Figerfour

Figerfour

แชร์

24/12/2020

📈🦠 สำหรับสถานการณ์ของโลกในปัจจุบันที่ยังคงมีความเสี่ยงต่อการผันผวนทางด้านเศรษฐกิจ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวิเคราะห์การเติบโตและความเสี่ยงในการลงทุนอย่างละเอียดรอบคอบ ⁣

🤓 วันนี้.. เราจะพาชาวฟิกเกอร์โฟร์ทุกท่าน ส่อง 5 อุตสาหกรรมที่ยังคงเติบโตได้ แม้โควิดยังไม่สงบ เพื่อเป็นแนวทางในการรับมือและเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับผู้ประกอบธุรกิจและผู้ที่กำลังมองหาช่องทางในช่วงวิกฤต ณ ขณะนี้ 📝⁣

#สาส์นจากแอดมิน⁣

🔥 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศอ.) เผย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนตุลาคม ขยายตัวจากเดือนก่อนร้อยละ 0.45 คาดปีหน้า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ภาคอุตสาหกรรมจะกลับมาขยายตัวเป็นบวก 📊⁣

🧐✍️ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนตุลาคม 2563 ขยายตัวร้อยละ 0.45 เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 สอดคล้องกันกับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ) ที่ทยอยฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับปกติ สะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับระดับในช่วงก่อนหน้าสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ประกอบกับมาตรการกระตุ้นการบริโภค ที่ช่วยเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้แนวโน้มการผลิตภาคอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัวอีกครั้ง 👍⁣

🥶 โดย สศอ. ประมาณการเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมปี 2564 คาดว่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมจะกลับมาขยายตัวที่ร้อยละ 4.0-5.0 ในขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัวที่ร้อยละ 4.0-5.0 เช่นกัน ⁣

🤝 โดย 5 อุตสาหกรรมที่ยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาที่ผ่านมา ได้แก่..⁣

▪️1. เภสัชภัณฑ์เคมีภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรค ขยายตัวเพิ่มขึ้น 30.20% 💊🩺⁣
เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีปริมาณคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงยังมีความต้องการผลิตยาสำรองไว้ให้เพียงพอต่อการรักษาโรคในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 🧪⁣

▪️2. อุปกรณ์ไฟฟ้า ขยายตัวเพิ่มขึ้น 20.17% 📺⁣
- การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ดัชนีผลผลิตอยู่ที่ 91.0 โดยเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้วร้อยละ 14.3 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.5 เนื่องจากตลาดภายในประเทศและต่างประเทศมีคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการคลายล็อกดาวน์ 🖥⁣

💡 โดยสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า กระติกน้ำร้อน สายไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า เตาอบไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว มอเตอร์ไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล 🔌⁣

- การส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 มีมูลค่าการส่งออก 5,257.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากไตรมาสที่แล้วร้อยละ 3.4 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 12.9 จากตลาดสหรัฐอเมริกา และจีน เพิ่มขึ้นร้อยละ 43.5 และ 1.5 ตามลำดับ 🤷‍♂️✨ ⁣

▪️3. เฟอร์นิเจอร์ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 13.13% 🪑⁣
💬 จากผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนทำด้วยไม้และที่นอน เนื่องจากผู้ผลิตได้เร่งผลิตให้ทันส่งมอบตามคำสั่งซื้อจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นจากการกักตัวอยู่บ้านในช่วงการระบาดของไวรัส COVID-19 ในขณะที่สินค้าที่นอนได้มีการเพิ่มช่องทางจำหน่ายออนไลน์ 👥⁣

▪️4. ผลิตภัณฑ์โลหะประดิษฐ์ (ยกเว้นเครื่องจักร) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.10% 👏⁣

▪️5. เครื่องดื่ม ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.09% 🍾⁣

💝 ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยอีกว่า.. ผู้ประกอบการไทยต้องนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในภาคอุตสาหกรรมและสร้างนวัตกรรม 👊⁣

▪️1. การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ที่ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง เช่น เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทำให้การซื้อของและการทำธุรกรรมทางการเงินมาอยู่บนสมาร์ทโฟน เทคโนโลยีแพลตฟอร์มที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายทำให้เกิดเศรษฐกิจเชิงแบ่งปันโดยไม่ผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งผู้ขายสามารถขายสินค้ากับผู้ซื้อได้โดยตรง 💁‍♂️⁣

▪️2. ห่วงโซ่การผลิต เมื่อระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์สามารถทำงานแทนคนได้เกือบทั้งหมด ทำให้หลายธุรกิจซึ่งเดิมกระจายขั้นตอนการผลิตไปหลายๆ ที่ทั่วโลกย้ายกลับมาผลิตในภูมิภาคมากขึ้น หรือดึงขั้นตอนการผลิตกลับไปผลิตภายในประเทศปลายทางเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดได้เร็วขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเนื่องจากเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกและภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ 😅🙅‍♂️⁣

▪️3. สิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตของประชากรโลก โดยคาดว่าในอนาคตน้ำสะอาดจะเป็นสิ่งที่ขาดแคลน ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตของประชากรโลก อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์หรือมาตรฐานในการทำธุรกิจที่ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญและให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากขึ้น 🏆⁣

4. แรงงาน จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในอนาคตอีก 15-20 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยกำลังเป็นประเทศที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย มีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้นและคนวัยทำงานน้อยลง ส่งผลต่อโครงสร้างแรงงานที่เปลี่ยนไปทำให้การทำธุรกิจในรูปแบบเดิมที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากอาจไม่เหมาะสม ภาคธุรกิจจึงต้องปรับรูปแบบการผลิตจากการเน้นความได้เปรียบจากต้นทุนค่าแรงหรือใช้แรงงานจำนวนมากเปลี่ยนเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรม 🎭🔐⁣

📤💘 หวังเป็นอย่างยิ่งว่า.. จะเป็นประโยชน์ในการปรับใช้กับชาวฟิกเกอร์โฟร์ที่กำลังมองหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจต่อไป⁣

Figerfour Shipping Company เราพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ของถึงมือคุณ 📦 😍⁣⁣⁣⁣
☎️ โทร : 02 329 1699 ⁣, 065 746 2232⁣⁣⁣⁣
📱 LINE@ :

10/12/2020

🌏 📊 สิ่งสำคัญของความสำเร็จในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า คือการวิเคราะห์ตลาดโลกและสถานการณ์ความเสี่ยงในการลงทุน 📊⁣

🥶 จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาภาวะการค้าระหว่างประเทศติดลบอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นวิกฤตการณ์ที่มีความรุนแรงและส่งผลต่อผู้ประกอบการทั่วโลก ในช่วงเดือนกรกฎาคมการส่งออกของไทยมีมูลค่า 18,819.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดลบ 11.37% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 15,476.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐติดลบ 26.38 % 😨⁣

โดยภาพรวม 7 เดือนแรกของปี 2563 (มค.-กค.) การส่งออก มีมูลค่า 133,162.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดลบ 7.72 % 📉 ⁣

💁 จากข้อมูลสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) วิเคราะห์ถึงการฟื้นตัวของการส่งออกที่ชัดเจนขึ้นหลังผ่านจุดต่ำสุดในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สะท้อนจากมูลค่าการส่งออกที่หดตัวน้อยลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ 23.2% และการส่งออกทั้งรายสินค้าและรายตลาดต่างส่งสัญญาณฟื้นตัวที่ดี 💸 ⁣

📣 ครั้งนี้.. เราจะอัพเดตอันดับคู่ค้าสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนในการนำเข้า-ส่งออกสินค้าของไทยในช่วงครั้งปีแรก (มค.-สค.) เพื่อวิเคราะห์แนวทางในลงทุนและการวางแผนรับมือทางเศรษฐกิจอย่างรู้เท่าทัน ด้วยข้อมูลที่ถูกย่อยให้ง่ายและกระชับ พร้อมเสิร์ฟกับพี่น้องชาวฟิกเกอร์โฟร์ทุกท่าน 💰 ⁣

#สาส์นจากแอดมิน⁣⁣

⚠️ จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นว่า.. เศรษฐกิจการส่งออกเริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยการส่งออกรายสินค้ามีการขยายตัวต่อเนื่องใน 4 กลุ่มสินค้า ได้แก่⁣

▪️ สินค้าอาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำมันปาล์ม ทูน่ากระป๋อง สุกรสดแช่เย็นแช่แข็ง ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยง⁣

▪️ สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน (Work from Home) และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เตาอบ ไมโครเวฟ ตู้เย็นและตู้แช่แข็ง เครื่องซักผ้า และโซลาร์เซลล์⁣

▪️ สินค้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด เช่น ถุงมือยาง⁣

▪️ สินค้าเก็งกำไรและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของระบบเศรษฐกิจ เช่น ทองคำ เป็นต้น⁣

⚡️ ด้านการส่งออกรายตลาด มูลค่าการส่งออกเกือบทุกตลาดหดตัวในอัตราที่น้อยลง สะท้อนถึงแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจากประเทศคู่ค้าหลายประเทศสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ และมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ประกอบกับใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องที่ 17.8% 👍 ⁣

