iknowplus
Iknowplus Co.Ltd is an affiliated of Affinity Solution Co.,Ltd which established for focusing on Business and IT innovative services and learning
31/10/2022
บอกเลย มีแต่คุ้ม! ถ้ามาร่วมเป็นครอบครัว iknowplus
ด่วนนะจ๊ะ!!! ตัวตึงไอที เปิดรับ #สมัครงาน มาร่วมเป็นครอบครัวที่หมายถึงครอบครัวจริงๆ งานเราหนัก แต่เราเปิดโอกาสเสมอ ทั้งการเรียนรู้จากพี่ๆ ที่มีประสบการณ์กว่า30ปี ความสามารถระดับหัวกะทิของประเทศที่คุณหาที่ไหนไม่ได้ แถมส่งเสริมให้สอบเซอร์ฯ ระดับโลกแบบไม่ยั้ง บอกเลยว่าอยู่ที่นี่ คุณเก่งขึ้นหลายเลเวล ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง ไม่มีกำแพงทั้งอายุและตำแหน่ง ถ้าความรู้คือสิ่งที่คุณต้องการ และฝีมือที่คุณต้องการพัฒนา เดินมาหาเราเถอะ!
การันตี งานดี เจ้านายดี พี่ๆ ดี เพื่อนๆ ดี ขนมและอาหารดี บรรยากาศการทำงาน...ดีมว้าก!
บริษัท ไอโนว์พลัส จำกัด (iknowplus) บริษัทบริการด้านไอทีครบวงจร เรากล้าพูดว่าเรา #ยืนหนึ่ง และเป็นเบื้องหลังของระบบไอทีให้แก่บริษัทยักษ์ใหญ่ องค์กร หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ รับผิดชอบโปรเจ็คต์ใหญ่ ๆ มากมาย และมีบุคลากรที่ผ่านการอบรมไอทีระดับโลกเป็นจำนวนมาก #เปิดรับสมัคร IT Solution Developer
สิ่งที่คุณต้องมี
- ประสบการณ์ 3-4 ปี
- พัฒนา Mobile Application บน iOS และ Andriod , Web Application , SQL , Java , JavaScript หรือโปรแกรมภาษาอื่นๆ
- สนใจเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ Blockchain สำหรับการใช้งานทางธุรกิจ , AI , Microservices , DevOps
อย่าช้า! รีบส่งใบสมัครเข้ามา โอกาสในการเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกันอย่างคาดไม่ถึง รอคุณอยู่
#หางาน #งานไอที
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ iknowplus
email : [email protected]
Tel : 02-048-7272
11/10/2022
5 ปี IKP 5 สุดยอดบริการ และปณิธานการ “เป็นทุกอย่างให้คุณแล้ว” (2)
ในตอนที่แล้วที่เรียนให้ทุกท่านทราบ ว่า iknowplus บริษัทบริการด้าน IT ครบวงจร ที่ก้าวขึ้นขวบปีที่ 5 ด้วยความพร้อมเกิน 100% ที่จะดูแลลูกค้าคนพิเศษทุกกลุ่ม พร้อมรับฟังและตอบสนองทุกความต้องการในการแก้ปัญหาทุกด้านทาง IT ไปจนถึงการติดอาวุธเสริมเพื่อให้บริษัท องค์กร และหน่วยงานของคุณ ก้าวล้ำนำคู่แข่งแบบชนิดไม่เห็นฝุ่น!
เราได้ปล่อยทีเด็ดความเชี่ยวชาญสุดตึง! 2 ข้อแรกไปแล้ว ยังเหลืออีก 3 ข้อที่คุณทราบแล้วจะอุ่นใจมาก ในการที่จะเลือกเราให้เป็นผู้ช่วยมือหนึ่งด้าน IT ของคุณ
3. “Blockchain” ยุคนี้และยุคถัดไปยังคงเป็นยุคของ Blockchain เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ในมุมขององค์กรหรือบริษัท Blockchain ช่วยลดปัญหาความสับสนและหาข้อผิดพลาดได้ไว การทำงานของ Blockchain คือการสร้างเป็นข้อมูลชุดเดียวแล้วแก้ไขไม่ได้ ถือเป็นระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ดีที่สุดระบบหนึ่ง ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือการป้องกันการ “ทำซ้ำ” หรือ “เจาะข้อมูล” ไม่ว่าจะเป็นการนำไปใช้ในธุรกิจ “ประกันภัย” หรือแม้กระทั่งระบบ “ประกันสังคม” Blockchain ช่วยลดปัญหาการทุจริตแบบ Double Claim ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้ Blockchain โดยสามารถให้การยินยอมที่จะไม่แก้ไขข้อมูลใดๆ เลยได้อีกด้วย
