MyImage Studio

MyImage Studio

แชร์

Be Your Style "MyImage"
"เรายึดถือ ความจริงใจ และ ซื่อตรง แก่ลูกค้าคนสำคัญของเรา เสมอ สิ่งที่เราอยากให้ ผู้ใช้บริการ ได้รับกลับไปเมื่อใช้บริการ คือ ความสบายใจและพอใจ ในงาน ที่เราพยายาม ให้ภาพในใจของคนสำคัญของเรา เป็นสิ่งเดียวกับที่เราจะสร้างมันขึ้นมา"

05/06/2026

GPT Image2.0
Idol Profile Style

Photos from MyImage Studio's post 05/06/2026

Profile Image แบบ Fashion Magazine รายละเอียดแน่นๆ จัดเต็ม
GPT2 นี่ทำ Detail โอเคมากๆ

*ใครสนใจ GPT2.0 Prompt อยู่ที่ใน รูป ครับ👉

04/06/2026

จดๆๆๆๆ บทสัมภาษณ์ผู้สร้างอนิเมชั่นงานทดลอง…ที่ทางผู้ทำ คุณวิค-วันชนะ อินทรสมบัติ ได้กล่าวไว้ งานที่ทำคนเดียว ซึ่งผู้สร้างมีประสบการณ์ในงานสายนี้ด้วย(Animation)เลยออกมาดูดีมากเลยครับ 💪🏻

กลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์เมื่อคุณวิค-วันชนะ อินทรสมบัติ ปล่อยหนังสั้นเรื่อง “ตะวัน” ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเป็นงานทดลองเพื่อดูขอบเขตว่าเครื่องมือ AI ในการสร้างหนังแอนิเมชันตอนนี้ทำได้ถึงขนาดไหน ก็มีคนไทยจำนวนมากเข้าไปคอมเมนต์ต่อว่าเรื่องคุณค่าของผลงาน แม้กระทั่งต่อว่าว่าใช้ AI จะเรียกว่าเป็นนักวาดได้หรือไม่

คุณวิคอธิบายในแคปชันของหนังสั้นเรื่อง “ตะวัน” ไว้ว่า
“งานทดลองเพื่อดูขอบเขตของการใช้ AI ในการสร้างหนัง animation
งานทดลองชิ้นนี้ใช้งบประมาณ $500 for VDO + $300 for other AI tools - Suno Music - Cowork - Magnific - ElevenLabs - Astra (Upscale / ตัวนี้แพงสุด)
ใช้เวลาในการทำทุกคืน + เสาร์ อาทิตย์ ประมาณ 1.5 เดือน (จนเมียและลูกบ่น 🥹) ยังห่างไกลจากงาน animation hi-budget อยู่มาก แต่ก็ได้พบอะไรมากมายดีครับ ไว้จะเอามาแชร์อีกทีนะครับ 🙏 ฝากอีกผลงานด้วยนะครับ”

เราจึงถือโอกาสนี้สัมภาษณ์คุณวิค-วันชนะ เกี่ยวกับที่มาของงานทดลองนี้ และมุมมองของ Art Director ที่ทำงานระดับโลกสู่การใช้เครื่องมือ AI

— รู้จัก วิค-วันชนะ —

แบ็คกราวด์ของคุณวิค นั้นทำงานสาย Animation, Game และ Commercial มากว่า 16 ปี ผลงานที่ผ่านมาที่พอเป็นที่รู้จักคือ Wish Dragon ของ Sony Animation โดยรับหน้าที่เป็น Senior Visual Development และ Despicable Me 4 (เจ้ามินเนี่ยน) รับหน้าที่ Visual Development โดยทำงานร่วมกับผู้กำกับ Chris Renaud ในค่าย Illumination และผลงานที่กำลังจะเข้าฉายในปีนี้สองเรื่องคือ Wildwood (Laika Animation) โดยได้ทำส่วนของ Character Design และอีกเรื่องคือ Steps (Netflix) เป็น Vis Dev. ส่วนวงการเกมก็รับหน้าที่ดีไซน์และออกแบบคาแรคเตอร์ในเกม Kena: Bridge of Spirits ที่เกมเมอร์รู้จักกันดี โดยปัจจุบันคุณวิคเป็นผู้จัดการและ Art Director ที่ Moonactive (Thailand) และเคยเป็นผู้ก่อตั้ง StudioKun

