PDS Computer Club

PDS Computer Club

แชร์

ก่อนที่เราจะมี "เพจ" อย่างเป็นทางการนั้น ชุมนุมคอมพิวเตอร์ถือเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มชุมนุมหลักมาตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2560 (ปี 2017) โดยได้ทำหน้าที่ให้ความรู้โดยการจัดค่ายอบรม รวมถึงกิจกรรมต่างๆมาโดยตลอด

หลังจากนโยบายและแผนการศึกษารูปแบบใหม่ของทางโรงเรียนหลังปี พ.ศ. 2560 (ปี 2017) ชุมนุมคอมพิวเตอร์จึงได้เริ่มต้นปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร รวมถึงวางแผนงานในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่ม

03/10/2019

⌨️ ตั้งแต่วันที่ 1 ที่ผ่านมา จนไปถึงวันที่ 18 ตุลาคม ก็เป็นเวลาของค่ายโอลิมปิก สอวน ค่ายที่ 1/2562 สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ (หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่าสอวน. คอมค่าย 1) ซึ่งในปีนี้ก็ได้มีนักเรียนจากโรงเรียนสาธิต ปทุมวันติดเข้าค่ายเป็นจำนวน 18 คนด้วยกัน [ขอแสดงความยินดีกับทุกคนด้วยครับ🎉🎉]

🏕 ค่ายสอวน.นี้ เป็นโครงการของมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและ
พัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อส่งเสริมการศึกษาด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และคอมพิวเตอร์ให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา

🔴 โดยในรูปแบบของศูนย์กรุงเทพฯ เมื่อสอบผ่านการคัดเลือกเข้าค่ายที่ 1 แล้ว จะได้เข้ารับการฝึกอบรมในวิชานั้น ๆ ก่อนสอบคัดเลือกเข้าค่าย 2 ที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม หลังจากนั้น จะมีการสอบคัดเลือกผู้แทนศูนย์เป็นตัวแทนไปแข่งโอลิมปิกวิชาการระดับชาติ และนำผู้เข้าแข่งขันที่ได้คะแนนสูงจำนวนหนึ่งเข้าค่ายสสวท. เพื่อค้นหาผู้แทนประเทศไปแข่งกับนานาชาติต่อไป

🏅โดยผู้ที่เข้าค่ายสอวน. แข่งโอลิมปิกวิชาการ หรือเข้าค่ายสสวท. จะมีสิทธิที่จะได้รับโควต้าในการเข้ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศไทย (รายละเอียดแตกต่างกันไปในแต่ละปี) รวมถึงประโยชน์อื่น ๆ เช่น การได้เรียนรู้เนื้อหาเชิงลึกในวิชาใดวิชาหนึ่ง (เช่นเนื้อหาค่าย 2 ของสอวน. คอม ใกล้เคียงกับวิชา Algorithm ที่เรียนในคณะที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ช่วงปี 1 หรือ 2) และได้เพื่อนใหม่ ๆ ที่สนใจในด้านเดียวกัน

🎓 โรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวัน มีโครงการอบรมนักเรียนเพื่อเตรียมตัวในการเข้าค่ายสอวน. ทุกปีในชื่อของโครงการ Gifted แต่ละสาขาวิชาที่เรียนกันตอนเย็น (คอมพิวเตอร์เรียนวันจันทร์และวันพุธ)

📞สำหรับผู้ที่สนใจเพิ่มเติม สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟสบุ๊คของศูนย์สามเสน กรุงเทพฯ ได้เลย (Computer Olympic POSN Samsen Center)
#สอวนคอม #สอวน

ROV - PDS Representative Selection - Round 1 || Nam Nueng vs White Wolf 01/10/2019

[▶️ วิดิโอ] ย้อนหลังการแข่งขันคัดเลือกตัวแทน รร สาธิต มศว ปทุมวัน ระหว่างทีม Nam Nueng vs White Wolf โดยจัดทำโดยน้อง ๆ ชุมนุมฯ

ROV - PDS Representative Selection - Round 1 || Nam Nueng vs White Wolf การแข่งขันคัดเลือกตัวแทนโรงเรียนเพื่อเข้าร่วมการแข่ง PDS Esports 2019 ในงาน สาธิตปทุมวันวิชาการ PDS Openhouse Invitation to Innovation วันท....

11/03/2019

🌌 THE NEW FUTURE

🔷 อนาคตอันสดใหม่ อยู่ใกล้ตัวเรากว่าที่คิด
ลองทำใจให้โล่งๆแล้วจินตนาการดูถึงโลกอนาคตในความคิดของพวกเราเมื่อซัก 10 ปีที่แล้วดูกันครับ (ประมาณ ~พ.ศ 2551) ในตอนนั้นเราคงคิดถึงโลกที่เต็มไปด้วยระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ ระบบขนส่งมวลชนที่ล้ำสมัย และอีกหลากหลายเทคโนโลยีที่เราได้วาดฝันไว้ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่พร้อมจะตอบสนองตามคำสั่งของเรา หรืออุปกรณ์ที่สามารถตรวจสอบได้ว่าเราเป็นอะไรหรือต้องการอะไร ทุกอย่างดูจะโคตรเพอร์เฟกต์ไปหมด เผลอๆมนุษย์เราอาจจะไม่ต้องทำงาน(หรือเรียนหนังสือ)แล้วก็ได้ คราวนี้ลองหยุดคิดดูซักครู่หนึ่งครับ แล้วคุณจะพบว่า ที่ผมพูดมาทั้งหมด แทบทุกอย่างได้กลายเป็นความจริงในยุคปัจจุบันไปเรียบร้อยแล้ว แต่ทำไมบางที ความรู้สึกที่ว่าเราได้อยู่ในโลกอนาคตที่คิดไว้มันถึงดูออกจะเลือนลางกว่าที่คิดไปซะงั้นล่ะ ?

🔷 สารพัดความก้าวหน้า
เหตุผลข้อแรกเลยคือเทคโนโลยีใหม่ๆมักจะค่อยๆ “กลาย” เข้ามาสู่สังคมมนุษย์ก่อนที่จะกลืนเข้าสู่ชีวิตประจำวันของพวกเรา บางครั้งความน่าตื่นเต้นหรือแปลกใหม่จึงค่อยๆหายไป และถ้าจะเกิดก็เกิดกับคนกลุ่มเล็กๆที่มีความรู้ ความสามารถ มีความสนใจหรืออยู่ในวงการของเทคโนโลยีนั้นๆเพียงเท่านั้นก่อนที่จะค่อยๆกระจายออกมา ในยุคปัจจุบันนั้นการที่จะค้นพบหรือเกิด Breakthrough ใหม่ๆ ก็มิได้เกิดจากคนเพียงคนเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่มักเกิดจากทีมของผู้พัฒนา ซึ่งใช้ความรู้จากคนรุ่นก่อนๆมาช่วยในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้น เหมือนยอดของพิรามิดที่ขยายฐานออกไปเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น “คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่บน Facebook โดยใช้อุปกรณ์ ซึ่งใช้ไฟฟ้า” แค่ประโยคๆนี้ก็มีคนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นได้เป็นแสนคนแล้ว นับได้ตั้งแต่โทมัส อัลวา เอดิสัน ไล่มาจนถึง มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ตัวผมเองที่เขียนบทความนี้ ไปจนถึงตัวคุณเองที่เลือกเข้ามาอ่านบทความนี้ด้วย นี่เป็นตัวอย่างนึงที่ชี้ให้เห็นว่าสังคมมักจะค่อยๆซึมซับเทคโนโลยีอย่างค่อยเป็นค่อยไป และกระจายไปเรื่อยๆตามกลุ่มประชากรในสังคมนั่นเอง

คราวนี้ถ้าลองเปรียบเทียบเกมบอยกับเกม VR และเรือของเล่นกับเรือบรรทุกเครื่องบินของจริงดู เราก็จะใช้หลักการข้างต้นได้เช่นเดิม เพราะเกมบอยก็เป็นรากฐานให้กับเกมในปัจจุบันอย่างเกม VR และเรือของเล่นเองก็เป็นต้นแบบของเรือแทบทุกชนิดในปัจจุบันเช่นกัน อย่างน้อยก็อาจเป็นวัยเด็กหรือเป็นตัวอย่างในการสอนวิศวกรที่จะต่อเรือตอนที่เค้ากำลังเรียนอยู่ก็ได้ ดังนั้นเทคโนโลยีทั้งหลายจึงมีความสัมพันธ์กันมาโดยตลอด ไม่มากก็น้อย กลายเป็น “ความก้าวหน้าโดยรวม” ของเทคโนโลยีนั่นเอง

🔷 มนุษย์ส่วนใหญ่กับของใหม่ บางทีก็ไม่ใช่สิ่งคู่กัน
มนุษย์มีลักษณะเด่นอย่างหนึ่ง คือไม่ชอบปรับตัว ถึงแม้ว่าถ้าหากปรับตัวได้สำเร็จจะหมายความถึงโอกาสการมีชีวิตรอดที่เพิ่มขึ้น แต่มนุษย์ยุคปัจจุบันเองก็ดูเหมือนจะค่อยๆถอยห่างจากหลักการนี้มากขึ้นเรื่อยๆแทน นี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เทคโนโลยีที่แปลกใหม่ ประเภทฟ้าถล่มดินทลาย สลายโลกเป็นผงธุลี มักจะเจ๊งไม่เป็นท่าเวลาเปิดตัวอยู่เสมอ เพราะสังคมมนุษย์ยังไม่ให้การยอมรับ วิธีการที่ดีที่สุดคือพยายามทำให้เทคโนโลยีกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของอนาคต เป็นสิ่งที่สังคมมนุษย์ให้ความคาดหวัง โอกาสที่จะประสบความสำเร็จย่อมเพิ่มขึ้นแบบมหาศาลแน่นอน

แต่เหตุผลข้อนี้ก็มีข้อยกเว้นอยู่เหมือนกัน เพราะบางทีมนุษย์ก็ปรับตัวได้ดีเกินไปหรือปรับตัวแบบผิดๆได้ในระยะเวลาอันสั้น หากเลือกที่จะรับเทคโนโลยีนั้นเข้ามาในชีวิต ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ
พลาสติก ซึ่งไม่ควรเป็นของที่ใช้แล้วทิ้ง แต่เรากลับใช้มันในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดเวลาจนเกิดปัญหามลพิษชนิดที่กำลังค่อยๆฆ่าทุกคนที่อ่านบทความนี้อยู่เลยก็ว่าได้ (มลภาวะจากการผลิตพลาสติก และปัญหาไมโครพลาสติกที่มีความร้ายแรงมาก)

ทีนี้ในเมื่อปรับตัวไม่ได้ก็ไม่ดี ปรับตัวได้ดีก็ไม่ได้เรื่อง แล้วเราควรจะรับมือกับอนาคตอย่างไรดีล่ะ ?

🔷 อนาคต
นี่แหละคือโลกอนาคต… ถึงเวลาที่เราต้องยอมรับแล้วครับว่าเราได้ก้าวสู่โลกอนาคตแล้วจริงๆ โลกที่คุณทวดที่สู้ศึกในสงครามโลกครั้งที่สองไม่มีโอกาสได้พบเห็น โลกที่ชาวเผ่าตามเกาะต่างๆในยุคล่าอาณานิคมไม่มีโอกาสได้เข้าใจ และโลกที่ โฮโม อิเรกตัส และไดโนเสาร์ไม่เคยที่จะคิด หรือแม้จะจินตนาการออกได้ แต่ถ้าหากไม่มีพวกเขาและไดโนเสาร์เหล่านี้ ก็คงไม่เราและโลกอนาคตที่คุณสัมผัสอยู่ตอนนี้ใช่มั๊ยล่ะครับ

“อนาคต” เป็นคำที่ชวนฝันและเป็นอนันต์ ไม่ว่าจะในแง่ดีหรือแง่ร้าย อนาคตของยุคอนาคตนี้ย่อมมาถึงแน่ๆ
และอนาคตเองก็ไม่ที่สิ้นสุด เช่นเดียวกับกระแสเวลาที่ไหลไปเรื่อยเช่นกัน

คราวนี้ก็มาถึงบทสรุปกันแล้วครับ ตัวเราเองเป็นปลาที่ว่ายอยู่ในกระแสน้ำแห่งเทคโนโลยี ณ ตอนนี้เราอยู่ในแม่น้ำส่วนที่ชื่อว่า พ.ศ. 2561 ถ้าหากเราปรับตัวก็จะเท่ากับเราว่ายทวนน้ำขึ้นไป สู่ส่วนของแม่น้ำที่ชื่อว่า พ.ศ. 2562 และเรื่อยไป แต่ถ้าหากเราเลือกที่จะไม่ปรับตัว ก็เท่ากับเราทิ้งตัวอยู่ที่จุดๆเดิมของแม่น้ำ ในช่วงของเทคโนโลยีนั้นๆ หรือบางครั้งอาจจะถูกกระแสน้ำเชี่ยวพัดย้อนกลับไปอีกก็เป็นได้ (อาการเชยนั่นเอง) แน่นอนว่าการปรับตัวนั้นเหนื่อยเพราะเราต้องออกแรงว่าย แต่ผมเองก็ว่ามันคุ้มค่านะที่จะพยายาม เพราะส่วนใหม่ของแม่น้ำย่อมอุดมสมบูรณ์กว่าเป็นแน่แท้ แต่ก็อย่าลืมว่าซักวันเราเองก็ต้องหมดแรงว่าย ปล่อยให้กลายเป็นหน้าที่ของปลารุ่นลูกรุ่นหลานว่ายต่อไปในที่สุด ดังนั้นในเวลานี้ ที่คุณยังมีแรง การออกแรงว่าย “ปรับตัว” ให้พร้อมกับอนาคตที่กำลังจะไหลมาถึงย่อมดีที่สุดครับ

“อย่ามองอนาคตของเทคโนโลยีเป็นเรื่องปกติ แต่จงรู้ทันอนาคต ใช้มันให้เป็น รู้ให้ลึกและรอบด้าน รวมถึงปรับตัวตามให้มีประสิทธิภาพ นี่แหละคือที่สุดของคนยุคใหม่ในยุคอนาคต”

5G / ยุคอวกาศใหม่ / IoT /อาณานิคมดาวอังคารและอีกสารพัดเทคโนโลยีกำลังจะโหมกระหน่ำเข้ามา ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องปรับตัวให้ทันมัน

ราตรีสวัสดิ์ครับ 🌱
*จงใช้เวลาประมาณ 10^106 ปีก่อนที่จักรวาลจะดับสูญให้คุ้มค่าครับ :)

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok