AT
AT FOCUS คือพื้นที่ของการเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนข้อมูลการทำงานด้านเอดส์ และวัณโรค
20/02/2025
ทำดีมักถูกขวาง! ย้อนรอยการต่อสู้ 10 ปีของผู้คิดชุดตรวจ HIV Self-test
หนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่ส่งผลกับชีวิตของมนุษย์มากที่สุดอย่างหนึ่ง คือ ชุดตรวจไวรัส HIV ด้วยตนเอง (HIV Self-test Kit) ที่ทำให้เราทุกคนประหยัดเวลา แถมไม่ต้องคอยเดินทางไปถึงโรงพยาบาลเพื่อได้รับการตรวจระดับเบื้องต้นด้วย
ก่อนอื่น คิดว่าชุดตรวจไวรัส HIV ด้วยตนเองคืออะไร? เหมือนชุดตรวจโควิด-19 ไหม? ตอบเลยว่าคล้าย เพียงแต่เราต้องหยดเลือดจากปลายนิ้วลงไปแทน เพื่อดูว่าผลออกมาเป็นอย่างไร ไม่ต้องห่วงไม่เจ็บมาก จึกเดียวเหมือนมดกัด ใดๆ ก็ตามมันเป็นแค่การกรองเบื้องต้นนะ อย่าเพิ่มคิดว่าผลออกแบบนั้นแบบนี้เท่ากับติดไม่ติด HIV!
ชุดตรวจสุดวิเศษนี้ถูกคิดครั้งแรกโดย เอลเลียต มิลเลนสัน (Elliott Millenson) ผู้ก่อตั้งบริษัทด้านการตรวจหาเชื้อไวรัส Global Diagnostic Systems เมื่อปี ค.ศ. 1986 นู้นหนะ แต่ที่คนทั่วไปไม่ได้ใช้งานมันสักทีก็เพราะสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration: FDA) ดันไปขวางไว้ บอกว่าถ้าคนทั่วไปตรวจเองผลอาจจะผิด พอผลผิดอ่านแล้วก็จิตตก จิตตกปุ๊บก็มีคนเอาไปโยงกับอัตราคนจบชีวิตตัวเองอีก! เพราะงั้นไม่ต้องไปตรวจเองหรอก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญอย่างบุคลากรทางการแพทย์ดีกว่าเยอะ
เบรคซะหัวทิ่มแบบนี้แต่พี่มิลเลนสันก็ยังไม่ยอม ถ้าห้ามเดินผมจะวิ่ง ถ้าห้ามพูดผมจะตะโกน มิลเลนสันเขาเลยยื่นฟ้องร้อง FDA กับศาลซะเลย ซึ่งว่ากันตามตรงศึกนี้ดูอย่างไรมิลเลนสันก็เสียเปรียบ เพราะ FDA เขามีพวกตั้งแต่สมาคมการแพทย์อเมริกัน (the American Medical Association) ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐ (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) ยันสมาชิกสภาคองเกรสผู้ทรงเกียรติ
ถึงจะดูสู้แทบไม่ได้แต่การยื่นฟ้องร้องให้เป็นคดีความก็กดดันให้ปี ค.ศ. 1989 FDA ต้องจัดทำประชาพิจารณ์ (การมานั่งเถียงกันแบบสาธารณะ) เรื่องนี้ ซึ่งผลก็ออกมาในปี 1990 ว่า ภาครัฐยังย้ำจุดยืนเดิม การเก็บตัวอย่างเชื้อ HIV ควรให้มืออาชีพเขาทำ! ตอนนั้นเหมือนละครจะปิดฉากลงสำหรับคนที่อยากมีชุดตรวจ HIV ติดบ้าน อย่างไรก็ตามปีดังกล่าวคดีที่มิลเลนสันไปฟ้องร้องไว้กลับชนะเหนือ FDA ทำให้มิลเลนสันส่งเรื่องขอผลิต HIV Self-test รุ่นทดลองก่อนปล่อยสู่ตลาดต่อ FDA อีกสักรอบ
ตัดสลับมาปี ค.ศ. 1994 FDA ก็ได้ลงความเห็นว่า การมีเครื่องมือในการตรวจคัดกรองเบื้องต้นในฐานะ ‘เครื่องมือทางเลือก’ ไปสู่กลุ่มประชากรที่พวกเขาอาจจะเข้าไม่ถึงมีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยง พอถึง ค.ศ. 1996 ภาครัฐก็ส่งสัญญาณไฟเขียว ทำให้ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเองเข้าสู่ตลาดและแพร่หลายไปทั่วโลกต่อมา
