ความเป็นมา
ปลายปีพุทธศักราช 2551 รัฐพล ทองคง แอร์เพอร์เซอร์หนุ่มวัยสี่สิบปลาย ๆ จากบมจ.การบินไทย ยามนั้นหลงใหลในกีฬาจักรยาน มักลาดตระเวนด้วยการถีบจักรยาน สอดส่องป้องกันภัยงัดแงะจากมิจฉาชีพในละแวกบ้านอยู่อาศัยของตนเองเสมอ บังเอิญขี่จักรยานผ่านตลาดนัดจตุจักร เจอเหตุชาวต่างชาติ เป็นคุณแม่พร้อมลูกน้อยในรถเข็น ถูกมิจฉาชีพฉกฉวยทรัพย์สินไปหมดสิ้น ไม่เหลือแม้กระทั่งค่ารถกลับโรงแรม ซ้ำยังมีอุปสรรคการสื่อส
ารภาษาเพื่อแจ้งความ เธอได้แต่ยืนเกาะรถเข็นเด็ก อุ้มลูกน้อยยืนร้องไห้..คุณรัฐพล หรือพี่หน่อยในวันนั้น ได้เข้าไปดูแลจัดการคลี่คลายเหตุการณ์ จบได้ด้วยการสละทรัพย์ส่วนตัว เป็นค่ารถกลับโรงแรม..สองร้อยบาท...คือจำนวนที่พี่หน่อยเล่าให้ฟัง จึงเป็นอัตราธรรมเนียมปฏิบัติจนทุกวันนี้ หากมีกรณีแบบนี้อีก แต่บางครั้งย่อมแล้วแต่การพิจารณาว่าเหมาะสม
โอบกอดแห่งความขอบคุณก่อนลาจาก ตรึงความรู้สึกพี่หน่อย ให้เพียรสานรูปร่างการแก้ปัญหาเยียวยานักท่องเที่ยวที่ตกเป็นเหยื่อจากมิจฉาชีพในตลาดนัดจตุจักร กลายมาเป็น “หน่วยสนับสนุนตำรวจนครบาลบางซื่อ” “TG Police Suppot Unit” โดยอาสาสมัครจากลูกเรือการบินไทย หลังจากได้มีการประสานขออนุญาตผู้กำกับสน.บางซื่อ ซึ่งขณะนั้นคือ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ ผลวานิชย์ ด้วยว่าสน.บางซื่อเป็นเจ้าของท้องที่ทำเลที่ตั้งของตลาดนัดจตุจักร..
.จวบจนฤดูกาลเปลี่ยนย้ายตำแหน่งข้าราชการ กุมภาพันธ์ 2553 พ.ต.อ. สมศักดิ์ วิมานรัตน์ ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้กำกับสน.บางซื่อเป็นคนต่อมา
พี่หน่อยประกาศรับสมัครลูกเรือเพื่อร่วมเป็นสมาชิกทำงานตามเจตจำนงที่ตนเองดำริ รวมสมาชิกได้ร่วม 80 คน เป็นทีม TG SU รุ่นบุกเบิกปฏิบัติงานที่สน.ย่อยบางซื่อ ตั้งอยู่บริเวณริมถนนพหลโยธิน ระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต กับประตูใหญ่ที่ 3 ตลาดนัดจตุจักร ภารกิจหลักคือ เป็นล่ามรับแจ้งความร่วมกับร้อยเวรของสน.ฯ และเป็นที่เดียวในกรุงเทพฯที่มีใบแจ้งความเป็นภาษาอังกฤษหากไม่นับรวมสำนักงานใหญ่ตำรวจท่องเที่ยว (ซึ่งทำงานแยกเป็นอิสระต่อกันจากตำรวจนครบาล)
ข้อโดดเด่นจากความคิดรังสรรค์การทำงานของ TG SU ได้แก่ การช่วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ตกเป็นผู้เสียหายโทรศัพท์แจ้งยกเลิกบัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารในต่างประเทศ เริ่มแรกใช้โทรศัพท์ส่วนตัวของสมาชิก TG SU แล้วแต่ว่าสมาชิกผู้ใดดูแลแปลการแจ้งความ และพบว่าผู้เสียหายมีบัตรใดที่ถูกขโมยไปบ้าง ลูกเรือท่านนั้นก็รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เมื่อต้องออกค่าใช้จ่ายเอง จึงเป็นที่กล่าวล้อเล่นกันว่า “เวรใครเวรมัน” จวบจนมีการชักนำของคุณอภัยชนม์ วัชรสินธุ์ ขณะดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการด้านประสานกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ทำให้ได้รับการอุปถัมภ์จากค่ายโทรคมยักษ์ใหญ่ True ณ ปัจจุบัน TG SUจึงมีอินเทอร์เนต และโทรศัพท์ระหว่างประเทศใช้โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย และไม่ต้องมีข้อตอบแทนใด ๆ
