Realframe

Realframe

แชร์

Photos from Realframe's post 19/01/2026

"Area 304"
ปลายปี 2568 ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศยุบสภา ผมมีโอกาสได้ลงพื้นที่ สวนอุตสาหกรรม 304 จังหวัดฉะเชิงเทรา เหตุสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ตอนนั้นมีความพยายามผลักดันให้เกิดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ขึ้นในพื้นที่ภายใต้กระบวนการที่รวบรัดผิดวิสัย ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากผู้เห็นต่างซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบของพื้นที่ ซึ่งในอนาคตจะเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงหากการโครงการได้รับการอนุมัติ
📌‘ปริมาณไฟฟ้าสำรองที่ล้นเกิน'
ข้ออ้างหนึ่งที่รัฐใช้ในการอธิบายกรณีการสร้างโรงไฟฟ้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือความจำเป็นในการมีพลังงานสำรองเพื่อใช้ในสภาวะฉุกเฉิน โดยหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลในเชิงตัวเลขปริมาณไฟฟ้าสำรองที่ยังคงเป็นข้อถกเถียงว่าเพียงพอต่อความต้องการใช้งานหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปปริมาณไฟฟ้าสำรองที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลอยู่ที่ 15 ถึง 25% ขณะที่ข้อมูลกำลังไฟฟ้าสำรองของภาคประชาสังคมที่คำนวณจากปริมาณสัญญาผลิตไฟฟ้าทั้งหมดเทียบกับยอดของปริมาณการใช้ไฟสูงสุดของประเทศไทยอาจสูงถึง 35 ถึง 40% ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง การสร้างโรงไฟฟ้าช่วงเวลาปัจจุบันอาจไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามเมื่อกระบวนการต่างๆเดินทางมาถึงปัจจุบัน ที่ได้รับใบอนุญาตจากภาครัฐแล้ว คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้พิจารณาอนุมัติและออก ใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า ให้กับบริษัทเอกชนเป็นที่เรียบร้อยแล้วในช่วงเดือน ตุลาคม 2568 โดยมีกำหนดการจะเริ่ม จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบตามสัญญาในปี 2570 และใบอนุญาตมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 25 ปี ซึ่งทำให้สามารถเดินหน้าผลิตไฟฟ้าได้จนถึงปี 2593 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นเป็นไปได้มากว่าเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดอาจพัฒนาไปข้างหน้าจนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอย่างบูรพาพาวเวอร์กลายเป็นของเก่าที่ไม่จำเป็นอีกต่อไปหรือลดบทบาทลงไปจนไม่ใช่แหล่งพลังงานหลัก ดังนั้นตัวเลข 25 ปีอาจยาวนานเกินไปสำหรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน
📌'ปริมาณน้ำไม่เพียงพอสำหรับบริโภคภายใน'
หนึ่งในแกนนำคนสำคัญในการลุกขึ้นคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์คือ กัญจน์ ทัตติยกุล ในฐานะเครือข่ายฉะเชิงเทรารีพาวเวอร์ที่ทำงานในประเด็น นอกจากเหตุผลด้านพลังงานไฟฟ้าที่เกินความต้องการใช้งานในปัจจุบันอีกหนึ่งเหตุผลที่สำคัญที่พี่กัญจน์เล่าให้ฟังคือปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ ที่มีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นจากเดิมทั้งปัญหาการปนเปื้อนสารพิษในแหล่งน้ำขนาดเล็ก ไปสู่การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในพื้นที่ ในปี 2562 ซึ่งน้ำส่วนใหญ่ที่ใช้ในพื้นที่มาจากคลองท่าลาด และอ่างเก็บน้ำคลองระบมเป็นแหล่งน้ำหลัก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำเดียวกันกับที่ใช้ในสวนอุตสาหกรรม 304 ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยบริเวณรอบพื้นที่ต้องเสียเงินซื้อน้ำบริโภค

