CUZ MOTO
16/11/2024
เปลี่ยน Cruiser อารมณ์ดี อย่าง Royal Enfield Shotgun 650 ให้กลายเป็น Cafe Racer สุดบ้าคลั่ง โดย ICON Motosports
สำนัก Custom ที่เชี่ยวชาญด้านการแต่งให้มันสุดโต่ง กับผลงานเพื่อแสดงโชว์ในงาน EICMA 2024 ที่ประเทศอิตาลี
ภาพรวมของส่วนท้ายรถถูกทิ้งไป พร้อมกับล้อ และสวิงอาร์ม ทีม ICON เริ่มรวบรวมอุปกรณ์ใหม่ให้เจ้า Shotgun ไม่ว่าจะเป็นโช๊คอัพ Nitron และคาลิปเปอร์เบรค จาก Kawasaki Ninja ZX-10R ปี 2015 ล้อแข่ง Astralite ยุคเก่า ยาง Avon Cobra ขนาด 16 นิ้วช่วยให้มอเตอร์ไซค์ยึดเกาะถนนดีขึ้น
นำสวิงอาร์ม Kawasaki Ninja 650 รุ่นปี 2015 สองอัน มาตัดแบ่ง และเชื่อมกลับเข้าด้วยกันเพื่อยึดเป็นโช๊คคู่ และเสริมความแข็งแรงเป็นพิเศษ ในขณะที่โช๊คใช้ของ Nitron
ถังน้ำมันเป็นชิ้นส่วนของ Yamaha RD400 มาดัดแปลงให้พอดีกับเฟรมของ Shotgun และทำชุดฝาปิดแบบ Endurance ส่วนฝาปิดด้านขวาทาง ICON ใช้การ 3D Print จากเรซินโปร่งแสง
การ์ดหน้า Air Tech จาก Yamaha FZ750 ดัดแปลงให้มันผสมผสานอย่างลงตัวกับถังน้ำมัน และไฟหน้าสี่เหลี่ยมคู่
ส่วนท้ายเคยเป็นชิ้นส่วนของ Buell S2 Thunderbolt มันถูกตัด และวางให้อยู่ในตำแหน่ง และรูปร่างที่ต้องการ ปิดท้ายด้วยเบาะแข่งแบบบาง และเจาะรูใหม่สำหรับแบตเตอรี่ ส่วนท้ายคือท่อไอเสียสองออกหนึ่งโดยใช้ชิ้นส่วนที่จัดหาโดย S&S Cycle
ส่วนเสริมอื่นๆ ของ Shotgun คันนี้ ได้แก่ การ์ดโช้คแบบ Custom แผ่นท้องแบบสปอร์ต กรอง K&N แฮนด์จับโช๊ค ปลอกแฮนด์ Pro Grip เกียร์โยง และสวิตช์แบบไมโคร โดยมีนาฬิกาเดิมติดตั้งใหม่ด้านหลังการ์ดหน้า
ลวดลายของ Shotgun นั้น ICON ใช้เป็นลายชาติอเมริกาสัญชาติของสำนัก
รถคันนี้ไม่มีความคล้ายคลึงกับ Royal Enfield Shotgun 650 จากโรงงานเลย แต่ไม่ว่ามันจะเคยเป็นยังไง ถึงตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมชอบมันจริงๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก BIKEEXIF ครับ 🙏
หากเพื่อนๆ มีข้อสงสัยต้องการสอบถาม หรืออยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำมอเตอร์ไซค์คัสตอม สามารถทักข้อความมาพูดคุยกันได้นะครับ หากผมสามารถช่วยได้ก็ยินดีครับ 😊
07/11/2024
เจ้า "เห็บบิน" ม้าศึกไฟฟ้าสุดคลาสสิกตัวใหม่ของ Royal Enfield
Royal Enfield แบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ประกาศก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดตัว "Flying Flea" มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสุดล้ำยุค ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมอเตอร์ไซค์รุ่นพี่อย่าง WD/RE 125cc ที่ผลิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีฉายาว่า "Flying Flea"
ที่มาของฉายานี้ที่แปลเป็นไทยว่า "เห็บบิน" นั้น เป็นเพราะว่า WD/RE 125cc ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา และทหารอากาศก็สามารถที่จะเอามันพาราชูตลงไปพร้อมรบบนภาคพื้นดินได้อย่างสะดวก มันจึงได้รับสมญานามว่า "Flying Flea" หรือ "เห็บบิน" นั่นเองครับ
เพื่อสานต่อตำนาน Royal Enfield จึงได้นำชื่อ "Flying Flea" มาใช้กับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของพวกเขา โดยเน้นสไตล์ "Retro-futuristic" ที่ผสมผสานความคลาสสิกกับเทคโนโลยีล้ำสมัย
Flying Flea จะโฟกัสไปที่กลุ่มผู้ใช้ทั่วไปในเมือง โดยเริ่มต้นด้วยสองรุ่นหลัก คือ C6 และ S6
โดย C6 : รุ่น Classic เน้นสไตล์เรโทร ส่วน S6 : รุ่น Scrambler เน้นลุยๆ
ตัวเลข "6" นี้จะบ่งบอกถึงคลาสของมอเตอร์ไซค์ โดยรุ่นที่มีเลขต่ำกว่าจะมีสเปคต่ำกว่า และรุ่นที่มีเลขสูงกว่า ก็จะมีสเปคที่สูงกว่า และใช้ได้ระยะทางที่ไกลกว่า
แม้ว่ายังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด แต่คาดว่า Flying Flea จะใช้ได้ประมาณ 100 กิโลเมตร/การชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และสามารถชาร์จได้ง่ายๆ ผ่านปลั๊กไฟบ้าน
นอกจากนี้ น้ำหนักก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการออกแบบ โดย Royal Enfield ได้พัฒนาโครงอลูมิเนียมแบบหล่อ แบตเตอรี่แมกนีเซียม และใช้พลาสติกในการสร้างถังน้ำมัน โช้คอัพเดี่ยว และโช้คหน้าแบบ girder ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่ช่วยลดน้ำหนักของรถ
แม้ว่า Royal Enfield ยังไม่ได้ประกาศราคาอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวในอินเดียระบุว่าราคาเริ่มต้นของ Flying Flea จะอยู่ที่ประมาณ 2,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย รวมทั้งการออกแบบที่นึกถึงคนที่ชื่นชอบรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีกลิ่นอายของความย้อนยุคแบบนี้ มันจะต้องสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างแน่นอนครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก Pipeburn ครับ 🙏
หากเพื่อนๆ มีข้อสงสัยต้องการสอบถาม หรืออยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำมอเตอร์ไซค์คัสตอม สามารถทักข้อความมาพูดคุยกันได้นะครับ หากผมสามารถช่วยได้ก็ยินดีครับ 😊
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10600