BKK INTER LAW
16/06/2021
ผ่อนรถไม่ไหว ทำไงดี???
สถานการณ์ขณะนี้เชื่อว่า หลายๆคนคงเจอพิษโควิดเล่นงานไม่มากก็น้อย จึงมีคนโทรมาปรึกษาหลายรายว่า ผ่อนรถไม่ไหว มีทางออกอะไรบ้างอ่ะคุณทนายยยย
จึงอยากมาเล่าให้ทุกๆคนฟังไปด้วย เผื่อสาวจะพาไปเลี้ยงข้าวจิบเบียร์ 😘 หยอกๆ เพ้อจบล่ะ กลับมาๆ ที่ประเด็น 555
แน่นอนครับทางเลือกที่ดีที่สุดกรณีนี้คือ
1. ขายรถและเปลี่ยนคู่สัญญากับไฟแนนซ์ ซึ่งทางเลือกนี้จะทำให้เราได้เงินที่ผ่อนไปแล้วกลับมาให้เราได้ใช้บ้าง แต่เน้นย้ำนะครับ กรณีต้องทำการเปลี่ยนคู่สัญญากับทางไฟแนนซ์เท่านั้น!!!!! ห้ามขายไปโดยไม่เปลี่ยนคู่สัญญาโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากต้องรับผิดเสียเงินแล้ว ยังอาจมีโทษทางอาญาอีกด้วย
แต่ถ้าพยายามเท่าไหร่แล้วก็ขายไม่ได้สักทีล่ะ ควรทำไงต่อ ทีนี้ต้องไปออฟชั่น 2 ครับ
2. บอกเลิกสัญญาและคืนรถให้กับไฟแนนซ์ ซึ่งหลายคนคิดว่า ถ้าทำอย่างนี้เราจะขาดทุนและถูกฟ้องเรียกส่วนต่างอีกมากมาย บอกเลยว่า ผิด!!! ตามกฎหมายแล้ว ผู้เช่าซื้อสามารถที่จะบอกเลิกสัญญาและคืนรถให้กับไฟแนนซ์ได้ครับ แต่!!! ย้ำนะครับ แต่ต้องไม่ค้างค่างวดรถและค่าอื่นใดกับทางไฟแนนซ์ เราถึงจะไม่เป็นฝ่ายผิดสัญญานะครับ ไม่ใช่ ค้างค่างวดเค้าแล้ว เอารถไปคืน ก็บอกว่าจบๆ กันไป หึหึ ไม่มีใครยอมแน่ครับ กรณีนี้อาจจะไม่ได้เงินที่ผ่อนมาแล้วคืน แต่ก็ป้องกันไม่ให้เราต้องเสียส่วนต่างที่จะถูกฟ้องตามมาได้ครับ อย่างไรก็ตาม การทำวิธีนี้ต้องมีผู้รู้กฎหมายเข้าไปช่วยแนะนำนะครับ เพราะมันมีกระบวนการทางกฎหมายอยู่พอสมควร
เอาไปเบาๆ 2 ทางเลือกพอครับ อ่านมากปวดหัว 555 แต่ขอเตือนด้วยความหวังดีนะครับ อย่าปล่อยให้ค้างค่างวดจนถูกไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญา และมาตามยึดรถคืนนะครับ เพราะนอกจากเงินหาย รถหาย ท่านยังจะถูกเชิญขึ้นศาลในฐานะจำเลย และต้องเป็นหนี้เป็นสินเพิ่มขึ้นอีกด้วยนะครับ
จึงมีคำกล่าวไว้ว่า ในสถานการณ์ที่เลวร้าย บางครั้งเราอาจต้องเลือกตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตของเราไว้
ขอให้ทุกคนเข้มแข็งและก้าวผ่านช่วงลำบากของชีวิตไปให้ได้นะครับทุกคน คิดซะว่า นี่แหล่ะที่เรียกว่า ชีวิตมนุษย์ 🤟
ป.ล. ไม่ได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับข้อกฎหมายเยอะนะครับ ขี้เกียจพิมพ์!!! 🤣⚖️🤪
BKK INTER LAW
ท่านๆที่ชอบดื่ม ระวังกันนิส ตรวจสอบกันหน่อยนะครับ เพราะมันเหมือนของจริงซะเหลือเกิน
การเล่น Facebook เสี่ยงต่อคุกหากคุณได้ Comment , Like , Share ในเรื่องที่ผิดกฎหมาย
การสื่อสารของคนในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ในสังคม ซึ่งอาจจะถือได้ว่าเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตเป็นองค์ประกอบที่สำคัญหนึ่งในการดำรงชีวิตของคนในยุคปัจจุบันเลยก็ว่าได้ เทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตถือว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ฉะนั้น หากใช้ไปในทางที่ดีและถูกต้องก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ใช้อย่างมหาศาล แต่ในการกลับกันหากใช้ไปในทางที่ไม่เหมาะไม่ควรและไม่ถูกต้องก็อาจจะกลายเป็นโทษให้แก่ผู้ใช้ได้อย่างมหันต์เช่นกัน ดังนั้น การใช้สื่อโซเชียลอย่าง Facebook จึงต้องใช้อย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้เสี่ยงต่อการเข้าคุก
ทั้งนี้ หากปรากฏว่ามีผู้ใช้บริการ Facebook ได้ทำการโพสต์ข้อความหรือภาพที่ผิดกฎหมาย เช่น ข้อความที่เป็นหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นผู้อื่น ,ข้อความที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง ,ข้อความที่ทำให้ประชาชนหรือสังคมเกิดความเสียหายตื่นตระหนกตกใจกลัว หรือภาพลามกอนาจาร รวมทั้งนำงานหรือภาพถ่ายที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นมาโพสต์โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น และหากปรากฏว่าผู้ใช้บริการ Facebook รายอื่นรวมถึงตัวท่านได้ทำการ Comment , Like , Share โพสต์ข้อความหรือภาพที่ผิดกฎหมายดังกล่าวแล้ว บุคคลเหล่านั้นอาจเข้าข่ายเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยหากได้ Comment ไปในทางที่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย หรือ Share ข้อความที่เป็นการหมิ่นประมาทผู้อื่น ก็จะถือว่าผู้ที่ทำการ Comment หรือ Share เป็นผู้ร่วมกระทำความผิดฐานหมื่นประมาทด้วยซึ่งเป็นความผิดและมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ประกอบมาตรา 328 ซึ่งถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาซึ่งมีโทษสูงขึ้น และหากข้อความหรือภาพที่ได้ Like หรือ Share นั้น เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นแล้ว การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดฐานละเมิดงานอันมีลิขสิทธิ์อีกด้วย ทั้งนี้ ตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ส่วนการกด Like ข้อความหรือภาพที่ผิดกฎหมายนั้นอาจเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดของผู้อื่น ซึ่งผู้ที่กด Like ต้องรับโทษ 2 ใน 3 ส่วนของโทษของความผิดมูลฐาน (ความผิดฐานหลัก) ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 ฉะนั้น เพื่อให้การใช้ Facebook เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ตัวท่านเอง ไม่ว่าจะใช้เพื่อความบันเทิงหรือเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจ ท่านผู้ใช้ Facebook ควรหลีกเลี่ยงการ Comment , Like , Share ข้อความหรือภาพของบุคคลอื่นที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องก้าวท้าวเข้าไปอยู่ในคุก และเพื่อให้การใช้ Facebook เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ตัวท่านเอง
#ด้วยความหวังดีจากทางสำนักงานฯ
07/07/2017
คดีนี้ ทางสำนักงานฯ ไม่ได้เป็นทนายในศาลชั้นต้น ยอมรับว่าเหนื่อยและหนักมาก เพราะทนายเดิมไม่ได้ถามค้านไว้เป็นประโยชน์เท่าที่ควรแทบไม่ได้ถามค้านไว้เลยก็ว่าได้ ทำให้เราต้องศึกษาคดีใหม่ทั้งคดี แต่การทำงานหนักผลที่ออกมามันคุ้มค่ามากๆทั้งในผลของคดีและในทางวิชาการ ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยในข้อหาพยายามฆ่า 15 ปี #เรารับงานอุทธรณ์มาทำจนศาลยกฟ้องพนักงานอัยการโจทก์ได้
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
279/73 วิภาวดีรังสิต , สนามบิน , ดอนเมือง
Bangkok
10210