NLAB
09/06/2024
การทำ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจถึงความต้องการ และปัญหาของผู้ใช้งาน(User) ในการใช้ผลิตภัณฑ์ หรือบริการต่างๆของเรามากยิ่งขึ้น
เพราะฉนั้นการออกแบบคำถามที่เหมาะสม และการสร้างบรรยากาศที่ดีในการสัมภาษณ์จึงเป็นส่วนสำคัญมากๆ ที่ทีมจะต้องหมั่นฝึกฝนและขัดเกลาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้คำถามและคำตอบที่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการให้มีประสิทธิภาพและแก้ไขปัญหาที่ถูกจุดมากยิ่งขึ้นครับ
🚀 10 ขั้นตอนในการทำ User interview ให้มีประสิทธิภาพ
1️⃣ เริ่มต้นด้วยการสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง โดยแนะนำตัวของผู้สัมภาษณ์ แล้วถามคำถามที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกสบายๆ เช่น
"สวัสดีครับ/ค่ะ ขอบคุณที่มาร่วมสัมภาษณ์กับเราในวันนี้นะคะ สามารถบอกเล่าเกี่ยวกับตัวคุณได้มั้ย?"
2️⃣ ชวนคุยและใช้คำถามปลายเปิด โดยให้ผู้ใช้งานพูดออกมาเอง ไม่ใช่คำถามที่ตอบได้แค่ "ใช่" หรือ "ไม่" เท่านั้น เช่น
"สิ่งที่คุณรู้สึกสะดวกและไม่สะดวกในการใช้ผลิตภัณฑ์ของเราคืออะไรบ้าง?"
3️⃣ คำแนะนำฟีเจอร์หรือผลิตภัณฑ์ที่คุณสร้างและขอความคิดเห็นเกี่ยวกับมัน เช่น
"คุณคิดว่าการใช้แอพพลิเคชั่นของเรามีประโยชน์ยังไงบ้าง? หรือฟีเจอร์ที่เพิ่งออกมาใหม่ใช้แล้วเป็นอย่างไร?"
4️⃣ ถามเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้งานหรือการแก้ไขปัญหา ของผู้ใช้ เช่น
"เมื่อคุณเกิดปัญหาในการใช้งานผลิตภัณฑ์ คุณทำอย่างไรเพื่อแก้ไขมัน?"
5️⃣ ถามเกี่ยวกับความคาดหวังของผู้ใช้งานที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของคุณ เช่น
"คุณคาดหวังสิ่งใดจากผลิตภัณฑ์ของเราที่ยังไม่มีในปัจจุบัน?"
6️⃣ ถามเกี่ยวกับการใช้งานที่ผู้ใช้งานใช้เป็นประจำ เช่น
"คุณใช้ผลิตภัณฑ์ของเราในชีวิตประจำวันของคุณอย่างไรบ้าง?"
7️⃣ ถามเกี่ยวกับความพึงพอใจของผู้ใช้งานต่อผลิตภัณฑ์ของคุณ เช่น
"คุณรู้สึกพึงพอใจมากน้อยแค่ไหนกับผลิตภัณฑ์ของเรา?"
8️⃣ ถามเกี่ยวกับความพึงพอใจหรือการแก้ไขของผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ผู้ใช้งานเคยใช้
เพื่อให้คุณเข้าใจความชอบและไม่ชอบของพวกเขา เช่น
"คุณเคยใช้ผลิตภัณฑ์แบรนด์อื่น ในส่วนไหนที่คุณคิดว่ามันดีกว่าผลิตภัณฑ์ของเรา?"
9️⃣ ถามเกี่ยวกับความคาดหวังของผู้ใช้งานในอนาคต เพื่อช่วยให้คุณวางแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณให้เหมาะสม เช่น
"คุณคาดหวังสิ่งใดจากเราในอนาคต ที่ยังไม่มีในปัจจุบัน?"
🔟 สรุปด้วยการถามปลายเปิดให้ผู้ใช้งานพูดออกมาอีกครั้งเพื่อให้พูดเพิ่มถึงปัญหาหรือความต้องการอื่นๆ ที่อาจจะไม่ได้ถูกพูดในส่วนอื่น เช่น
"มีอะไรบางอย่างที่คุณต้องการให้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของเราไหม?"
การใช้เทคนิคการตั้งคำถามเหล่านี้จะช่วยให้การทำ User interview ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานของคุณให้ข้อมูลที่มีค่าและสะท้อนความต้องการและปัญหาของพวกเขาอย่างถูกต้องและตรงใจที่สุด.