สอดคล้องกับคำบอกเล่าของ พระปลัดอาทร ปญฺญาปทีโป เจ้าอาวาสวัดท่าไม้แดง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา พระสงฆ์ที่ยืนหยัดคัดค้านก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ที่เล่าถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำมาอย่างยาวนานในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังปี 62 ที่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องซื้อน้ำในการบริโภคกันเอง “มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นราว 2,000 บาท ต่อครัวเรือน ถือเป็นเงินจำนวนมากเมื่อเทียบกับรายได้ของชาวบ้านที่พวกเขาต้องดูแลตัวเอง”
📌'แนวสายส่งและการรอนสิทธิ'
ในเชิงพื้นที่หากมองผ่านสายตาคนนอกการสร้างโรงไฟฟ้าหนึ่งแห่งคงไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากตัวโรงงานผลิตไฟฟ้า แต่ในความเป็นจริงส่วนที่กระทบต่อชุมชนดังเดิมที่รายรอบคือการวางแนวก่อสร้างแนวเสาไฟฟ้าแรงสูงและสายส่งที่ทอดยาวหลายกิโลเมตรผ่านที่ดินของชาวบ้าน ซึ่งทำให้เกิดข้อจำกัดต่างๆทางด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือที่เรียกกันในภาษากฎหมายว่าการรอนสิทธิ เช่น การห้ามปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน ห้ามปลูกไม้ยืนต้นที่มีความสูงเกินกว่า 3 เมตร ห้ามเปลี่ยนแปลงสภาพผิวดินที่อาจส่งผลต่อโครงสร้างเสาไฟฟ้าเป็นต้น ข้อกำหนดดังกล่าวตัวแปรสำคัญที่ทำให้มูลค่าของที่ดินลดลงไปโดยปริยาย
หนึ่งใน 62 แปลงที่ดินของผู้ได้รับผลกระทบจากสายส่งไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านพื้นที่คือ วิสาขา ศรีเกษม ชาวบ้านที่ทำอาชีพเกษตรกรรมในพื้นที่ “ที่ดินส่วนใหญ่ทำสวนปาล์มและปลูกไม้ยืนต้นไว้ใช้งานบ้าง แต่พอประกาศว่าเป็นพื้นที่รอนสิทธิที่มันห้ามปลูกพืชสูงกว่า 3 เมตร และพาดเป็นแนวยาวผ่านที่ป้าเป็นสิบไร่มันแทบทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะแนวเสาไฟแต่ละต้นกินพื้นที่ 60 เมตร ตกข้างละ 30 เมตร บางจุดที่มันผ่านแทบจะเป็นทั้งหมดของไร่เรา” เธอเล่าด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
เช่นเดียวกับ จำเรียง อุบลโชค เกษตรกรเจ้าของสวนปาล์มที่ที่ได้รับผลกระทบคล้ายกัน “อยากเก็บไว้เป็นที่มรดกคนได้ไปก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ขายต่อก็ไม่ได้ราคา รายได้จากที่เคยตัดปาล์มขายทุกปีก็ไม่รู้จะหาตรงไหนมาแทน จะว่าขัดขวางความเจริญก็ยอม แต่เอาจริงๆเราจะไปขวางอะไรเขาได้” สิ้นเสียงพูดคือเสียงถอนหายใจแผ่วๆของป้าจำเรียง
📌'ปกคลุมด้วยความอึมครึม'
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากพูดถึงในฐานะคนทำงานภาพคือบรรยากาศในพื้นที่ที่ผสมกันระหว่างความเงียบความอึมครึมและความหม่นหมองที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์และบริเวณพื้นที่รอบสวนอุตสาหกรรม 304 เท่าที่ผมสัมผัสได้ ความรู้สึกที่พอจะสรุปได้คือไม่เลวร้ายถึงขึ้นรู้สึกไม่ปลอดภัยแต่ไม่ก็ไม่ใช่ความสดชื่นสดใสเหมือนที่ได้รับทั่วไปเมื่อเดินทางไปต่างจังหวัด สีเขียวจากไร่มันสำปะหลังและสวนยูคาลิปตัสกว้างไกลสุดสายตาทำงานกับเราอีกแบบ เช่นเดียวกับที่สายตาของคนแปลกหน้ามองกันอย่างระแวดระวัง ความเคลือบแคลงสงสัยพบได้ทั่วไปในพื้นที่ ความรู้สึกแบบเดียวกันนี้มักเกิดขึ้นในพื้นที่ที่โครงการพัฒนาที่สวนทางกับความต้องการของประชาชน

#โรงไฟ้า

Photos from Realframe's post 23/11/2025

วันสุดท้ายแล้ว สำหรับ Realframe และ เขียนแสง : KheanSang Coffee & Studio ยังมาเจอพวกเราได้ถึง 1 ทุ่มวันนี้ครับ

งาน printPRINT ED.2
สถานที่ GalileOasis


#เขียนแสงสตูดิโอ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok