมบำรุงล่าช้ากว่ากำหนด
จากการขุดค้นพบประตูวังหน้าและวัตถุโบราณ
ตึกโดม ธรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไทยร่วมสมัย เดิมทีตึกโดมมีกำหนดการซ่อมบำรุงเสร็จภายในปี 2568 แต่การซ่อมบำรุงอาจใช้เวลานานกว่ากำหนด เนื่องจากมีการขุดค้นพบวัตถุโบราณ รวมถึงกำแพงวังหน้าที่ถูกฝังอยู่ภายใต้อาคารโดม จึงทำให้ช่วง 2 - 3 เดือนที่ผ่านมา 'กรมศิลปากร' ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการขุดค้นวัตถุโบราณ และสั่งพักโครงการซ่อมบำรุงไว้จนกว่าการขุดค้นวัตถุโบราณจะเสร็จสิ้น
ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่เริ่มก่อตั้ง ขณะนั้น 'มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง' ไม่ได้มีสถานะเป็นนิติบุคคล หรือหน่วยงานของรัฐ ทว่าเมื่อครั้งที่เปิดดำเนินการก็ได้เงินจากนักศึกษารุ่นแรกที่มาลงทะเบียนราว 3 แสนบาท จึงนำมาซื้อที่ดินติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมี คุณจิตรเสน อภัยวงศ์ หรือ คุณหมิว อภัยวงศ์ ซึ่งจบวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์จากฝรั่งเศสมารับหน้าที่ออกแบบตึกใหม่ภายใต้หลักคิดที่ว่า "ประหยัด สวยงาม และทันสมัย" โดยสร้างเป็นอาคาร 4 หลังที่มีทางเชื่อมเข้าหากัน ตรงกลางเป็นตึก 3 ชั้นและมียอดโดมทรงแปดเหลี่ยมที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก 'ดินสอแปดเหลี่ยม' ที่ถูกเหลาเอาไว้ ตึกโดมมีพิธีเปิดใช้ตึกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2479
จากกรณีที่มีการขุดพบกำแพงวังหน้า ต้องเท้าความก่อนว่าวังหน้านั้นไม่ได้เป็นสมบัติส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นสมบัติของแผ่นดิน ดังนั้นการใช้สอยจึงแตกต่างกันไปตามการปกครอง ในบริเวณที่ตั้งของตึกโดมซึ่งคาบเกี่ยวพื้นที่ระหว่างด้านในและด้านนอกกำแพงวังหน้า แต่เดิมในสมัยที่ยังปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พื้นที่ตรงนี้เป็นใช้เป็นตำหนักฝ่ายใน แต่เมื่อมาถึงแผ่นดินของรัชกาลที่ 5 ตำแหน่งวังหน้าถูกยกเลิก แล้วเปลี่ยนมาเป็นโรงทหารที่ทหารใช้พักอาศัย
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 8 เมื่อการปกครองถูกรื้อสร้างเป็นระบอบประชาธิปไตย สยามไม่ต้องพะวงกับเรื่องสงครามอีกต่อไป จึงใช้พื้นที่ดังกล่าวสร้างเป็นมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง โดยตึกโดมที่สร้างขึ้นใหม่เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างขึ้นระหว่างอาคารโรงทหารเก่า 2 หลัง ส่วนอาคารเก่าทั้งสองหลังนี้ถูกเปลี่ยนโครงสร้างจากก่ออิฐถือปูนมาเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และด้วยความสามารถของสถาปนิกที่ก่อสร้างตึกโดม ได้ออกแบบอาคารให้มีส่วนโค้งสอดรับกับตึกเก่า ทำให้ได้อาคารใหม่ในแบบที่ไม่ต้องลงทุนมาก ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยพบว่า ตอนนี้การซ่อมบำรุงได้ดำเนินกลับสู่ขั้นตอนปกติแล้ว เนื่องจากทางกรมศิลปากรได้ทำการขุดค้นวัตถุโบราณและขนย้ายเสร็จสิ้นไปเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามตึกโดมเป็นถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่เป็นมรดกของคณะราษฎร ซึ่งมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ชาติและผู้คน
ภาพ : กัปตัน จิรธรรมานุวัตร
เรื่อง : กัปตัน จิรธรรมานุวัตร
#มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
#ตึกโดมธรรมศาสตร์
#ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์
#วังหน้า
#กรมศิลปากร
28/04/2024
'เพราะรักแบบผู้ใหญ่ ใช้รักอย่างเดียวไม่พอ'
บทเรียนจาก Queen of Tears ซีรีส์ที่บอกว่าชีวิตคู่มีอะไรมากกว่าความรัก