. การหมั่นฝึกฝนตั้งคำถามและการสร้างบรรยากาศในการพูดคุยให้รู้สึกผ่อนคลาย มีส่วนสำคัญมากๆ ที่จะช่วยให้เราได้คำตอบที่ลึกและมีประโยชน์ต่อสินค้าหรือบริการของเรามากยิ่งขึ้นได้ครับ
อย่าลืมฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ และออกไปสนุกกับการทำ User interview กันนะครับ
www.narenrit.com
07/06/2024
หลายๆคนอาจจะคุ้นเคย หรือผ่านตากับคำว่า User Persona มาบ้างแล้วไม่มากก็น้อยเนอะ
วันนี้เลยมาชวนคุยว่า เอ….เจ้า User Persona เนี้ยมันยังมีความสำคัญอยู่มั้ย และมันมีวิธีการคิดและสร้างขึ้นมาอย่างไร?
เอาล่ะ, เรามาพูดถึงข้อดีของการสร้าง User Persona ในงาน UX กันก่อนดีกว่าว่ามันมีความสำคัญอย่างไรบ้างงงง
.
1️⃣ ช่วยให้ทีมเห็นภาพ, เข้าใจความต้องการ, แรงจูงใจ, และพฤติกรรมต่างๆของ Target User ได้อย่างแท้จริงมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การออกแบบตรงกับสิ่งที่ User ต้องการมากขึ้น
2️⃣ ด้วยการมี User Persona เป็นตัวแทนของ Target user จึงทำให้ทีมสามารถมุ่งเน้นการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการและแก้ปัญหาของผู้ใช้ได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น
3️⃣ ช่วยให้ทุกคนในทีมเห็นภาพรวมของ Target user ที่ชัดเจนและตรงกัน ทำให้การสื่อสารและการตัดสินใจเป็นไปอย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น
4️⃣ สามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการทดสอบการออกแบบและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับผู้ใช้จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ในแต่ละผลิตภัณฑ์หรือบริการ อาจมี User Persona มากกว่า 1 คนก็ได้ )
5️⃣ หลายครั้งการใช้ที่มี User Persona ทำให้ทีมสามารถออกแบบปรับเปลี่ยนหรือ สร้างประสบการณ์ในการใช้งาน (UX) ที่ดีและตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ทำให้ผู้ใช้รู้สึกพึงพอใจและมีประสบการณ์ที่ดีกับผลิตภัณฑ์หรือบริการมากยิ่งขึ้น
#การสร้าง User Persona จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่จะช่วยออกแบบและพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น แถมยังเป็นเครื่องมือที่เอาไว้สื่อสารภายในทีมได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน ว่าสิ่งที่ออกแบบหรือแก้ไขนี้เพื่อเป้าหมายอะไรด้วยครับ 🙂🚀
#วิธีการทำ 📝
เนื้องจาก User persona คือตัวแทนของกลุ่มเป้าหมายของเรา ฉนั้นอาจจะต้องตั้งต้นด้วยข้อมูลจริงที่เรามีโดยอิงจากจำนวน Target User ส่วนใหญ่มากำหนดไว้ก่อน เช่น
😁 ตั้งชื่อให้ persona และระบุข้อมูลพื้นฐาน เช่น อายุ เพศ อาชีพ
👨🏻💻 รายได้ การศึกษา และที่อยู่อาศัย
🎯 เป้าหมายหลักของ persona ในการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ
💡 สิ่งที่ผลักดันให้ persona ใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ
🔥 /Pain Points ปัญหาหรือความท้าทายที่ persona เผชิญอยู่
🧗🏻♂️ and Attitudes พฤติกรรมการใช้งานและทัศนคติที่มีต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการ
#สำคัญ อย่าลืมหารูปบุลคลตัวอย่างมาแปะใน persona ด้วยนะครับ ทุกคนจะได้ อ๋อ!!! เห็นภาพชัดยิ่งขึ้นครับผม 😁
⭐️ ก่อนจะนำไปใช้จริงอาจจะลองออกแบบมาสัก 1-3 ตัวอย่าง แล้วคุยกันในทีมเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง จะได้ปรับแก้และเป็นข้อตกลงร่วมกัน ก่อนนำไปใช้จริงนะครับ 🙂
www.narenrit.com
05/06/2024
โปรแกรมออกแบบสำหรับ UX/UI designer ในปัจจุบันมีค่อนข้างหลากหลายโปรแกรมมากๆ
ซึ่งการเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย เช่น ความถนัดของผู้ใช้, งบประมาณ, ระบบปฏิบัติการ (Mac, Windows) หรือฟีเจอร์ที่โดดเด่นแตกต่างกัน
