Deepscope

Deepscope

แชร์

บลป. ดีพสโคป (ใบอนุญาตบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เลขที่ ด06-0155-39) - Deepscope.com เดิมทีถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานเองโดยผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นนักลงทุนรายย่อยในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เราต้องการให้เป็นระบบ investment platform ที่สมบูรณ์แบบในการค้นหาโอกาสในการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนที่มีคุณภาพ และช่วยเราซึ่งเป็นนักลงทุนรายย่อยบริหาร portfolio ให้มีประสิทธิ์ภาพสูงสุดด้วยการแสดงข้อมูลที่มีประโยชน์ที่สุดในการตัดสินใจ และเตือนเราทันทีในยามที่พื้นฐานของหุ้นหรือกองทุนที่เราลงทุนมีการเปลี่ยนแปลง

28/05/2026

32 ตัวกรอง คัดหุ้นจากเป็นพันใน 1 นาที ทำไมคนยังเลือกหุ้นด้วยตาเปล่าอยู่อีก
คุณยังเลือกหุ้นด้วยตาเปล่าอยู่อีกเหรอ
ในยุคที่ AI กรองข้อมูลให้คุณได้ใน 60 วินาที
คนที่นั่งไล่ดู Yahoo Finance ทีละตัว คือคนที่เสียเวลาที่สุดในตลาด
นี่คือเหตุผลที่ผมใช้ฟีเจอร์ Filter บน Dashboard ของ Deepscope ทุกวัน
มันคือเครื่องมือกรองหุ้นที่ใช้ตัวกรองทางการเงินได้หลายสิบตัวพร้อมกัน
ตามที่ระบบโชว์ ใช้ได้ถึง 32 metric ครอบคลุมทั้งฝั่งพื้นฐานและฝั่งเทคนิค
ก่อนที่ผมจะมาใช้ Filter ผมเคยมีปัญหาแบบนี้
อ่านงบ 10 ตัวต่อสัปดาห์ ใช้เวลา 20 ชั่วโมง
จดมาเอง ทำสเปรดชีตเอง คำนวณ PE PB ROE ROIC ทุกตัว
พอเสร็จ ราคาก็เปลี่ยนไปแล้ว ข้อมูลล่าสุดที่จดก็ล้าสมัย
สรุปคือใช้เวลาเยอะ แต่ได้ผลน้อย
Filter ของ Deepscope เปลี่ยนทั้งหมดนี้
เปิด Dashboard
เข้าไปที่ฟีเจอร์ Filter
เลือก metric ที่อยากใช้กรอง
ตั้งช่วงค่า เช่น PE ระหว่าง 5-15
ROE มากกว่า 15%
Debt-to-Equity น้อยกว่า 1
Revenue Growth 5 ปีย้อนหลังมากกว่า 10% ต่อปี
Earnings Growth ติดบวกทุกไตรมาส 4 ไตรมาสล่าสุด
เพิ่ม metric ได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะได้รายชื่อตามที่เราต้องการ
ระบบจะแสดงรายชื่อหุ้นที่ผ่านเงื่อนไขทั้งหมดในวินาทีเดียว
สำหรับตลาดไทย 700+ ตัว
สำหรับตลาดอเมริกา ทุกตัวใน NYSE NASDAQ
วิธีตั้ง Filter ที่ผมแนะนำสำหรับมือใหม่
อย่าตั้งเงื่อนไขแน่นเกินไปตั้งแต่แรก
ลองตั้งหลวม ๆ ก่อน เช่น ROE > 12% และ Debt < 1
ถ้าได้รายชื่อ 100 ตัว ก็ค่อยเพิ่มเงื่อนไขจนเหลือ 10-20 ตัวที่เข้าใจง่าย
ถ้าตั้งแน่นตั้งแต่แรก ระบบอาจกรองเหลือ 0 ตัว แล้วคุณจะคิดว่ามันใช้ไม่ได้
ดู Filter ตัวจริงได้ที่ https://deepscope.com/th/ บน Dashboard ส่วน Filter ลองเล่นกับ metric ต่าง ๆ ดูว่ามันเปลี่ยน list อย่างไร
ผมจะแชร์ "preset" ที่ผมใช้ประจำ
Preset 1 Quality Growth
ROE > 15%
ROIC > 12%
Revenue Growth 5Y > 10%
EPS Growth 5Y > 10%
Debt-to-Equity < 0.5
Preset 2 Value with Quality
PE < 15
PB < 2
ROE > 12%
Free Cash Flow บวก 5 ปีต่อเนื่อง
Debt-to-Equity < 1
Preset 3 Momentum + Fundamentals
Stock Price > 200-day moving average
ROE > 10%
Revenue Growth ไตรมาสล่าสุด > 10% YoY
Positive EPS Surprise ในไตรมาสล่าสุด
แต่ละ preset ตอบคำถามต่างกัน
ไม่มี preset ไหนที่ใช้ได้ทุกตลาด
ดังนั้นผมแนะนำให้ลอง backtest มัน (ดูใน Backtest บน Dashboard) ก่อนใช้กับเงินจริง
พฤษภาคม 2026 ในตลาดที่ rotation เร็ว
preset ที่เคย work ปีที่แล้วอาจไม่ work ปีนี้
หุ้น growth ที่ multiple แพง โดน de-rate
หุ้น value ที่เคยน่าเบื่อ กลับมามี momentum
ใครปรับ Filter ทันเกม คนนั้นได้เปรียบ
ในไทยเองปีนี้
หุ้นปันผลสูง + Quality สูง กลับมาน่าสนใจ
เพราะดอกเบี้ยจ่อขาลงรอบใหม่
preset แบบ "Dividend Yield > 4% + Payout Ratio < 70% + ROE > 10%" คัดได้หุ้นที่น่าเก็บยาว
ข้อระวังของการใช้ Filter
หนึ่ง อย่าเลือกหุ้นเพราะมัน "ผ่าน Filter" อย่างเดียว
ตัวเลขเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุด
ต้องอ่านบริษัทต่อ
ต้องดูธุรกิจว่ายั่งยืนไหม
ต้องดูผู้บริหารว่าน่าเชื่อถือไหม
สอง ระวัง "garbage in garbage out"
ตัวเลขในงบบางครั้งบิดเบือนได้
หุ้นที่กำไรกระโดดเพราะรายได้พิเศษ
หุ้นที่ ROE สูงเพราะกู้เงินมาเร่ง
Filter ไม่รู้ ต้องเอาตามาดูเอง
สาม Filter เปลี่ยนตามตลาด
ตอนตลาด bull preset growth ใช้ดี
ตอนตลาด bear preset value + dividend ใช้ดี
ตอนตลาด sideways preset momentum + quality ใช้ดี
ทักษะที่ Filter สอนคุณ
มันบังคับให้คุณคิดเป็น "system"
แทนที่จะเลือกหุ้นเพราะ "รู้สึก" คุณเลือกเพราะ "เกณฑ์"
เกณฑ์เปลี่ยนได้ ปรับได้ ทดสอบได้
ความรู้สึกเปลี่ยนทุกครั้งที่ตลาดกระตุก
นี่คือสิ่งที่แยก "นักลงทุนมือสมัครเล่น" ออกจาก "นักลงทุนมืออาชีพ"
ไม่ใช่ปริมาณข้อมูล
ไม่ใช่ความเร็ว
แต่คือการมี "framework" ที่ใช้ซ้ำได้ ปรับได้ ตรวจสอบได้
อีกประโยชน์ที่คนชอบมองข้าม
Filter ช่วยให้คุณ "เจอหุ้นใหม่" ที่ไม่เคยรู้จัก
หุ้นที่ไม่ใช่ blue chip ที่ทุกคนพูดถึง
หุ้นกลางและเล็กที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งแต่ไม่ติดเรดาร์
นี่คือที่ผมหา "hidden gems" ในตลาดมาตลอด
ในตลาดไทย หุ้น mid/small cap ที่ Filter ผ่าน Quality + Value มักไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ analyst ทั่วไปคุย
ไม่มี report
ไม่มีบทวิเคราะห์
แต่งบดี ราคาน่าสนใจ
หุ้นแบบนี้ ถ้าตลาดกลับมาเหลียวมอง เด้งแรงสุดในกลุ่ม
สรุปสั้น ๆ
Filter ของ Deepscope ไม่ใช่แค่ "เครื่องมือคัดกรอง"
มันคือ "วิธีคิด" ที่ทำให้คุณเลิกเลือกหุ้นด้วยอารมณ์
ใช้มันเป็นด่านแรกของกระบวนการคัดเลือก
แล้วเอาเวลาที่เหลือไปใช้กับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ ที่ AI ทำแทนไม่ได้
ใครยังอ่านงบทีละตัว นั่งคำนวณ ratio เอง ขอบอกว่ามันคือยุค 2010
ตอนนี้คือ 2026 ใช้เครื่องมือให้เป็น แล้วเอาเวลาไปคิดให้ลึก
อีกเทคนิคที่ผมใช้กับ Filter ที่อยากแชร์
สลับ "ฝั่ง" ของเกณฑ์ในการกรอง
ปกติเราตั้ง ROE > 15
ลองตั้ง ROE < 5 ดูบ้าง
แล้วเช็คว่าหุ้นเน่าในตลาดมีตัวไหนอยู่
ทำไม
เพราะคุณจะได้รู้ว่า "อย่ายุ่งกับใคร"
ผมเรียกวิธีนี้ว่า "blacklist filtering"
แทนที่จะหาแต่ของดี ลองสำรวจของแย่ก่อน
จะได้ไม่หลงเข้าไปซื้อตอนเซียนเอามาเชียร์
อีกตัวอย่างของ Filter ที่ผมใช้ในปี 2026
"หุ้นที่ Insider Buying เพิ่ม + ROE > 12 + Debt < 1"
ทำไม
เพราะคนในบริษัทรู้ดีกว่าตลาด
ถ้าผู้บริหารซื้อหุ้นตัวเองเพิ่มในช่วงที่ราคาไม่ได้พุ่ง แปลว่าเขาเห็นอะไรในอนาคต
รวมกับ ROE สูงและหนี้น้อย เป็น filter ที่ผมเก็บไว้เป็น preset ส่วนตัว
Filter ทำงานเหมือนเลนส์ขยาย
มันไม่ทำให้คุณเห็นสิ่งที่ไม่มี
แต่มันทำให้คุณเห็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว ชัดเจนขึ้น
ปิดท้ายด้วยข้อสังเกตจากตลาดปี 2026
ปีนี้หุ้น mid cap ในไทยหลายตัวที่ Filter ของผมจับได้ ปรากฏว่าเป็นหุ้นที่ผู้บริหารถือเพิ่มเงียบ ๆ
ไม่มีข่าว ไม่มีบทวิเคราะห์ใหม่
แต่ตัวเลขในงบดี
หุ้นแบบนี้อาจไม่ขึ้นทันที
แต่ถือ 6-12 เดือนผลตอบแทนชนะค่าเฉลี่ยตลาดได้ไม่ยาก
ใครเอา Filter ไปใช้แค่ "เลือกหุ้นดัง" จะพลาดของจริง
ใครเอาไปใช้ "ค้นหุ้นเงียบ" จะเจอเหมืองทอง

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท เงินทุน ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


K. C. C. Building, Silom Soi 9, Bangrak
Bangkok
10500

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00