แนวโน้มการส่งออกคาดว่าจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ภาพรวมการส่งออกจะยังคงหดตัวจากผลกระทบของสถานการณ์ COVID-19 แต่เมื่อพิจารณาการส่งออกไปยังตลาดสำคัญ พบว่าสินค้าไทยหลายรายการมีศักยภาพที่จะสามารถผลักดันการส่งออกของไทยให้กลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งไทยมีความสามารถในการผลิต โดยคาดการณ์ส่งออกไทยปีนี้ยังติดลบอยู่ 8-9% 💶🔥⁣

ในส่วนด้านการนำเข้าช่วงตุลาคมที่ผ่านมา ข้อมูลจากฐานเศรษฐกิจกล่าวถึงสถานการณ์กีดกันการค้าระหว่างประเทศที่ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง 😱😥⁣

⏳ ล่าสุดข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ระบุ ณ ปัจจุบัน มีประเทศคู่ค้าใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) สินค้าไทยรวม 103 รายการ จาก 16 ประเทศ โดยแบ่งเป็น⁣

▪️ สินค้าที่อยู่ในระหว่างถูกเรียกเก็บอากรเอดี รวม 75 รายการ จาก 14 ประเทศ ⁣

▪️ สินค้าที่อยู่ระหว่างการไต่สวนเพื่อกําหนด มาตรการเอดี 14 รายการ จาก 4 ประเทศ⁣

▪️ สินค้าที่อยู่ระหว่างการเปิดทบทวนเพื่อต่ออายุมาตรการเอดี หรือทบทวนเพื่อเปลี่ยนแปลงอัตราอากรเอดี 15 รายการ จาก 9 ประเทศ⁣

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ ยังเผยกับฐานเศรษฐกิจอีกว่า การกีดกันการค้ามีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ส่วนหนึ่งผลจาก COVID-19 ทําให้การค้าโลกหดตัว สินค้าจากประเทศผู้ผลิตต้องเร่งระบายเพื่อประคองธุรกิจ กลยุทธ์ที่สําคัญคือการขายราคาต่ำเพื่อแย่งชิงลูกค้า ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการหรืออุตสาหกรรมภายในของแต่ละประเทศ 💣🌩⁣

🌪 ในส่วนของไทยกรณีมีสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาทุ่มตลาดโดยขายในราคาต่ำกว่าราคาขายในประเทศต้นทาง หรือขายต่ำกว่าต้นทุน ภาคเอกชนที่ได้รับกระทบสามารถยื่นเรื่องและข้อมูลต่อคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานเพื่อขอให้เปิดไต่สวนได้ 🤝⁣

“ล่าสุดไทยถูกเวียดนามเปิดไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสินค้าน้ำตาล (เปิดไต่สวน 21 กย. 63) ซึ่งจะได้เชิญผู้ส่งออกน้ำตาลมาหารือ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง และอธิบายขั้นตอนการแก้ต่าง รวมถึงให้ทูตพาณิชย์ช่วยประสานงานต่อไป” 🎭⁣

🙎 รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า หลายฝ่ายมีความกังวลว่าสินค้าจีนที่มาผลิตในไทยจะส่งออกไปขายในราคาต่ำและอาจถูกสหรัฐฯ หรือประเทศคู่ค้าเปิดไต่เพื่อใช้มาตรการเอดี / ซีวีดี หรือเซฟการ์ด ทําให้สินค้าของผู้ประกอบการไทยถูกใช้มาตรการไปด้วย 😤 ⁣

⛔️ ตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วในสินค้ายางรถยนต์ที่สหรัฐฯ อยู่ระหว่างเปิดไต่สวนเพื่อใช้มาตรการเอดีกับยางรถยนต์ที่นําเข้าจากประเทศไทย (ผู้ส่งออกรายใหญ่เป็นจีน) กรณีที่อาจเกิดขึ้นกับหลายสินค้าในลักษณะเช่นนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ไม่เช่นนั้นจะกระทบส่งออกไทยระยะยาว 🔐⁣

💭 อย่างไรก็ตาม.. เราควรติดตามข่าวสารการนำเข้า-ส่งออกอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงและวางแผนการค้าได้อย่างเท่าที่กับสถานการณ์ และเมื่อคุณเล็งเห็นช่องทาง การอำนวยความสะดวกด้านการขนส่ง เราตอบโจทย์! ⁣

Figerfour Shipping Company เราพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ของถึงมือคุณ 📦 😍⁣⁣
☎️ โทร : 065 746 2232⁣
📱 LINE@ : ⁣⁣
⁣⁣
หรือมีข้อสงสัย อย่าลืม Inbox มานะคะ 😘

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านขายเสื้อผ้า ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


98/16 ซอยลาดกระบัง 20/1 ถนนลาดกระบัง แขวงลาดกระบัง
Bangkok
10520