วันนี้ NLAB ขอรวบรวมโปรแกรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบันมาเล่าให้ฟังว่า แต่ละโปรแกรมมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร คุณสมบัติของแต่ละโปรแกรมมีความโดดเด่นแตกต่างกันแบบใหน และสุดท้ายเราจะเลือกใช้โปรแกรมใหนให้เหมาะสมกับงานที่ทำมากที่สุด
1️⃣
💎คุณสมบัติเด่น:
Vector Editing: เครื่องมือสำหรับการวาดและแก้ไขภาพเวกเตอร์
Symbols: ออกแบบและสร้างองค์ประกอบต่าง ๆ
Prototyping: ใช้สร้าง Clickable prototype
Plugins: รองรับปลั๊กอินจากภายนอกเพื่อเพิ่มความสามารถต่างๆ
💻แพลตฟอร์ม: macOS
https://www.sketch.com/
2️⃣
💎คุณสมบัติเด่น:
Collaboration: การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ สามารถแชร์โปรเจคและแก้ไขพร้อมกันได้ (online)
Prototyping: สร้างต้นแบบอินเตอร์แอคทีฟได้ง่ายและรวดเร็ว
Components: การสร้างองค์ประกอบที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้
Design Systems: การจัดการสไตล์และองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อความสอดคล้องกันทั้ง Project
💻แพลตฟอร์ม: Web-based (ใช้งานได้ทั้ง Windows และ macOS)
https://www.figma.com/
3️⃣ XD
💎คุณสมบัติเด่น:
Prototyping: สร้างต้นแบบและทดสอบการใช้งานได้อย่างง่ายดาย
Auto-Animate: สร้างภาพเคลื่อนไหวระหว่างอาร์ตบอร์ดได้ง่าย
Repeat Grid: การสร้างและจัดการเลย์เอาต์ซ้ำๆ ได้อย่างรวดเร็ว
Plugins: มีปลั๊กอินที่เพิ่มความสามารถได้หลากหลาย
แพลตฟอร์ม: Windows และ macOS
https://www.youtube.com/watch?v=CsPQd2FUcVo
4️⃣ Studio
💎คุณสมบัติเด่น:
Screen Design: การออกแบบหน้าจอได้อย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว
Prototyping: สร้างต้นแบบที่สามารถกดใช้งานได้จริง เหมาะกับการทำ Clickable prototype อย่างไวๆ
Animation: การสร้างแอนิเมชั่นที่ซับซ้อนได้อย่างง่ายดาย
Collaboration: แชร์และทำงานร่วมกันในทีมได้สะดวกมาก
💻แพลตฟอร์ม: macOS
https://www.invisionapp.com/
5️⃣ RP
💎คุณสมบัติเด่น:
Prototyping: สร้างต้นแบบที่มีการอินเตอร์แอคทีฟสูง (เหมือนแอปจริง)
Documentation: การสร้างเอกสารและรายละเอียดของโปรเจค
Flow Diagrams: สร้าง wireframe และไดอะแกรมง่ายๆ
Dynamic Content: รองรับการสร้างเนื้อหาแบบหลากหลาย
💻แพลตฟอร์ม: Windows และ macOS
https://www.axure.com/
6️⃣
💎คุณสมบัติเด่น:
Interactive Design: การออกแบบที่มีความอินเตอร์แอคทีฟสูง(เสมือนแอปจริง)
Prototyping: สร้างต้นแบบที่สามารถใช้งานได้จริง
Animation: การสร้างแอนิเมชั่นที่มีความซับซ้อนได้
Code: สามารถเพิ่มโค้ดเพื่อปรับแต่งต้นแบบได้อย่างละเอียด
💻แพลตฟอร์ม: Web-based
https://www.framer.com/developers/
#สรุป
โปรแกรมที่กล่าวมาทั้งหมดมีคุณสมบัติและความสามารถที่แตกต่างกัน การเลือกใช้งานขึ้นอยู่กับความต้องการของนักออกแบบและทีมงาน รวมถึงสไตล์และขั้นตอนการทำงานของเราและทีมด้วยนะครับ
ในแต่ละโปรแกรมจะมีเวอร์ชั่นให้ทดลองใช้งาน ลองโหลดมาใช้งาน มาฝึกๆเล่นๆ ลองดูว่าเราใช้แล้วชอบมั้ย และเหมาะกับทีมหรือเปล่าก่อนตัดสินใจซื้อลองดูว่าโปรแกรมที่เราชอบนี้มี Community ที่เอาไว้พูดคุยแลกเปลี่ยนหรือถามปัญหากันมั้ย เวลามีคำถามอะไร จะได้มีผู้คนมากมายคอยช่วยตอบคำถามหรือแลกเปลี่ยนกันได้ครับผม 🙂
www.narenrit.com
04/06/2024
เป็นกระบวนการที่สำคัญในการเข้าใจผู้ใช้ (User)
เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหา (Pain point) ของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วันนี้เลยอยากจะมาแนะนำขั้นตอนและวิธีการทำ และการวัดผลของการทำ User Research แบบคร่าวๆกันครับ 🥳
📝 #ขั้นตอนการทำ User Research ประกอบไปด้วย ⤵️
1️⃣ #กำหนดวัตถุประสงค์ (Define Objectives)
ระบุวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าคุณต้องการทราบอะไรจากผู้ใช้ เช่น ความพึงพอใจ ปัญหาในการใช้งาน หรือความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองที่ดี?