-- ทักษะที่สำคัญในการใช้ AI ทำงานลักษณะนี้คืออะไรบ้าง? —

ผมมองว่าทักษะที่สำคัญที่สุดคือ Vision / Director Skill และ Soft Skill คือความยืดหยุ่นและการประยุกต์ใช้เพื่อจัดการกับผลลัพธ์ที่ได้มา ให้ได้ผลตามที่ต้องการมากที่สุด คุณต้องเลือกและตัดสินใจว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะสม การทำงานด้วย AI เหมือนการที่เราต้องคุมทีมทุกทีมเข้าด้วยกัน และเลือกอย่างแน่ใจในทิศทางที่เรากำหนดไว้ ตั้งแต่การเตรียม Asset ต่างๆ, การเลือกมุมกล้อง, การขยับของมุมกล้อง และการต่อ Shot เพื่อที่จะเล่าเรื่อง

การนำ AI มาใช้ในกระบวนการสร้างสรรค์มีหลากหลายวิธีมาก และต้องทำ R&D กันอยู่เสมอ เพื่อปรับ Workflow ให้เหมาะสมกับแต่ละงานที่เราทำครับ

-- เครื่องมือที่ใช้ทำงานนี้ ใช้อะไรบ้าง และมีกระบวนการทำงานอย่างไร? —

แรกสุดคือความคิดและสิ่งที่เราต้องการนำเสนอ เริ่มจากการร่างไอเดียต่างๆ หลังจากนั้นผมใช้ Midjourney ในการสำรวจ Art Style, Design Language, Shape, Design และ Proportion และผมใช้ Gemini ในการทำให้ Design นั้นๆ พร้อมสำหรับงาน Production (เตรียม Asset ของ Pre-Production ทั้งหมด)

ในกระบวนการทำแอนิเมชัน (Production) ผมใช้ Seedance 2.0 และ Midjourney ในการทำ Animation และใช้ CapCut ในการตัดต่อ พร้อมกับใช้ Suno สำหรับสร้าง Music Score และใช้ ElevenLabs สำหรับทำเสียงเพิ่มเติม

สุดท้ายเมื่อได้ผลที่ต้องการ ผมใช้ Astra ในการ Upscale ไฟล์ และทั้งหมดนี้ผู้ที่ช่วยผมในการทำให้การเขียน Prompt ลงตัวมากขึ้นคือ Claude ครับ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ผมได้นำมาใช้ทดลองและพัฒนาจริงผ่านพื้นที่ครีเอทีฟแล็บ SLOPSPACE ของผม รวมถึงโปรเจกต์แอนิเมชันทดลองอย่าง HOMO SAPIENS FAMILY ที่ได้เข้ารอบ 10 Finalists จากเวที AI For Good ที่จัดที่ Geneva โดย (ITU) หน่วยงานเฉพาะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของสหประชาชาติ(UN) ด้วยครับ

-- ข้อจำกัดในปัจจุบัน? —

เนื่องจาก Seedance 2.0 เจนคลิปได้ยาวที่สุดอยู่ที่ 15 วินาที และใน 15 วินาที พอเจนออกมาอาจจะใช้ได้จริงแค่ 3 วินาที ข้อจำกัด ณ ปัจจุบันจากที่ทดลองทำคือความต่อเนื่องของซ็อตต้องอาศัยการตัดต่อเรียบเรียงเรื่องราว และอีกข้อจำกัดคือเรื่องความต่อเนื่องของเสียงและ Sound Effect ต่าง ๆ ยังคงไม่ได้คุณภาพที่เหมาะสม แต่ก็ถือว่ามาไกลจากปีก่อนเยอะมากเมื่อเทียบกับตอนที่ผมทดลองใช้ Kling 3 หรือ Veo 2

ผมได้ข่าวว่า Seedance 2.1 ใกล้จะออก ผมเลยอยากจะเห็นการพัฒนาของ AI ตัวนี้ว่าเวอร์ชันใหม่จะมีความต่างมากน้อยขนาดไหน เพื่อประเมินความสามารถของ AI ในอนาคตครับ

