Contour Group

Contour Group

แชร์

30/03/2021

Value Proposition Canvas (VPC) เป็นเครื่องมือแนว design thinking ที่จะช่วยให้เรา “ออกแบบ” หรือ “ปรับปรุง” Products / Services ของธุรกิจเรา ให้โดนใจและสร้างคุณค่าแก่ลูกค้าได้จริง ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ Business ของเราก็จะ Growth ตามไปด้วยนั่นเอง วิธีใช้งาน Value Proposition Canvas จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
Customer Segment เป็นการระบุความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย จะประกอบไปด้วย 3 ช่องเรียงลำดับการทำตามนี้
1. Customer Jobs - ให้ระบุสิ่งที่ลูกค้าต้องการหรืออยากได้ ทั้งในแง่ของฟีเจอร์ ฟังก์ชัน หรือแม้กระทั่งอารมณ์ความรู้สึก หรือประสบการณ์ในการใช้งานที่ลูกค้าอยากได้ ใส่มาในช่องนี้ให้หมด ซึ่งสิ่งที่เป็น customer jobs นั้นจะรวมไปถึง emotional job หรือความรู้สึกทางอารมณ์ของลูกค้าด้วย อาทิเช่น ลูกค้ามีความต้องการหรือรู้สึกว่าตนเองนั้น รู้สึกปลอดภัย หรือ อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว ดังนั้นในการทำ workshop เพื่อออกแบบ value propositions นั้น จะต้องพยายามระดมสมองและลิสต์สิ่งที่เป็น customer jobs ออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใดก็ตาม
2. Gains - ระบุสิ่งที่จะ add on / top up ความต้องการของลูกค้าใน Customer Jobs ที่จะยิ่งเติมเต็มความชอบ ความพอใจ ความอยากใช้ product หรือบริการของเรามากยิ่งขึ้น และมีสิ่งที่ลูกค้าได้รับหรือเป็นประโยชน์อย่างไรบ้าง
3. Pains - ระบุสิ่งที่เป็น pain point สิ่งที่ลูกค้าไม่อยากได้ ไม่ชอบ หรืออะไรที่จะสร้างประสบการณ์ใช้งานแย่ๆ แก่ลูกค้า หรือความท้าทายและความยากลำบากอย่างไรบ้างให้ใส่มาไว้ในช่องนี้
Value Proposition คือ คุณค่าของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เราจะให้ลูกค้า ซึ่งส่วนนี้จะอ้างอิง mapping กับ Customer Segment ที่ได้ทำไปแล้วเสมอ ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน เรียงลำดับการทำดังนี้
1. Products & Services - ให้ระบุ Value ของ Products/Services ที่เป็นจุดเด่นจุดแข็ง สามารถตอบโจทย์ Customer Jobs แต่ละรายการได้
2. Gain Creators - ระบุคุณสมบัติของ Products/Services ที่จะทำให้ลูกค้าชอบ ประทับใจ อยากใช้งานของเรามากกว่าของคู่แข่ง โดยคิดให้ตอบโจทย์กับ Gains ที่ลูกค้าต้องการจริงๆ
3. Pain Relievers - ระบุคุณสมบัติ Products/Services ของเราที่จะไปแก้ไข pain point ของลูกค้า
Value Proposition ที่ดีนั้นจะต้องมาจากความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับตัวของลูกค้าหรือคนที่เราจะนำเสนอคุณค่าของธุรกิจหรือองค์กรเรา และจะต้องเข้าใจว่าจริงๆแล้ว ตัวสินค้าหรือบริการนั้นจะไม่ได้อยู่คู่กับธุรกิจหรือองค์กรไปตลอด แต่จะต้องทำให้ธุรกิจนั้นอยู่ต่อไปได้ และในความเป็นจริงแล้ว Value Proposition นั้นก็สามารถใช้ได้กับธุรกิจที่เป็นทั้ง B2C และ B2B เพราะหลักการและหัวใจของ Value Proposition คือตอบคำถามให้ได้ว่า คุณค่าที่เราสร้างขึ้นในธุรกิจ หรือการทำงานขององค์กรเรานั้นคืออะไรในมุมมองของลูกค้า สำคัญคือเราจะต้องเข้าใจลูกค้าให้มากที่สุด หรือใช้คำว่า ลองทำตัวเป็นลูกค้า คิดแบบลูกค้าดู (Put yourself in the customer’s shoes)
สิ่งที่เราคิดและนำเสนอต่อลูกค้านั้นไม่จำเป็นเสมอไปที่จะอยู่ในใจของลูกค้า หากเราไม่เข้าใจลูกค้าดีมากพอ จะยิ่งเกิดผลลัพท์ด้านลบถ้าเราพยายามจะยัดเยียด value ที่เราคิดขึ้นจากมุมมองของเราให้กับลูกค้า แต่กลับเป็นสิ่งที่ลูกค้าไม่ได้ต้องการ ซึ่งขั้นตอนนี้ก็คือการพิจารณาว่า ส่วนของ Customer jobs Pains และ Gains นั้นเข้ากันได้หรือไม่กับ value proposition ของสินค้าและบริการของธุรกิจเรา ซึ่งการเข้าใจ Value proposition ที่มีต่อลูกค้าอย่างแท้จริงจะทำให้สามารถนำไปปรับกลยุทธ์หรือรูปแบบทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง

12/02/2021

Today we're talking about "Team Diversity"

องค์กรยุคใหม่ที่ต้องปรับตัวรับกับความเปลี่ยนแปลงทางการดำเนินธุรกิจในหลายๆด้าน ทั้งรูปแบบการทำงาน วัฒนธรรมในองค์กร รวมไปถึงการสร้างทีม การทำงานในปัจจุบันนั้น แตกต่างจากสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง การสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพจึงส่วนสำคัญที่ทำให้องค์กรนั้นสามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้ไกลกว่าบริษัทคู่แข่ง
วันนี้เราจะพูดถึงเรื่อง Team Diversity หรือที่อธิบายได้ว่า การรวมทีมจากคนที่มาจากหลายๆแบ็คกราวด์ เป็นการรวมกันของกลุ่มคนที่อาจจะมีพื้นฐานการศึกษา ความถนัด ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน โดยทุกคนสามารถทำงานร่วมกันอย่างเท่าเทียม มีบทบาท มีส่วนร่วมในการคิด แสดงออก ตัดสินใจ (Power diversity) แลกเปลี่ยนแสดงความเห็น (Opinion diversity) โดยใช้ความสามารถของแต่ละคนออกมาใช้ส่งเสริมกัน (Expertise diversity) ที่ Contour เราเรียกวิธีทำงานแบบนี้ว่า Co-creation สิ่งสำคัญคือองค์กรต้องส่งเสริมพนักงาน เข้าใจความสามารถของแต่ละคนและดึงความสามารถให้เหมาะสมกับเนื้อหาของงานของบุคคลนั้นๆ
ความหลากหลายในที่ทำงานนี้หลายคนยังพูดรวมไปถึงความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา วัฒนธรรม ฯลฯ ซึ่งต่างคนล้วนมีมุมมอง ความรู้ ความสามารถ รวมถึงแนวทางการแก้ปัญหาต่างๆกันออกไป การนำเอาแนวคิดหรือมุมมองที่หลากหลายมาแลกเปลี่ยนกันในที่ทำงานอาจทำให้องค์กรได้เกิดองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่อาจพัฒนาเป็นนวัตกรรมใหม่ๆได้ ตัวอย่างจากบริษัทสมัยใหม่อย่าง Microsoft หรือ Amazon มองว่าการสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพนั้น นอกจากความก้าวหน้าของบริษัทแล้ว ยังมองว่าทีมที่เก่ง สามารถดึงดูดคนที่มีความสามารถให้อยากเข้ามาทำงานกับเรา การส่งเสริม Team Diversity อาจแปลได้ถึงการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียม เป็นการสร้างทัศนคติที่ดีให้พนักงานได้ปฏบัติตาม รวมถึงภายนอกที่มองเข้ามาเห็นถึงวัฒนธรรมและภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรอีกด้วย

09/02/2021

CONTOUR
FOUNDED IN "1987"

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง วาณิชย์ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


865 Pattanakarn Road, Suanluang
Bangkok
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00