ที่สำคัญ Blockchain เป็นเครื่องมือที่ดีมากๆ รองรับรูปแบบธุรกิจและภารกิจ ตลอดจนการปฏิบัติการในหน่วยงานราชการต่างๆ เหมาะสำหรับความหลากหลายรูปแบบงานและธุรกิจ บางทีคุณอาจจะนึกไม่ถึงว่า Blockchain จะช่วยงานคุณได้ในมิติไหนบ้าง เรา iknowplus คือผู้ช่วยที่ดีที่สุดของคุณ และที่ปรึกษามือหนึ่งของคุณ นอกจากดูแลเรื่องการติดตั้งระบบทั้ง Hardware, Software , Cloud รวมถึงการ Train ให้ User ภายในบริษัทที่ต้องใช้ Blockchain ให้สามารถใช้ได้ถึงระดับสูงสุดแล้ว iknowplus ยังเข้าไปช่วยพัฒนาและซ่อมทุกรอยรั่วด้าน IT ในทุกมิติของคุณที่สามารถใช้ประโยชน์จาก Blockchain ได้ เสมือนหนึ่งมี IT Clinic ที่พร้อมดูแลคุณ 24 ชั่วโมงอีกด้วย
4.Data Management ต่อให้ไม่ใช่สาย IT ก็รู้ว่า “ขุมทรัพย์ที่แท้จริงของธุรกิจ” ที่ยั่งยืนที่สุด และใช้ประโยชน์ได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไข อุดรั่ว หรือบำรุงทำกำไรก็คือ “ข้อมูล” ทุกหน่วยงานและทุกธุรกิจต้องการเครื่องมือและผู้ช่วยมือฉมังที่จะช่วยบริหารและจัดการข้อมูล รีดศักยภาพของข้อมูลมาใช้ให้ได้มากที่สุด การทำ Data Management จำเป็นและได้ประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง การบริหารข้อมูลที่ดีและเก่งกาจ ทำได้ถึงขนาดการตรวจสอบสินค้า สืบจับสิ่งผิดกฎหมาย Data Management ถือเป็นสิ่งจำเป็นในทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็น การเงิน ธนาคาร ประกันภัย อุตสาหกรรมขนาดยักษ์ต่างๆ เช่น การผลิตและจำหน่ายรถยนต์ การสื่อสารโทรคมนาคม หลังบ้านของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ไปจนแวดวงมาร์เก็ตเพลส ซึ่งเป็นธุรกิจที่พลิกโฉมการซื้อขายของคนไทยชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ
iknowplus มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะที่ได้ certificate ระดับโลก ได้รับการรับรองในระดับสากล ในด้าน Data Management ที่มีประสบการณ์ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำของข้อมูล ที่ผ่านงานระดับชาติมามากมาย พร้อมให้คำปรึกษาและเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดของคุณ
5. IoT หรือ Internet of Things คือ ระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ระบบดิจิทัล สิ่งของ มนุษย์ หรือแม้แต่สัตว์เข้ามาไว้ด้วยกัน เพื่อถ่ายโอนหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งคุณไพโรจน์ ร่วมวิบูลย์สุข หัวเรือใหญ่แห่ง iknowplus ได้อธิบายเอาไว้ให้เห็นภาพว่า หลักของ IoT คือ “สิ่งของ” ที่ถูกทำให้ Smart ขึ้นด้วยการ Digitize Information หรือเปลี่ยนให้เป็นระบบดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงสิ่งของต่างๆ เข้าหากันได้
เช่น “โต๊ะ” หนึ่งตัวแต่ ต้องดูว่า “เบื้องหลัง” คืออะไร เช่น ผลิตที่ไหน ผลิตจากอะไร สิ่งพวกนี้คือข้อมูลของสิ่งของ การทำ IoT คือใช้อินเตอร์เน็ตเชื่อมโยงข้อมูลมาประมวลผล และรับรู้ข้อมูล และอาศัยอุปกรณ์ที่มันเพื่อนำข้อมูลมาให้เรา ถ้าตัวอย่างคือ “โต๊ะ” IoT จะทำให้รู้ถึงวัสดุ แหล่งผลิต ขนาด น้ำหนัก ข้อมูลจำเพาะ ซึ่งนำไปใช้ต่อยอดเพื่อเป็นประโยชน์ในการขนย้าย ขนาดของพาหนะ อุณหภูมิที่ต้องควบคุมระหว่างการขนย้าย นี่คือตัวอย่างง่ายๆ ของการทำ “โต๊ะ” ให้ Smart ซึ่งความ Smart นี้ ใช้ได้กับทั้งสิ่งของ สัตว์ พืช ที่นำมาประยุกต์ใช้กันในภาคเกษตรกรรมก็เริ่มมีมากขึ้นแล้ว
IoT สำคัญที่สุดคือการมองหาจุดเชื่อมโยงทุกอย่างกับดิจิทัลให้เจอ และใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด iknowplus ไม่ใช่เพิ่งทำเรื่องนี้ แต่เราทั้งศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ด้าน IoT มานานแล้ว และพร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาให้คุณ ให้หน่วยงานและบริษัทของคุณ Smart ที่สุด ทำงานง่ายที่สุด ได้รับประโยชน์สูงที่สุด
Iknowplus พร้อมทุกมิติ ทั้งให้คำปรึกษา เครื่องมือที่เหนือระดับ การบริการติดตั้งจากทีมงานมากประสบการณ์ พาร์ทเนอร์ระดับโลกที่มาพร้อมตัวช่วยสุดเจ๋ง และการบริการที่เหนือกว่าใคร
จากเรา... iknowplus
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ iknowplus
email : [email protected]
Tel : 02-048-7272
06/09/2022
ของเค้าเจ๋งจริง! เมื่อตัวจริงปล่อยของต้องฟัง! No Automation without Integration
เมื่อเร็วๆ นี้คุณไพโรจน์ ร่วมวิบูลย์สุข CEO แห่ง iknowplus บริษัทบริการด้าน IT ครบวงจร ขึ้นเวทีฉลองครบ 70 ปี IBM ประเทศไทย เพื่อเป็น Speaker ในหัวข้อ AI Powered Integration No Automation without Integration ที่คน IT จำนวนมากต่างรอคอยเก็บเกี่ยวความรู้อันน่าสนใจนี้ และเพราะโลกยุคนี้ AI หรือ "ปัญญาประดิษฐ์" มีบทบาทสำคัญมาก คุณไพโรจน์ ผู้ซึ่งเป็นสมาชิกIBM มากว่า 20 ปี และได้สร้างอาณาจักร iknowplus มาแล้วกว่า 4 ปี จึงได้นำเสนอแนวคิด No Automation without Integration โดยฟันธงกันไปชัดๆ เลยว่า หากไร้ซึ่งการเชื่อมโยงข้อมูลที่ดีแล้ว ระบบอัตโนมัติทุกสิ่งอย่างในโลก IT ขาดไร้ซึ่งประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิง
"เทรนด์ทุกวันนี้เราพูดถึง AI และพยายามใช้ AI เพื่อสร้างระบบอัตโนมัติต่างๆ แต่การทำโปรแกรมที่ฉลาด สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ ข้อมูล แต่เราจะเชื่อมโยงข้อมูลยังไง"
CEO แห่ง iknowplus เริ่มต้นประโยคด้วยการตั้งคำถามให้ขบคิด ก่อนจะกล่าวต่อว่า การจะสร้างระบบให้สมบูรณ์ จำเป็นจะต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องและระบบที่ซัพพอร์ตข้อมูลแบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกหลังวิกฤติการณ์โควิดเกิดการเลิกจ้าง ลดคน และให้ระบบเข้ามาทำงานแทน พยายามทำให้ Automation เข้ามามีบทบาท เพื่อ engage ลูกค้า ทำให้ระบบออนไลน์ถูกกระตุ้นให้ทำงานในฐานะโลกเสมือนที่ทำได้เกือบทุกอย่างเหมือนโลกจริง
"ทุกคนอยากจะไป Digital Transformation ยิ่งพอมีโควิด การขยับตัวเรื่องออนไลน์ยิ่งต้องขยับตัวให้เร็วขึ้น จึงเป็นเหตุที่พวกเราจะพัฒนาระบบ หรือ บริการ ของระบบอัตโนมัติต่างๆให้เร็วขึ้นตามทันโลกออนไลน์ ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการเพิ่มขีดความสามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ เพื่อประสาน หรือ สนับสนุน การทำระบบอัตโนมัติให้รวดเร็ว"
คุณไพโรจน์ระบุว่า มั่นใจว่าหลายองค์กรมีพัฒนาด้าน IT มากขึ้น บางแห่งมี DATA Center ของตัวเอง ในขณะที่บางแห่งใช้บริการบริษัทที่ให้บริการ Cloud ไม่ว่าจะเป็น IDUS Microsoft Google หรือ IBM
"ตัวเลขจากฟอร์บส์พบว่า มากกว่า 70% ของ Digital Transformation Project เกิดความล้มเหลว คุณภาพของระบบการเชื่อมโยงข้อมูลยังไม่ดีพอ ณ จุดนี้ IBM มองถึงการสร้างเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วยในการจัดทำระบบ Integration การเชื่อมโยง บริการ หรือข้อมูลต่างๆให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น เอา AI เข้ามาในการประยุกต์ใช้ เราสามารถดู Feedback ข้อมูล คอยควบคุมหลังบ้านช่วยในการบริหารจัดการข้อมูลได้ง่ายและมีประสิทธิภาพขึ้น เช่นเดียวกันคือรูปแบบ integration การเชื่อมโยงข้อมูล สามารถซัพพอร์ตในรูปแบบที่หลากหลาย"
CEO แห่ง iknowplus ให้ภาพความสำคัญของ Automation ว่า ยุคนี้ทุกคนเข้าถึงโมบาย และทำให้ทุกอย่างคือ Self Service การพยายามให้ลูกค้าใช้บริการด้วยตัวเอง คือระบบอัตโนมัติทั้งสิ้น ที่ต้องเอาข้อมูลต่างๆ ทั้งในองค์กรหรือภายนอกเชื่อมโยงเข้าหา อย่างเช่น ทางด้านการเงิน ธนาคาร ขอสินเชื่อ จะมีวิธีการเชื่อมโยงอย่างไรให้รวดเร็ว