-- มองความเปลี่ยนแปลงในวงการศิลปิน แอนิเมเตอร์ ฯลฯ จะเป็นอย่างไรต่อในยุค AI ?—

จากการทดลองทำหนัง Tawan ตัวทดลองนี้ ผมสัมผัสได้และคิดว่าน่าจะตอบโจทย์วงการแอนิเมชันไทยอย่างมาก คือการนำ AI Workflow มาช่วยในกระบวนการส่วนของ Pre-Production ต่าง ๆ คุณสามารถทดสอบบทหนังด้วยการวาง Storyboard / Animatic เพื่อเชื่อมวางโครงการเล่าเรื่อง และทดลองซำ้แล้วซ้ำอีกได้หลายครั้งจนเจอการเล่าเรื่องที่เหมาะสมที่สุด ทำให้บทภาพยนตร์แข็งแรงและได้เวอร์ชันที่ดีที่สุด (ในแบบเห็นภาพที่ใกล้เคียงกับ final production)

ในส่วนของงานโปรดักชันจริงเพื่อให้ได้คุณภาพที่ได้มาตรฐาน ยังจำเป็นต้องใช้ Animator ที่เชี่ยวชาญเป็นผู้ควบคุมการ Animate ให้สมบูรณ์

และอย่างที่ทราบกันดีคืองบในการสร้างหนังแอนิเมชันเรื่องนึงต้องใช้งบประมาณสูงมาก ในไทยมีผู้ลงทุนที่มีใจรักงานแอนิเมชั่นหลายคน แต่ผลที่ได้กลับมาคือไม่มีเรื่องไหนที่สามารถคืนทุนได้เลย การที่จะทำให้นักลงทุนกล้าที่จะตัดสินใจลงทุนสร้างงานแอนิเมชั่นในไทยต่อไปนั่นอาจจะเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก ผมมองว่าการที่มี AI เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการแบบ hybrid จึงตอบโจทย์เรื่องนี้ งบประมาณและการต่อสู้กับเวลาในส่วนของ Pre-Production ไปจนถึง Production จะทำให้เห็นทิศทางจากการทดลองต่าง ๆ ผ่าน AI และสามารถทำ Screening Test เพื่อหาผู้ร่วมลงทุนเพิ่มเติมได้อย่างเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

ผมคิดว่าในการควบคุม AI ต้องอาศัยคนที่พอเข้าใจ หรือมีประสบการณ์ในการเป็นผู้กำกับ เพื่อที่จะควบคุมทิศทางได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมเองไม่ได้มีความสามารถในส่วนนั้น และก็ยังคงต้องศึกษาเรียนรู้อีกมาก พอทำทดลองแล้วเข้าใจเลยครับว่าสิ่งนี้เป็นอะไรที่ต้องอาศัยหลาย ๆ ศาสตร์ รวมเข้าด้วยกันเพื่อควบคุมให้ได้ภาพในหัวออกมาได้ผลลัพธ์ตรงกับที่ต้องการมากที่สุด ซึ่งก็จะหาเวลามาทำการทดลองต่าง ๆ ต่อไป

สุดท้ายผมมองว่า
ตอนนี้เราได้ก้าวเข้ามาอย่างเต็มตัวละครับ หลาย ๆ ที่ทั้งในไทยและต่างประเทศ เราจะเริ่มเห็นประกาศหางานในตำแหน่ง AI Animation หรือ Visual development - AI Generative Tools ตามที่ต่าง ๆ ในต่างประเทศ นั้นหมายความว่าบริษัทหลาย ๆ ที่ได้นำ AI เข้าสู่ Workflow และ Pipeline ในการผลิตงานแล้ว

ส่วนตัวผมคิดว่าในวงการศิลปะ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับ Commercial ศิลปินจะเก่งขึ้นเก่งขึ้น และจะมีศิลปินมากขึ้น นักสะสมและผู้ซื้อจะมีความสุขกับการเลือกงานจาก artist ที่หลากหลาย งาน Traditional จะเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้น แต่ในสายอุตสาหกรรม พาณิชย์ศิลป์ (Commercial Art) ที่ศิลปินต้องทำงานเพื่อแลกกับตัวเงินนั้น มันจะมีปัจจัยตัวเลขมาเป็นการควบคุมการผลิต และมันจะกระทบต่อศิลปินในสายอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจึงเห็นการ layoff เกิดขึ้นในหลาย ๆ ที่ ในไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ สุดท้ายศิลปินสายอุตสาหกรรมจะมีน้อยลง และจะน้อยลง และศิลปินในสายอุตสาหกรรมที่สามารถใช้ AI ร่วมในกระบวนการทำงานได้จะเป็นที่ต้องการในตลาดงานมากขึ้น ทั้งในไทยและต่างประเทศครับ

---

ก็เป็นมุมมองที่น่าสนใจจากคุณวิคที่อยู่ในวงการศิลปะมานาน เห็นความเปลี่ยนแปลงของเครื่องมือในวงการมาตลอด และเมื่อ AI เข้ามาก็ต้องทดลองให้เข้าใจว่าเครื่องมือนี้จะมาเปลี่ยนโลกการทำงานศิลปะได้อย่างไร ซึ่งอนาคตเราไม่น่าจะหนี AI ได้พ้น การเข้าใจว่าจะอยู่ร่วมกับ AI อย่างไรจึงเป็นเรื่องสำคัญ

Photos from MyImage Studio's post 04/06/2026

(สรุปประเด็นร้อนจาก 9arm) เรื่อง รัฐทุ่ม 1,600 ล้าน แจก AI ให้คนไทย 5 ล้านคน! คุ้มไหม หรือแค่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ?

ประเด็น Talk of the Town ตอนนี้คงหนีไม่พ้นโครงการ TH-AI PASSPORT ที่รัฐบาลเตรียมงบ 1,600 ล้านบาท เอา AI ระดับ Pro มาแจกให้คนไทย 5 ล้านคนใช้ฟรี 1 ปี!

ถ้าหารตัวเลขดู จะตกคนละแค่ 27 บาท/เดือน ซึ่งดูเผินๆ เหมือนจะคุ้มมาก แต่ถ้ากาง TOR ดูในมุมของคนทำงานสาย Tech และคนใช้ AI แบบเราๆ มีจุดที่น่ากังวลเพียบครับ:

❌ ไม่มี Web Search: ในข้อกำหนดไม่ได้ระบุว่าระบบต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ถ้าทำออกมาแบบออฟไลน์ AI ก็จะหาข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ ไม่ได้เลย กลายเป็น AI ย้อนยุคไปซะงั้น
❌ ตกม้าตายที่ "แพลตฟอร์มคั่นกลาง": เราจะไม่ได้ล็อกอินใช้บนเว็บต้นทาง (เช่น ChatGPT, Gemini, Claude) แต่ต้องใช้ผ่านแพลตฟอร์มกลางของรัฐ ซึ่งถ้าเครื่องมืออ่านเอกสาร (เช่น PDF) ที่ทำมาครอบไว้ทำงานได้ไม่ดี AI โมเดลจะฉลาดแค่ไหนก็ตอบมั่วได้ครับ
❌ สาย Dev ร้องไห้: โครงการนี้บังคับให้ใช้งานผ่านหน้าต่างแชทเท่านั้น ไม่มีการแจก API Key ให้เราเอาไปเสียบกับ Workflow, เขียนโค้ด หรือทำ Agentic Workflow ส่วนตัวได้เลย
🤔 งบไปลงที่ไหน?: มีการจัดสรรงบไปกับการโปรโมทหนักมาก เช่น จอโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ 6,000 จุด และป้ายบิลบอร์ดต่างๆ

💡 ทางเลือกที่อาจจะยั่งยืนกว่า?
ทาง 9arm ได้เสนอไอเดียที่น่าสนใจมากครับว่า ด้วยงบ 1,600 ล้านบาท ถ้าเราเอาไปสร้าง Data Center ของประเทศ ซื้อ GPU แรงๆ มารันและเทรนโมเดล Open Source เอง หรือแบ่งงบไปอัดฉีดนักวิจัยไทยเพื่อพัฒนา Thai LLM แบบจริงจังไปเลย อาจจะสร้างรากฐานและต่อยอดได้ดีกว่าการซื้อ Subscription มาแจกหรือเปล่า?

👇 ส่วนตัว Concept OK เลย ถ้าเด็กไทยหรือคนใช้งานได้เข้าถึง AI ได้ทุกคน(ต้องทุกคนนะ) ประเด็นคือต้องโปร่งใส..! และควรปรับตามข้อชี้แนะของหลายๆฝ่ายเพื่อให้โอเคที่สุด และการจัดการในการใช้งาน ที่แต่ละคนแตกต่างกันมากๆ เช่นทำ Video, Image หรือ บางคนอาจจะใช้เรื่อง Code, web เรื่องการจัดการงานส่วนตัว จะตอบโจทย์ยังไง?

ใครสนใจตามไปฟังได้ที่นี่ครับ👉
https://www.youtube.com/watch?v=HrkDF6VhRo8

#อัปเดตAI

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ บุคคลสาธารณะ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บุคคลสาธารณะ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10220

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00