MoneyFIN

MoneyFIN

แชร์

14/06/2026

มูลค่าบริษัท SpaceX 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใหญ่แค่ไหนเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจไทย

SpaceX เสนอขาย IPO ที่ราคา $135 ก่อนจะเปิดตลาดกระโดดไปที่ $150 และปิดวันแรกอย่างสวยงามที่ราคา $160.95 ต่อหุ้น (บวกขึ้นมาเกือบ 19%)

ส่งผลให้มูลค่าบริษัท (Market Cap) ทะยานไปแตะระดับ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทุบสถิติการทำ IPO ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

มูลค่า 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใหญ่ขนาดไหน เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจไทย

ใหญ่กว่าเศรษฐกิจไทย 4.2 เท่า!

เมื่อเทียบกับหุ้นที่มี Market Cap ใหญ่ที่สุดของไทยอย่าง DELTA หุ้น SpaceX มีมูลค่าใหญ่กว่าหุ้น DELTA ถึง 17 เท่า

ถ้าเทียบกับตลาดหุ้นไทย มูลค่าตลาดรวมของหุ้นไทยทั้งตลาด (SET + mai) อยู่ประมาณ 14-16 ล้านล้านบาท หรือราว 4-5 แสนล้านดอลลาร์

ดังนั้น SpaceX เพียงบริษัทเดียว มีมูลค่าใกล้เคียงหรือมากกว่ามูลค่าหุ้นไทยทั้งตลาดรวมกัน

ผู้สื่อข่าวอาวุโสด้านการลงทุนของ CNBC รายงานสดจากโต๊ะเทรดของ Morgan Stanley ว่า มูลค่าระดับ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์นี้สะท้อนความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ ต่อโครงสร้างพื้นฐานระดับเมกะโปรเจกต์ ทั้งบริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ที่ทำเงินมหาศาล และศูนย์ข้อมูลในอวกาศ (Orbital Computing)

ยักษ์ใหญ่แห่งวอลล์สตรีทมองว่า SpaceX ได้กลายเป็นสินทรัพย์ประเภท "ต้องมีติดพอร์ต" (Must-have asset) สำหรับกองทุนระดับโลกไปแล้ว แม้จะมีเสียงเตือนจาก Morningstar เรื่องความผันผวนและราคาที่ค่อนข้างตึงตัวก็ตาม

พิธีกรหุ้นระดับตำนานจากรายการ Mad Money ออกมาแสดงความเห็นในรายการ Squawk on the Street โดยชื่นชมการตั้งราคาหุ้น IPO ในครั้งนี้ว่า "เป็นการหวดลูกเบสบอลเข้ากลางเป้าได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด" และเป็นการเปิดตัวที่แข็งแกร่ง (Orderly Debut) ไม่หวือหวาจนน่ากลัวแต่เติบโตอย่างมั่นคง

ที่มา : CNBC

#หุ้นอเมริกา #ข่าวการเงิน

03/06/2026

(J.P. Morgan Guide to the Markets1) “ตลาดหุ้นมีวัฏจักร แต่แนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นขาขึ้น” กราฟจาก J.P. Morgan Guide to the Markets ล่าสุดนี้ช่วยให้นักลงทุนเห็นว่าแม้จะมีวิกฤติหลายครั้ง (Dot‑com, Subprime, COVID‑19) แต่ดัชนี S&P 500 ยังสร้างผลตอบแทนต่อเนื่องในระยะยาว

ภาพนี้แสดงให้เห็น “จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดหุ้นสหรัฐฯ” (inflection points) ในรอบ 30 ปีของดัชนี S&P 500

เป็นหนึ่งในกราฟที่ใช้เพื่ออธิบายวัฏจักรตลาดและระดับมูลค่าที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา

กราฟนี้แสดง รอบขึ้น–ลงของตลาด (market cycles) ตั้งแต่ปี 1997 ถึง 2026 โดยเน้นจุดสูงสุดและต่ำสุดของแต่ละรอบ พร้อมตัวชี้วัดสำคัญ 4 ตัว:

Index Level – ระดับดัชนี S&P 500 ในแต่ละช่วง

Forward P/E Ratio – มูลค่าตลาดเทียบกับกำไรคาดการณ์ (บ่งบอกว่าตลาดแพงหรือถูก)

Dividend Yield – อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล

10‑Year Treasury Yield – อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี (ใช้เปรียบเทียบกับหุ้น)

สิ่งที่กราฟบอกเรา คือ ตลาดมีวัฏจักรชัดเจน:
จากปี 2000 → 2002 → 2007 → 2009 → 2020 → 2022 → 2026 จะเห็นว่าตลาดสลับระหว่างช่วง “ขยายตัว” และ “ปรับฐาน” อย่างต่อเนื่อง

ปี 2000 (ฟองสบู่ Dot‑com) P/E สูงถึง 25.2× ก่อนตลาดร่วง –49%

ปี 2009 (หลังวิกฤติ Subprime) P/E ลดเหลือ 10.4× – ตลาดเริ่มฟื้น

ปี 2026 P/E กลับมาที่ 21.2× สะท้อนความเชื่อมั่นสูงอีกครั้ง

ผลตอบแทนระยะยาวมหาศาล จากระดับ 741 จุดในปี 1997 → 7,580 จุดในปี 2026 เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า (+922%)

ที่มา : JPMorgan Guide to the Markets

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่อยู่


Bangkok
10220