"ความสำคัญของระบบ Integration คือ หัวใจ ยิ่งตอนนี้เราต้องการข้อมูลที่เป็นเรียลไทม์มากเท่าไร ระบบการเชื่อมโยงยิ่งต้องมีความสัมพันธ์มากขึ้นเท่านั้น การออกแบบ Integration ก็มีมุมมองที่เปลี่ยนไปนับตั้งแต่กระบวนการของกระบวนการของ People & Process , Architecture , Technology การเขียนโค้ด การควบคุมให้ตอบสนองอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนคนที่รับผิดชอบ Integration จะมีทีมงานส่วนกลาง แต่ตอนนี้ดีไซน์สมัยใหม่มันจะให้ระบบมาอยู่ที่ Ownership ในส่วนของ Architecture พยายามที่จะทำเป็นคอนเซปต์เป็น File Plain คือ ลด Impact เวลาขึ้นระบบ ลด Emergency ระหว่างโค้ด ไม่ต้องรีสตาร์ทระบบ แต่มีระบบการรองรับ และมีสเกลที่สามารถรองรับการ Overload เพื่อไปถึง Cloud Native Technology"
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่กำลังมองหาเครื่องมือที่เก่งกาจได้การเชื่อมโยงที่จะทำให้ระบบอัตโนมัติในฝันของคุณเป็นจริง คุณไพโรจน์ได้กล่าวถึง IBM บิ๊กเนมด้าน IT โลกและของประเทศไทยว่า ที่ผ่านมา IBM ได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแนวคิดของ Cloud Native เข้ามา ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้ เรียกว่า Cloud Pack for Integration ข้างในก็จะมี Module ต่างๆ สามารถสร้างระบบผ่านตัว Ai โดยเชื่อมโยงกับ Automation Foundation ทุกอย่างคือการเชื่อมโยงอยู่บน Technology Container ที่จะอยู่บน Cloud ของ Venderไหนก็ได้ รองรับการซัพพอร์ตระบบอัตโนมัติต่างๆ โดยจะมีส่วนที่มีให้ฟรี และ คิดค่า license แบ่งกลุ่มตามการเชื่อมโยงข้อมูลที่อยู่ใน Pack ซึ่งพร้อมให้บริการผู้ที่สนใจ
สำหรับผู้ที่สนใจฟังแบบเต็มๆ สามารถคลิกลิงค์ ได้ด้านล่าง
https://www.youtube.com/watch?v=UyUnAdJXgew
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ iknowplus
email : [email protected]
Tel : 02-048-7272
26/08/2022
หัวกะทิ IKP หนึ่งเดียวที่พิชิต Certificate ทั้ง 2 ใบนี้!
เพราะ IT เป็นโลกที่หมุนเร็วที่สุด เพียงแค่ชั่วพริบตาก็จะมีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นมาเสมอ ดังนั้นเพื่อให้เราเป็นผู้นำด้าน IT ของประเทศไทย และสร้างคุณภาพในการให้บริการครบวงจรด้าน IT เทียบชั้นในระดับสากล iknowplus บริษัทบริการด้าน IT ครบวงจร จึงมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรที่สำคัญที่สุด นั่นคือทรัพยากรมนุษย์
คุณไพโรจน์ ร่วมวิบูลย์สุข CEO ของ iknowplus ชัดเจนใน Direction ของบริษัทเสมอมา เพราะเล็งเห็นความสำคัญของเทรนด์เทคโนโลยีโดยเฉพาะการทำ Digital Transformation ไม่ว่าจะเป็น Cloud Blockchain หรือ AI ซึ่งทั้งหมดคือเทคโนโลยีพื้นฐานที่สำคัญต่อทุกหน่วยงาน องค์กร บริษัท อันจะนำไปสู่ Digital Transformation ซึ่งแต่ละองค์ความรู้หลัก จำเป็นต้องศึกษาในเชิงลึกให้ครบทุกมิติ และเพราะ iknowplus ถือว่า บุคลากรภายใน iknowplus เปรียบเสมือนคนในครอบครัว และถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดในการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อให้คน iknowplus มีศักยภาพมากขึ้นและก้าวทันโลก IT ให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เราสนับสนุนให้คน iknowplus เข้ารับการเรียน อบรม สอบ Certificate IT ให้ทั่วถึงทุกแขนงที่จำเป็นและสำคัญที่ Real-Time ที่สุด
iknowplus ภูมิใจมากที่จะกล่าวถึง Certificate ที่สำคัญมากๆ 2 ใบ ที่ไม่ได้คว้ามาได้ง่ายทั้งคู่ จัดว่าเป็นศาสตร์ด้าน IT ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน มีความเฉพาะตัวที่แยกออกเป็นคนละทาง และจำเป็นต้องรู้ลึกรู้จริงในแต่ละสาย ซึ่งนั่นแปลว่าผู้เรียนและไปสอบจนคว้ามาได้ ต้องทุ่มเทแบบยกกำลังสองและมีความสามารถที่เฉพาะตัวเป็นอย่างยิ่งซึ่งหาได้ยากมากในบุคคลๆ เดียวที่จะเชี่ยวชาญแบบลึกใน 2 แขนงที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ iknowplus ได้แจ้งเกิดคนๆ นี้ไปเรียบร้อยแล้ว