2️⃣ #เลือกวิธีการ (Choose Research Methods)
วิธีการในการทำ User research มีหลายรูปแบบ ให้เลือกที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ เช่น
💡 #แบบสอบถาม (Surveys): สำหรับเก็บข้อมูลที่เน้นปริมาณมาก (quantity)จากผู้ใช้หลายๆ คน
💡 #สัมภาษณ์ (Interviews): สำหรับข้อมูลเชิงลึกจากการสนทนาโดยตรงกับผู้ใช้
💡 #การสังเกตการณ์ (Observation): สังเกตดูการใช้งานของ User ในสถานการณ์จริง
💡 #การทดสอบการใช้งาน (Usability Testing): ให้ User ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จริงๆหรืออาจจะแค่ตัว Prototype แล้วทำการบันทึกข้อสังเกตต่างๆ
3️⃣ #เก็บข้อมูล (Collect Data)
เก็บข้อมูลที่ได้มาอย่างเป็นระบบ เช่น การบันทึกเสียง การถ่ายภาพ หรือการจดบันทึก
4️⃣ #วิเคราะห์ข้อมูล (Analyze Data)
💡รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ เพื่อหาแนวโน้ม รูปแบบ หรือปัญหาที่เกิดขึ้น
💡ใช้เครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆเช่นการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) และการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis)
5️⃣ #สร้างPersona และ Journey Map (Create Personas and Journey Maps)
💡สร้าง Persona ที่เป็นตัวแทนของผู้ใช้เป้าหมาย (User target) และ Journey Map เพื่อเข้าใจประสบการณ์ของผู้ใช้ในแต่ละขั้นตอน
6️⃣ #สรุปผลและนำเสนอ (Summarize and Present Findings)
สรุปผลการวิจัยและนำเสนอข้อมูลให้ทีมหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรับรู้และนำไปใช้ในการออกแบบต่อไป ..................................
🕵🏻♂️ #การวัดผลของ User Research ประกอบไปด้วย 👇🏻
1️⃣ #วัดความพึงพอใจ (Measure Satisfaction)
ใช้แบบสอบถามความพึงพอใจ (Satisfaction Surveys) หรือ Net Promoter Score (NPS) เพื่อวัดผลว่าผู้ใช้มีความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์อย่างไรบ้าง
2️⃣ #วัดการใช้งาน (Measure Usability)
ใช้การทดสอบการใช้งาน (Usability Testing) เพื่อวัดว่าใช้งานง่ายแค่ไหน โดยใช้เกณฑ์เช่น ความเร็วในการใช้งาน (Efficiency) ความสำเร็จของการใช้งาน (Effectiveness) และความพึงพอใจ (Satisfaction)
3️⃣ #วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Analysis)
วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถาม การบันทึกการใช้งาน หรือข้อมูลจากระบบ เช่น อัตราการคลิก (Click-through Rate) อัตราการ Drop-off ต่างๆ
4️⃣ #วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis)
วิเคราะห์ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งาน เพื่อหาแนวโน้มและประเด็นสำคัญซึ่งจะนำมาถึงการคิด Solution หรือหาวิธีแก้ปัญหากันต่อไป
5️⃣ #เปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmarking)
เปรียบเทียบผลลัพธ์กับเกณฑ์มาตรฐานหรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพื่อดูว่าผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับใด
❤️การทำ User Research ที่ดีและการวัดผลที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาของผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงเป้ามากยิ่งขึ้นครับ 🙂🚀
ไว้จะมาเล่าแบบลงรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนว่าใช้ Tools อะไรบ้าง หรือเริ่มทำอย่างไร แบบจับมือทำอีกทีนะครับ #ฝากติดตามด้วยนะคร้าบบบบ
หากมีอะไรอยากแนะนำ หรือสอบถามเพิ่มเติมสามารถ Comment ไว้ได้เลยนะครับ ยินดีรับฟังและตอบคำถามทุกๆ Comment เลยครับ และสุดท้ายขอขอบคุณที่สละเวลาเข้ามาอ่านกันนะคร้าบ ❤️
www.narenrit.com
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10310