ยิ่งเราเติบโต แวดล้อมภายนอกจะยิ่งเรียกร้องจากเรามากขึ้น เรียกร้องให้ผ่อนปรนความฝัน เรียกร้องไม่ให้คาดหวังกับอะไรเกินไป เรียกร้องให้ระงับความทะเยอทยานในความปรารถนา เรียกร้องให้เราก้มหน้าเดินตามกรอบที่สังคมกำหนดไว้ แม้กระทั่ง 'ความรัก' ก็อาจถูกริดรอนและเรียกร้องให้รักอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวมากขึ้น ใช้สมองมากกว่าหัวใจ ใช้ความจำเป็นมากกว่าความยินยอม และบางครั้ง 'ความเจ็บปวด' อาจกลายเป็นเรื่องถูกต้อง ขณะที่ 'ความสุข' อาจกลายเป็นเรื่องเพ้อฝัน
ตัวละครอย่าง 'แบคฮยอนอู' หนุ่มที่พื้นเพทางบ้านเป็นชาวสวนได้แต่งงานกับ 'ฮงแฮอิน' ทายาทเจ้าของห้างสรรพสินค้า ในซีรีส์เรื่อง 'Queen of Tears' ที่กำลังฉายทาง Netflix จึงเป็นหนึ่งในตัวละครที่บอกเล่าความรักของคนวัยผู้ใหญ่ได้ดีที่สุด เพราะถึงแม้ความรักของเขาจะเริ่มต้นไม่ต่างจากความรักของคนหนุ่มสาวทั่วไป แต่เมื่อได้แต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกับภรรยา ความรักแสนหอมหวานปานนิยายนั้นแปรเปลี่ยนเป็นรักที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดและบั่นทอนตัวเขาไปเรื่อย ๆ
แบคฮยอนอูเข้ามาทำงานในห้างสรรพสินค้า Queen และได้พบกับฮงแฮอินเป็นครั้งแรก ในตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าฮงแฮอินเป็นทายาทเจ้าของห้าง และเข้าใจผิดว่าเธอเป็นเพียงเด็กฝึกงาน จึงพยายามเข้าไปช่วยเหลือและพูดคุยจนรู้สึกตกหลุมรัก แบคฮยอนอูจึงได้สารภาพรักกับฮงแฮอิน จนทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันดั่งที่ใจปรารถนา ทว่าการตกหลุมรักใครสักคนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากแต่การประคับประคองความรักให้อยู่รอดต่างหากที่ยากกว่า
ในความเป็นจริงความรักไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่เป็นเรื่องของคนหลายคน เพราะการใช้ชีวิตร่วมกันกับใครสักคนเท่ากับเราต้องโอบรับทั้งชีวิตของเขาที่ประกอบไปด้วยเพื่อนฝูงและครอบครัว รวมถึงบริบททางชีวิตของคน ๆ นั้นด้วย นี่จึงเป็นเหตุที่ว่ารักเขาคนเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องรักผู้คนและชีวิตส่วนตัวของเขาด้วย
แบคฮยอนอูที่ได้แต่งงานเข้าตระกูลใหญ่ของฮงแฮอินจึงต้องแบกรับอะไรที่มากกว่าความรัก เขาต้องทำงานในตำแหน่งหน้าที่ที่ใหญ่ขึ้น ความรับผิดชอบมากขึ้น รวมถึงต้องแบกรับความกดดันจากทางครอบครัวของฝ่ายหญิงที่เคร่งครัดต่อกฏและพิธีกรรมของตระกูล นี่ยังไม่นับความ 'ประสาทแดก' ของพ่อตาแม่ยายและน้องชายที่มีนิสัยน่าสมเพช จนทำให้เขาอึดอัดและถึงกับหลั่งน้ำตาต่อหน้าจิตแพทย์ พร้อมปลดปล่อยถ้อยคำซ้ำ ๆ ว่าอยากหย่ากับภรรยาของตนเอง ไม่ใช่แค่เหตุผลที่ไม่ชอบฮงแฮอิน แต่รวมถึงไม่ชอบบริบทครอบครัวของเธอด้วย จึงทำให้เราได้เห็นความทุกข์ทรมานของชีวิตคู่ ที่รักอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ
อีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้แบคฮยอนอูตัดสินใจไม่อยากร่วมทางกับฮงแฮอินก็คือ เขาไม่ชอบเธออีกต่อไปแล้ว เมื่อได้ใช้ชีวิตร่วมกันจริงกลับพบว่าฮงแฮอินไม่ใช่คนเดิมที่เขาเคยตกหลุมรัก มันเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและเห็นแก่ตัว นี่คงเป็นที่มาของหลักคิดที่ว่า “เราตกหลุมรักใครสักคนในวันที่เรายังไม่รู้จักเขาดีพอ และเลิกรักเขาในวันที่รู้จักกันมากเกินไป” นี่จึงเป็นภาพสะท้อนของความรักส่วนใหญ่ที่ไปกันไม่รอด ซึ่งมันประกอบไปด้วยเหตุผลมากมายดังที่กล่าวไปข้างต้น
ยิ่งเติบโตจึงต้องยิ่งอาศัยความเข้าใจและความหนักแน่น เพราะรักอย่างเดียวไม่อาจให้คำว่าชีวิตคู่สมบูรณ์แบบ และถึงแม้เราไม่ได้โหยหาความสมบูรณ์แบบในความรัก ก็ต้องทำให้แน่ใจว่ารักนั้นจะไม่บั่นทอนจิตใจของเราและอีกฝ่าย ซึ่งมันก็เป็นหนึ่งในเรื่องง่ายที่กลายเป็นเรื่องยาก เพราะทุกการเติบโตมันมีอะไรที่สลับซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นรักอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ
จึงต้องรักอย่างเข้าใจ
เรื่อง : กนกวรรณ เชียงตันติ์
#ราชินีแห่งน้ำตา
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
2 ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหา
Bangkok
10200