INVESTING.in.th

INVESTING.in.th

แชร์

10/06/2026

ในช่วงที่หุ้นอเมริกาลงแดงทั้งกระดานแบบนี้ แอดคิดว่าหลายคนน่าจะเอาไปเทียบกับวิกฤตตลาดหุ้นปี 2000 ที่ตอนนั้นหุ้นเทคหลายตัวราคาขึ้นไป 10-100 เท่า หรือเรียกอีกอย่างว่า Dot Com Bubble และพอฟองสบู่แตก ดัชนี NASDAQ ก็ร่วงลงมาเกือบ 80% และใช้เวลา 10 กว่าปีถึงจะกลับไปทำจุดสูงสุดใหม่ได้
สาเหตุที่ฟองสบู่ดอตคอมแตกนั้นมีหลายอย่างครับ หนึ่งในนั้นคือหุ้นของบริษัทดอตคอมทั้งหลายโตเร็วมาก แต่ขาดทุนกันมโหฬาร บางบริษัทรายได้น้อยมากแต่หุ้นก็ขึ้นแค่เพราะเอาคำว่า dot com ไปต่อท้ายชื่อบริษัท
พอเทียบกับตลาดหุ้นช่วงนี้ หลายคนก็มองว่าไม่ต่างอะไรกับหุ้น AI ทุกวันนี้เลย แต่อีกฝั่งก็มองว่าสถานการณ์ต่างออกไป หุ้น AI หลายตัวมีรายได้และกำไรโตจริง ตราบใดที่กำไรโต ตลาดหุ้นก็ “ไม่น่า” จะเกิดวิกฤตแบบเดียวกับปี 2000
แต่ถ้าแอดบอกว่ามันอาจเป็นเหมือนวิกฤตที่ “ใหญ่กว่านั้น” คือวิกฤตปี 1929 ล่ะครับ?
ในหนังสือ How Countries Go Broke ซึ่งเป็นหนังสือเล่มล่าสุดของ Ray Dalio ที่มีเนื้อหาว่าอเมริกาจะล้มละลายเมื่อไหร่ มีเนื้อหาช่วงหนึ่งที่คุณเรย์พูดถึงวิกฤตปี 1929 ด้วย
วิกฤตครั้งนั้นเรียกอีกอย่างว่า Great Depression เป็นช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นไปเกือบ 4 เท่าในเวลาไม่ถึง 5 ปี ก่อนจะถล่มลงเกือบ 90% ในปี 1929 หุ้นหลายตัวถูกถอดออกจากตลาด และใช้เวลาถึง 25 ปีกว่าตลาดหุ้นจะฟื้นตัวกลับมาทำจุดสูงสุดใหม่ได้ครับ
โดยในหนังสือ How Countries Go Broke คุณเรย์บอกว่าสิ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นโตได้ตั้ง 4 เท่า ไม่ได้มาจากการเก็งกำไรอย่างเดียว แต่มาจากหุ้นเทค การเติบโต และการก่อหนี้
ในเรื่องหุ้นเทค ตอนปี 1929 เศรษฐกิจอเมริกากำลังบูมสุดขีดเพราะมีเทคโนโลยีใหม่หลายอย่าง ทั้งวิทยุ ทั้งรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ พอเทคโนโลยีดีขึ้น การจับจ่ายใช้สอยของคนก็โตขึ้น “หุ้นเทค” ในยุคนั้นจึงมีรายได้และกำไรเติบโตจริง แต่ปัญหาคือ ราคาหุ้นดันขึ้นเยอะไปหน่อย
พอตลาดหุ้นโต เศรษฐกิจโต คนเริ่มมั่นใจ การ “ก่อหนี้” ก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว ทั้งการก่อหนี้จากบริษัทที่เอามาลงทุนในธุรกิจเพิ่ม และการก่อหนี้จากนักเก็งกำไรที่ขนเงินเข้าตลาดหุ้นเพิ่ม เลยทำให้ฟองสบู่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้ายฟองสบู่ปี 1929 ก็แตก แม้บริษัทจะมีรายได้และกำไรเติบโตจริง แต่คุณเรย์บอกเสมอว่า เมื่อไหร่ที่ “หนี้”​ เยอะเกินกว่า “รายได้” เมื่อนั้นก็คือจุดจบของฟองสบู่ครับ
ที่น่าสนใจคือ สถานการณ์ในช่วงปี 1929 มีหลายอย่างที่คุณเรย์บอกว่าคล้ายคลึงกับยุคปัจจุบันในปี 2026 คือเศรษฐกิจโตนะ บริษัทมีกำไรจริง แต่ทั้งรัฐและเอกชนก่อหนี้หนักมากเหมือนกัน รวมถึงมีความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกประเทศควบคู่กันด้วย ต่างจากปี 2000 ที่วิกฤตดอทคอมมาจากตลาดหุ้นเพียงอย่างเดียว
คุณเรย์ยังมีอินดิเคเตอร์ส่วนตัวชื่อ Bubble Gauge จากสิ่งที่คุณเรย์เล่าในช่วงต้นปี 2026 เขาบอกว่าตอนนี้เราอยู่ในช่วงเริ่มต้นของฟองสบู่แล้ว
แอดขอหมายเหตุไว้ก่อนว่า การที่สถานการณ์ปัจจุบันมีบางส่วนคล้ายกับวิกฤตปี 1929 และการที่คุณเรย์บอกว่าเราอยู่ในช่วงเริ่มต้นของฟองสบู่ ไม่ได้แปลว่าวิกฤตจะเกิดวันพรุ่งนี้ หรือไม่ได้แปลว่าลงทุนหุ้นไม่ได้ กองทุน Bridgewater ที่คุณเรย์ก่อตั้ง ก็ยังคงถือหุ้นอยู่ประมาณ 1/4 ของเงินลงทุนทั้งหมด
แต่มันเป็นข้อเท็จจริงที่เราควรสนใจเพื่อ “เพิ่มความระมัดระวัง” เพราะต้องไม่ลืมว่า Ray Dalio เป็นหนึ่งในนักลงทุนที่เชี่ยวชาญเศรษฐกิจเป็นอันดับต้นๆ ของโลก การเพิ่มความระมัดระวังก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ดีกว่าทุ่มลงทุนสุดตัวแล้วเกิดวิกฤตขึ้นมาจริงๆ ครับ
สำหรับใครที่อยากอ่านเคสของปี 1929 เพิ่มเติม หรืออยากรู้ว่าวัฏจักรช่วงนั้นกับตอนนี้เหมือนหรือต่างกันยังไง ทำไมคุณเรย์ถึงบอกว่าอเมริกาจะล้มละลายได้ อ่านต่อได้ในหนังสือเล่มล่าสุดของเขาครับ How Countries Go Broke สั่งจองฉบับแปลไทยได้จากในคอมเมนต์ มีของแถมพิเศษถึงวันที่ 15 นี้เท่านั้นครับ
#สำนักพิมพ์หนังสือRayDalio #สำนักพิมพ์ในเครือINVESTING #นักลงทุนที่ทำหนังสือเป็น

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านขายของ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


63 ซอยนวมินทร์ 85 แขวงนวมินทร์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เขตบึงกุ่ม
Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00