อย่างไรก็ตาม เส้นทางการต่อสู้กับภาครัฐกับบรรดาหมอๆ ของมิลเลนสันตลอด 10 ปีนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะนอกจากเขาจะต้องชักเย่อทางกฎหมายกับ FDA แล้ว เขายังประสบปัญหาเรื่องการเป็นเจ้าของกิจการบริษัท และอำนาจการตัดสินใจเหนือเจ้า HIV Self-test นี้กับบริษัทยายักษ์ใหญ่ Johnson & Johnson อีกด้วย
ไม่ว่าความวุ่นวายตลอดหนึ่งทศวรรษนั้นจะเป็นอย่างไร ปีนี้ ตอนนี้ เรามีชุดตรวจ HIV ด้วยตนเองให้ใช้กันแล้ว ใช้ให้บ่อย ใช้ให้สม่ำเสมอ ชีวิตรักมั่นใจปลอดภัยห่างโรคขึ้นเยอะ!
ที่มา:
Alexi A. Wright, M.D., and Ingrid T. Katz, M.D., M.H.S. 2006. Home Testing for HIV. The New England Journal of Medicine. Vol. 354 (5). from https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMp058302
Fischer, A. E., Abrahams, M., Shankland, L., Lalla-Edward, S. T., Edward, V. A., & De Wit, J. (2023). The evolution of HIV self-testing and the introduction of digital interventions to improve HIV self-testing. Frontiers in reproductive health, 5,1121478. https://doi.org/10.3389/frph.2023.1121478. From https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9971956/
Dena Smith. 1997. Betrayal of confidence. Orlando Weekly. จาก https://www.orlandoweekly.com/news/betrayal-of-confidence-2265022
24/01/2025
รวมบรรยากาศงาน #สมรสเท่าเทียม เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 บริเวณห้างสรรพสินค้า สยาม พารากอน
เครดิตรูป: บางกอก ไพรด์ และคณะ
23/01/2025
🏳️🌈🏳️🌈🏳️🌈
วันที่ 23 มกราคม 2568 เวลา 10.30 น. เริ่มกิจกรรมจดทะเบียน #สมรสเท่าเทียม ณ ห้างสรรพสินค้า สยาม พารากอน โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างพากันถ่ายรูปร่วมกับอดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ก่อนพากันขึ้นไปยังห้องกิจกรรมบริเวณชั้น 5
บรรยากาศงานเต็มไปด้วยความคึกคักจากขบวนแห่ขันหมากตั้งแต่หน้าห้างสรรพสินค้า ท่ามกลางเสียงปรบมือและธงสีรุ้งที่ปลิวไสว มีคู่รักหลายคู่ หลายวัย มาร่วมเฉลิมฉลองตลอดเส้นทาง
ปัจจุบันนี้ การจดทะเบียนสมรสระหว่างคู่รักทุกเพศสามารถจดได้แล้วในทุกที่ว่าการเขตกรุงเทพฯ ที่ว่าการอำเภอ/ จังหวัด ไปจนถึงสถานทูตไทยทั่วโลก
#กฎหมายสมรสเท่าเทียม
22/01/2025
"เคาท์ดาวน์ ‘สมรสเท่าเทียม’ บังคับใช้ 23 มกราคมนี้ คู่รักเพศอะไรก็รับบุตรบุญธรรมได้!
การสร้างครอบครัวเป็นหนึ่งในความใฝ่ฝันของหลายคู่รัก ซึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับเก่าเคยระบุไว้ให้ ‘บุคคล’ ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีสามารถรับบุตรบุญธรรมได้ แต่ต้องมีอายุมากกว่าบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี ซึ่งการแก้ไขประมวลกฎหมายดังกล่าว (หรือที่เรียกว่า #สมรสเท่าเทียม) ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ก็ไม่ได้แก้ไขในจุดนี้
ดังนั้น หลัง #สมรสเท่าเทียม บังคับใช้แล้ว คู่รักทุกเพศที่มีคุณสมบัติครบตามกฎหมายก็ยังสามารถรับบุตรบุญธรรม และสร้างครอบครัวในฝันได้เช่นเดิม!
คุณสมบัติการรับบุญบุตรธรรม ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. ผู้รับมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และแก่กว่าบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี
2. ผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และให้การยินยอม
3. หากจะรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม ต้องได้รับความยินยอมจากบิดา-มารดาของผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม หรือจากสถานสงเคราะห์เด็กตามกฎหมาย
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวด 4 มาตรา 1598/19 - 1598/22 (chrome-extension://efaidnbmnnnibpcajpcglclefindmkaj/https://division.bangkok.go.th/ard/wp-content/uploads/law/4.lawkua/1.1.pdf) "
22/01/2025
เริ่มเคาท์ดาวน์ ‘สมรสเท่าเทียม’ บังคับใช้ 23 มกราคมนี้ จดทะเบียนสมรสได้ ไม่ใช่แค่ชาย-หญิง!
กฎหมายไทยที่ระบุเรื่องการจดทะเบียนสมรสไว้ คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งแต่เดิมระบุว่าการจดทะเบียนสมรสทำได้แค่ ‘ชาย’ กับ ‘หญิง’ เท่านั้น จนเมื่อโลกพัฒนาไปมากขึ้นแต่ไม่แก้กฎหมายฉบับนี้ให้ทันสมัย คู่รักเพศอื่นๆ ก็ไม่สามารถที่จดทะเบียนสมรสกันได้ ทำได้เพียงจัดงานแต่งตามธรรมเนียมเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขประมวลกฎหมายดังกล่าวและประกาศลงราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 ก็ทำให้หลังพ้นกำหนด 120 วันไปแล้ว คำว่า ‘ชาย’ และ ‘หญิง’ จะเปลี่ยนเป็น ‘บุคคล’ แทน การสมรสกันระหว่างชาย-หญิง จึงเปลี่ยนเป็นระหว่างบุคคล-บุคคล
การแก้ไขประมวลกฎหมายครั้งนี้จึงถูกเรียกย่อๆ ว่า #สมรสเท่าเทียม นั่นเอง
ดังนั้นหลังวันที่ 22 มกราคม 2568 ใครก็ตามที่มีความพร้อมตามกฎหมาย ก็สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้โดยไม่ถูกกีดกันด้วยเพศแล้วนะ!
ที่มา: พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 มาตรา 13 (https://dl.parliament.go.th/handle/20.500.13072/622052)"
26/12/2024
ส่งท้ายปี 2567 ด้วยวันผู้โยกย้ายถิ่นฐานสากล (International Migrants Day) เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 เวลา 9.00-12.00 น. ภายใต้การทำงานของคณะทำงานว่าด้วยสุขภาพผู้โยกย้ายถิ่นฐาน (Migration Health Sub-Working Group: MHWG) ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เนื่องจากสุขภาพเป็นเรื่องของทุกคนโดยไม่เกี่ยงเชื้อชาติ และปัจจุบันแรงงานข้ามชาติจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ชาวตะวันออก หรือชาวตะวันตก ต่างเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจประเทศไทย การพยายามสร้างหลักประกันสุขภาพที่ถ้วนหน้าและเป็นธรรมจึงสำคัญมากขึ้นในทุกๆ ปี
หากทุกฝ่ายสามารถร่วมมือกันหาพื้นที่ตรงกลางทำให้พวกเขาได้รับการรักษา ไม่ป่วย ไม่เจ็บ ผ่านการสร้างหลักประกันที่เป็นธรรม ย่อมดีกับทุกคนในสังคมไทยมากขึ้นในฐานะการดูแลชีวิตมนุษย์ที่ใช้แรงงานเหมือนกัน วันผู้โยกย้ายถิ่นฐานสากลนี้จึงเป็นอีกหนึ่งวันที่ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง และก้าวสู่สิ่งที่ดีขึ้นในปี 2568 ต่อไป
#แรงงานข้ามชาติ #วันผู้โยกย้ายถิ่นฐานสากล
"
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10400