ใบแรก ได้แก่ BTA Certified Blockchain Developer Hyperledger เป็นใบที่สำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบุคลากร IT ทั้งสาย Enterprise Blockchain และ เป็นส่วนสำคัญในการทำ Digital Transformation โดย Blockchain Developer แบ่งออกเป็น สาย Private หรือ สาย Enterprise Blockchain ซึ่งเป็นเรื่องเชิงลึกมากกว่าเรื่องทั่วไป เช่น Crypto ซึ่งในสายนี้ในประเทศไทยมีผู้ที่ได้ใบ certificate น้อยมากและ iknowplus คือ บริษัทแรกที่ได้ใบ Certificate ตัวนี้
ใบที่สองคือ Google Professional Cloud Developer Certification ผู้ที่ผ่านและได้รับ Certificate จะถูกเรียกว่า Google Cloud developer ซึ่ง Google Cloud developer ในประเทศไทยมีเพียง 9 คน เท่านั้น และ iknowplus คือหนึ่งใน 9 คน ของประเทศไทย
“ความพิเศษของใบ Certificate ของ 2 โปรแกรม มันหาได้ยากมากๆที่จะเกิดขึ้นภายในคนคนเดียว แต่บุคลากรของIKPสามารถพิชิตมันได้ทั้ง 2 ใบนี้ เนื่องจากทั้ง 2 โปรแกรม เป็นเรื่องที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกัน มีความเฉพาะทางในตัวของมัน จึงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของบุคลากรที่มีทักษะความรู้ ความสามารถที่หลากหลายครอบคลุมหลายแง่มุม แสดงถึงความเก่ง ความเชี่ยวชาญ ความเฉพาะทางที่มากกว่า 1 ทาง และเชื่อได้ว่าในประเทศไทย คนที่สามารถครอบครองทั้ง 2 ใบ ในคนเดียวได้ มีแค่คนเดียว คือ บุคลากรคนนี้ของ iknowplus” คุณไพโรจน์กล่าว
ซึ่งการที่บุคลากรของ iknowplus ได้ใบ Certificate ในความรู้เชิงลึกทั้ง 2 ศาสตร์ นี่เอง จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าบุคลลากรของ iknowplus เป็นบุคคลที่มีทักษะ ความสามารถ มีความรู้เชิงลึก ได้รับการยอมรับจากมาตรฐานระดับสากล แสดงถึงความน่าเชื่อถือขององค์กร และยืนหนึ่งในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Transformation ได้รับการยอมรับในระดับโลกตามมาตรฐานสากล
iknowplus จึงเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นอันดับหนึ่งที่จะถูกเลือกให้เป็นที่ปรึกษาในการช่วยผลักดันในกับองค์กรที่อยากทำ Digital Transformation
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ iknowplus
email : [email protected]
Tel : 02-048-7272
19/08/2022
iknowplus "เช็คของ" แกะกล่อง "น้องฝึกงาน" ส่องโปรเจ็คต์สุดเจ๋ง
ตอนที่แล้ว 6 หนุ่มลาดกระบัง ที่ใช้เวลา 6 สัปดาห์เคี่ยวกรำความสามารถพัฒนาตัวเองผ่านโปรแกรมการฝึกงานของ iknowplus ที่นี่ เราเป็นมากกว่าสถานที่ฝึกงาน เพราะนอกจากองค์ความรู้แล้ว สิ่งที่เรามอบให้น้องๆ ทุกคน คือความใส่ใจที่สุด แนวการแนะนำฝึกสอนสไตล์ Self-Learning ที่น้องๆ จะต้องได้ทำจริง ฝึกจริง เจอของจริง แก้ปัญหาจริง และสร้างผลงานออกมาได้จริงๆ เพื่อให้ 6 สัปดาห์ที่ได้เข้ามาในรั้ว iknowplus เกิดประโยชน์สูงสุดต่อน้องๆ เจาะลึกวิธีการฝึกงานสไตล์ iknowplus ที่เริ่มจากได้จับคู่น้องและแบ่งออกเป็น 3 ทีม
ทำไมต้องแบ่งเป็นทีม?...ตอนท้าย คุณไพโรจน์ ร่วมวิบูลย์สุข CEO แห่ง iknowplus มีเฉลยตอนท้าย ต้องอ่านให้จบ!
ทีมแรก เป็นการจับคู่ฝึกงานระหว่าง “ฟอร์ด”-ณัฐพล พิทักษ์ราษฎร และ "ข้าวกล้า"-ชยธร บุษบารัตน์, ทีมที่2 “อู๋”- หฤษฎ์ จงดี และ “เทน” -สิปปกร เล่งวงศ์ ในขณะที่ทีมที่3 คือ “ใบตอง” - ศุภณัฐ ปัดถาวโร และ “เต้”- ศิริชัย ตันติการุณย์ ซึ่งแต่ละทีมจะมีพี่เลี้ยงที่เชี่ยวชาญในแขนงนั้นๆ ประกบอย่างใกล้ชิด สุดท้ายแล้ว ผลงานที่ออกมา จัดว่าไม่ธรรมดากันสักทีมเลยทีเดียวเชียวล่ะ!