ข้อโดดเด่นอีกประการคือการติดต่อสถานทูตของชาติต่าง ๆ เพื่อออกเอกสารใช้ยื่นต่อกองตรวจคนเข้าเมืองเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางกลับประเทศ หากหนังสือเดินทางของนักท่องเที่ยวได้ถูกขโมยไปด้วย เป็นที่มาซึ่งเรื่องยุ่งยากหนักใจที่ปัจจุบันยังไม่มีทางออก เพราะเหตุเกิดในตลาดนัดฯที่เปิดบริการทุกวันสุดสัปดาห์ แต่เป็นเวลาที่สถานทูตปิดทำการ มีเพียงสถานทูตน้อยประเทศมากที่มีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือเรื่องดังกล่าว
ปัญหาที่ตามมาที่ TG SU เยียวยาได้เสมอคือ ติดต่อเลื่อนเที่ยวบินและวันเดินทาง พร้อมทั้งกรณีที่นักท่องเที่ยวไม่เหลือทรัพย์สินติดตัว TG SU ต้องสนับสนุนค่าที่พัก และอาหารตามสมควรจนกว่านักท่องเที่ยวเดินทางกลับบ้านได้ ( เมื่อทราบถึงที่มาของการทำงานของเรา ได้มีเจ้าของคอนโดใจดีแถวลาดพร้าว ยินดีให้ราคาที่พักถูกมากสำหรับกรณีที่กล่าว )ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ สมาชิกทุกคนมีน้ำใจรวบรวมเงินส่วนกลางเอาไว้
...หากลองคำนึงว่า...ลูกเรือที่เป็นอาสาสมัคร TG SU ก็ต้องเลี้ยงชีพและครอบครัวตนเองให้ดีไปพร้อมกัน การสละน้ำใจเล็ก ๆ เช่นนี้ เรียกว่าเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ จึงมิใช่เป็นการกล่าวที่เกินจริงเลย ทุกวันนี้ยังเป็นข้อพิจารณาหาทางออกกันว่า ทำอย่างไรเงินน้ำใจส่วนนี้จะไม่มีวันหมดไปตราบนานเท่าที่ TG SU จะดำรงอยู่รับใช้สังคม
ด้วยจิตวิทยาการบริการ ที่เปี่ยมล้นในตัวของลูกเรือการบินไทย นักท่องเที่ยวที่เสียขวัญหรือเกรี้ยวกราดเมื่อประสบเหตุถูกประทุษร้ายต่อทรัพย์...ความผิดหวังกับสวัสดิภาพเมื่อมาท่องเที่ยวในไทย...กลับกลายเป็นรอยยิ้มและการให้อภัย ทุกครั้งที่ได้รับการดูแลจากหมู่สมาชิก TG SU…น้ำตามักเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม จนพี่หน่อยเรียกขานเป้าหมายหลักของการทำงานที่นี่ว่า “Changing tear to smile” และทุกข้อถามที่นักท่องเที่ยวหยิบยกขึ้นมาให้ช่วยเหลือ ได้รับการสรุปจากผู้ทำงานที่นี่ว่า “ทุกคำถามต้องมีคำตอบ”
เช่นนี้เอง ความชื่นชมก็หลั่งกลับมาเป็นกำลังใจให้การทำงานเพื่อชื่อเสียงที่ดีงาม, การตอบแทนคุณประเทศชาติ และการคืนสู่สังคม....จนมิถุนายน 2553...TG SU ก็ได้ถูกเสนอเป็นหนึ่งในโครงการบรรษัทภิบาล หรือ CSR ( Corporate social responsibility )ของการบินไทย