ทีมฟอร์ด-ข้าวกล้า เลือกโปรเจ็คต์สุดล้ำอย่าง Metaverse เพื่อทำ Product Catalogue E-Commerce 3D AR ซึ่งคุณไพโรจน์ได้แนะนำให้ทีมนี้เริ่มจากการทำเว็บไซต์ก่อน ระหว่างการฝึกทำโปรเจ็คต์อันน่าสนใจและเชื่อแน่ว่าในอนาคตอันไม่ไกล นี่จะเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น คือการช้อปปิ้งผ่าน Metaverse และการ "ลองชุด" ผ่าน Catalogue ในโลกเสมือน และซื้อขายกันแบบ E- Commerce ที่จะสามารถทำให้คนจากซีกโลกหนึ่ง สั่งซื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับจากช้อปที่อยู่คนละทวีป ทดลองชุดแบบเสมือน ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ฟอร์ดและข้าวกล้า ได้รู้จักและเรียนรู้การใช้เครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Node.js , Bootstrap สำหรับตกแต่งเว็บไซต์ และ CSS จากนั้นก็ได้รับคำแนะนำให้รู้จักกับเครื่องมืออีกตัวคือ React จากนั้นทั้งคู่ได้แบ่งงานกันทำแยกเป็น Frontend และ Backend อย่างชัดเจนโดยนำมาเชื่อมกันในภายหลัง โจทย์ถัดมาของ Frontend ซึ่งเป็นหน้าที่ของฟอร์ด คือการเรียนรู้การทำ WebXR คืออินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมเว็บแอปพลิเคชันที่อธิบายการสนับสนุนสำหรับการเข้าถึงอุปกรณ์เสมือนจริง และอุปกรณ์เสมือนจริงโดยเลือกใช้ Babylonjs และ Three.js สำหรับสร้าง 3D แต่ยังไม่เสร็จเพราะเวลาการฝึกงานหมดเสียก่อน จึงยังไม่ได้นำมารวมกัน และในส่วนของ Backend ที่ข้าวกล้ารับผิดชอบนั้น เริ่มจากการทำ API ทำ MySQL และ MongoDB ข้าวกล้าพัฒนา Backend มาเรื่อยๆ เป็น Database ของการเก็บ User ของผู้ใช้ , Product รวมถึงการเก็บข้อมูลการสั่งสินค้า E-Commerce ของเว็บไซต์ แต่แม้ว่าเวลาการฝึกงานจะจำกัดและโปรเจ็คต์นี้ของทั้งคู่ยังจะเสร็จเรียบร้อย แต่ทั้งฟอร์ดและต้นกล้าก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้น ต่อยอดไปถึงระดับการทำโมเดลของสินค้า และตัวโมเดลของ User ที่จะมาในรูป Avatar สามารถปรับให้เป็นรูปตัวเอง แล้วนำชุดมาทดลองใส่กับ Avatar เพื่อดูว่าเหมาะกับรูปร่างหน้าตาของตัวเองหรือไม่ และนี่คือโฉมหน้าใหม่ของการช้อปปิ้ง จากเดิมที่เราๆ จะเห็น Catalogue แบนๆ ก็จะมีมิติขึ้นมา ทดลองใส่ได้กับตัวตนในโลกเสมือน
ทีมเต้-ใบตอง แท็กทีมรับโปรเจ็คต์ศึกษาด้าน Blockchain จากที่รู้จักในมิติของ Cryptocurrency แต่เพียงอย่างเดียว iknowplus ทำให้ทั้งคู่ได้ลงลึกอย่างเข้มข้นกับ Blockchain มากกว่าเดิม ซึ่งตอนแรกทั้งเต้และใบตองไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรกันเลยด้วยซ้ำ แต่ในที่สุดพวกเขาก็เริ่มศึกษาบทเรียนแรกด้วยการเรียน html จากนั้นก็นำงานไปให้คุณไพโรจน์ ตรวจ และได้รับคำแนะนำให้ต่อยอดออกมาเป็นการทำ Blockchain เต้และใบตองเลือกทำเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุดในโลกของคนไทยจำนวนมาก นั้นคือเรื่องของ “หวย” โดยตัดสินใจทำระบบการ “ซื้อลอตตารี่” ที่พิเศษกว่าเดิมตรงที่สร้างเครื่องมือเก็บข้อมูล User ได้ แม้ระหว่างทางจะไม่ง่ายและต้องค้นคว้าหาข้อมูลจากหลายแหล่งและปรึกษาพี่ๆ ไปด้วย สุดท้ายเต้และใบตองก็สามารถสร้างเว็บไซต์ซื้อลอตตารี่ที่ทำงานกับ Blockchain ที่เมื่อผู้ซื้อเลือกตัวเลขที่อยากได้ กดซื้อแล้ว Transaction จะเข้าไปอยู่ใน Blockchain ยิงข้อมูลผ่าน API และเก็บข้อมูลใน Database จัดว่าเป็นโปรเจ็คต์ที่พวกเขาได้ผสมผสานเครื่องมือหลายอย่างเอาไว้ในโปรเจ็คต์เดียว
และทีมสุดท้าย จัดเป็นหนุ่มสายเกม ที่ไม่ใช่เฉพาะเล่นเกม แต่อยากรู้ลึกไปจนถึงว่า เกมดังๆ ที่ชอบเล่น ทำไมนักเล่นเกมเก่งๆ ที่เรียกว่า "นักแข่ง" เลือกตัวละครนี้ เอาไปเล่นที่ตำแหน่งนี้ เป็นแรงบันดาลใจทำให้ ทีมอู๋-เทน ซึ่งจับโปรเจ็คต์ Big Data and Knowledge เลือกที่จะ Analysis ข้อมูลจาก เกม “League of Legends" ซึ่งเป็นเกมโปรดที่พวกเขาเลือกมาทำโปรเจ็คต์ ทั้งคู่เลือกใช้เครื่องมืออย่าง Web Scraping เอามาควบรวมกับ Knowledge Graph ซึ่งจะมีข้อมูลที่เหมาะสมกับเครื่องมือนี้อยู่ คือ Graph Database ได้ทดลองใช้ถึงขั้นนำข้อมูลที่ดึงมาได้ มาใส่ Database ต่อ สุดท้ายก็ได้ "ถังข้อมูล" ที่แสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลซึ่งเป็นข้อมูลที่ผ่านการ Analysis มาแล้ว
ภายในเกม มีการสร้างตัวละครและไอเท็ม ชุดไอเท็มจะเหมาะกับตัวละครนั้นๆ อู๋และเทนได้ออกแบบให้ระบบดึงข้อมูลต่างๆ ออกมาประมวลแสดงความสัมพันธ์ว่าตัวละครนั้น เหมาะกับไอเท็มอะไร และเมื่อได้รับการแนะนำจากคุณไพโรจน์ ว่าชุดข้อมูลน้อยไป Graph Database ควรได้ข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง พวกเขาจึงไปดึงข้อมูลจาก "ผู้เล่น" ระดับ "นักแข่ง" ที่ใช้ตัวละครประจำประมาณ 3 ตัว ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้รู้ว่าตัวละครตัวนั้น "เก่ง" เมื่อดึงข้อมูลมาแสดงความสัมพันธ์ใน Database ทำให้ทราบว่าตัวละครบางตัว ไม่มีผู้เล่นเลย ในขณะที่ตัวละครบางตัวมีผู้เล่นใช้เยอะมาก ซึ่งตำแหน่งของผู้เล่นจะมี 5 ตำแหน่ง ตัวละครตัวนั้นสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง นี่คือโปรเจ็คต์การแสดงความสัมพันธ์ของพวกเขาที่วิเคราะห์ผ่าน "เกม" แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่รู้สึกว่างานชิ้นนี้ขอพวกเขายังคงไม่สมบูรณ์ ทั้งเรื่องการทำให้เป็นระบบอัตโนมัติ ทำได้เพียงออกมาในรูปแบบ Backend อย่างเดียว ยังไม่ได้เอาขึ้น Frontend ซึ่งทั้งอู๋และเทนมองว่า หากแนวคิดโปรเจ็คต์ที่พวกเขาทำ สามารถถูกผลักดันไปถึงระดับประเทศ และพวกเขากลาย เป็น Backend ที่มีชื่อเสียงเต็มตัว พวกเขาสามารถประยุกต์แนวคิดจากโปรเจ็คต์ ไปพร้อมๆ กับการดูกระแสความนิยมในขณะนั้นว่ามีประเด็น ที่น่าสนใจ อะไรที่เป็น Hot Topic อยู่ ณ ขณะนั้น แล้วนำมา Analysis ต่อ แล้วสร้างเป็นถังข้อมูลสุดเจ๋งเพื่อให้เหล่า Frontend ดึงไปใช้ ให้เกิดเป็นเว็บไซต์ที่แสดงข้อมูล Top Hit ที่ผ่านการ Analysis มาแล้ว เช่น กวาดข่าวโควิด-19 ทั้งหมดแล้ว Analysis ให้กลายเป็นข้อมูลที่เที่ยงตรง
จากวันแรกที่เหล่า 6 ชีวิตปี2 เข้ามาฝึกงานแบบที่เหมือน “แก้วใบเปล่า” ผ่านไปเพียง 6 สัปดาห์ ความรู้ที่พวกเขาทั้งหมดได้รับจาก iknowplus และประสบการณ์ที่ได้ลงมือทำโปรเจ็คต์ด้วยตัวเอง จนกลายเป็น “แก้วใบปริ่ม” ทำเอาพี่ๆ ครอบครัว iknowplus ชมเป็นเสียงเดียวกันว่า น้องๆ เก่งและพยายามกันได้ดีมาก และทุกโปรเจ็คต์ที่ทำออกมา จัดว่า “มีแวว” และนำไปต่อยอดได้แน่นอนในอนาคต
ในขณะที่คุณไพโรจน์ได้ให้มุมมองไว้อย่างน่าขบคิดอย่างยิ่งว่า เขาไม่ได้อยากให้น้องๆ Deep Tech มากนัก แต่อยากให้รู้จักการ “ประยุกต์ใช้” มากกว่า รวมไปถึงการจัดลำดับความคิด การวางแผน การทำงาน ขอให้เพียงมีพื้นฐานด้านเทคโนโลยี แล้วเข้าใจวิธีประยุกต์ ซึ่งนี่ต่างหากที่เป็นส่วนสำคัญ
“เทคโนโลยีมันคือ Core คือเครื่องมือตัวหนึ่ง โจทย์มีอยู่ แล้วแต่ว่าเราจะไปประยุกต์ใช้กับโจทย์อะไร โจทย์มันอยู่รอบตัวที่เราเจอ อยู่ในชีวิตประจำวัน ทำไมต้องฝึกให้ Self-Learning เหตุผลคือเทคโนโลยีเปลี่ยนไว มีใครสอนก็ไม่ทัน ต่อให้คุณไปเรียนที่ไหน แต่ถ้าไม่ฝึกกับตัวเอง หาความรู้เอง คุณจะ Capture ไม่ทัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพี่ต้องเปิดให้เรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะคุณจะได้เรียนรู้วิธีหาข้อมูลเอง เรียนรู้ที่จะศึกษาหาข้อมูล เพราะเทคโนโลยีมันเปลี่ยนตลอด เพราะฉะนั้นถ้าบอกว่ายุคนี้ปุ๊บ เผลอไปอีกปีมีของใหม่มา ถามว่าหลักสูตรจะสอนหรือ การศึกษามันเปลี่ยนไม่ทัน สิ่งที่อยากให้รู้คือ Self-Learning แล้วปัญหาของ Self-Learning คืออะไร ก็คือไม่รู้ว่าไอ้สิ่งที่รู้มันใช่หรือไม่ใช่ มันต้องเรียนรู้เอง มีแค่คนมาช่วยเป็นที่ปรึกษา ว่าสิ่งที่หามา มันใช่หรือไม่ใช่ สิ่งที่คิดมา มันใช่หรือไม่ใช่ แล้ว Set ให้ตรง ว่าโอเค สิ่งที่อ่านมามันคือแบบนี้ แต่ความเป็นจริงมันเป็นอีกแบบ เราสอนวิธีให้คิดประยุกต์ สอนให้ไป Apply ไม่ใช่ Fix แต่เป็นการสอนให้นำเทคโนโลยีให้ไปประยุกต์ใช้ เราเป็นไกด์ เราฝึกให้คิด การให้จับคู่ทำงานเป็นทีมแบบ 2 คน คือฝึกการทำงานเป็นทีมแบบเล็กๆ เริ่มต้นก็ไม่รู้แบ่งงานกันยังไง แต่สุดท้ายพอมี 2 คนงานจะค่อยๆ ชัดเจน ว่ามันมีงาน Front กับงาน Back ซึ่งสมัยนี้เค้าจะแบ่งกันแบบนี้ แล้วสุดท้ายก็เอามาจับรวมกัน นี่ก็คือสอนเทคนิคของการแบ่งงาน การเชื่อมโยงกัน แค่มี API เป็นสื่อกลางในการแบ่งท่อนเชื่อมโยงอยู่ นี่คือการฝึกให้เรียนรู้ถึงการบริหารจัดการ เรียนรู้การแบ่งงานในทีม”
คุณไพโรจน์กล่าวทิ้งท้ายถึงความสำเร็จของการฝึกงานว่า อย่างน้อยน้องๆ ได้ประโยชน์จาก 6 สัปดาห์ ก็รู้สึกภูมิใจกับสิ่งที่น้องๆ ได้ไป รู้สึกดีใจด้วย แต่สุดท้ายการเรียนรู้จะไม่มีวันจบ แค่เราต้องเปิดรับตลอดเวลา เพราะองค์ความรู้นั้นมหาศาล แต่ด้วยอายุของน้องๆ ยังสามารถเติมได้ ยิ่งเราเติมได้เร็ว เราจะล้ำหน้า เด็กรุ่นใหม่ไล่กวดมา เทรนด์เทคโนโลยีลงไปหาเด็กเจนใหม่ๆ มากขึ้น แต่ละคนจำเป็นจะต้องขยับ อย่าคิดว่ารอให้ใครมาป้อน เราต้องขวนขวาย
“ถ้ารู้ว่าชอบอะไร ก็กระโดดเข้าใส่เลย แค่นั้นแหละ เพราะทุกวันนี้มันมีเครื่องมือที่พร้อมจะให้เราเรียนรู้อยู่แล้ว เราจะใช้มันหรือไม่เท่านั้น”
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ iknowplus
email : [email protected]
Tel : 02-048-7272
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
226/1 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท
Bangkok
10400
เวลาทำการ
| จันทร์ | 10:00 - 17:00 |
| อังคาร | 10:00 - 17:00 |
| พุธ | 10:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 10:00 - 17:00 |
| ศุกร์ | 10:00 - 17:00 |