CreativeMOVE

CreativeMOVE

แชร์

Founded in 2011, CreativeMOVE is a creative and sustainability-driven company using design and communication as strategic tools for social and environmental progress. We collaborate with public and private organizations to transform complex challenges into clear, engaging, and actionable solutions—creating long-term value for people, the planet, and the future they share. [email protected] | www.creativemove.com

01/02/2026

ปีนี้ บริษัท ครีเอทีฟ มูฟ จำกัด กำลังจะมีอายุครบ 15 ปี แล้ว

ขอบคุณทุกคนที่เคยร่วมทาง — ลูกค้า พาร์ทเนอร์ ทีมงาน เพื่อน ๆ และทุกๆ คนที่คอยสนับสนุนและส่งกำลังใจให้กันตลอดมา

ปีนี้ เราได้ข้อสรุปแล้วว่า องค์กรของเราที่ประกอบด้วย 2 แบรนด์หลัก (CreativeMOVE และ Greenery.) จะเติบโตไปในทิศทางใด จากนี้ไป

9 ปีแล้วที่ได้ CrCreativeMOVEด้ transition จาก “Social Innovation Agency” มาเป็น Sustainable Creative Agency เพราะเราเชื่อว่า ถ้าจะลดปัญหาสิ่งแวดล้อมให้ได้จริง ต้องทำให้ความยั่งยืน ทำได้จริง วัดผลได้ และขยายผลได้

ส่วน GrGreenery.Creative Sustainable Lifestyle Platform) ก็เชื่อมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า “พลังของผู้บริโภค” คือจุดเปลี่ยนสำคัญ — ถ้าคนเลือกได้ง่ายขึ้น สนุกขึ้น และมีความหมายขึ้น พฤติกรรมใหม่ ๆ ก็จะกลายเป็น “วิถีชีวิต” ที่ยั่งยืนได้จริง

ปีนี้…เรากำลังจะมี การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อ เร่งสปีด ให้การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเกิดผล ไวขึ้น ชัดขึ้น และไปได้ไกลขึ้น

ณ ตอนนี้ บอกได้แค่ว่า Chapter ต่อไปของเรา จะทำให้เราทำงานได้เป็นระบบขึ้น และเปิดรูปแบบความร่วมมือใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น

ฝากรอติดตามกันครับ

ถ้าใครสนใจอยากทำโปรเจ็คสนุก ๆ ที่จะช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้น — เราอาจได้ร่วมงานกันครับ

25/12/2025

ปีใหม่นี้! Greenery Water จะใกล้คุณกว่าที่เคย “ส่งฟรีทั่วไทย 77 จังหวัด ขั้นต่ำ 5 ถาด” (1–31 ม.ค. 2569)

📍 แอดไลน์ หรือ https://lin.ee/VqgZbvu พิมพ์ “GRW77” เพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใคร

🔎 น้ำดื่มบรรจุกระป๋อง Greenery Water รีไซเคิลได้ 100%

#ส่งฟรีทั่วไทย

30/11/2025

เพราะฝุ่นไม่รู้จักเขตแดน ผลกระทบฝุ่นจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรม กับทางออกที่ไม่ใช่แค่รอลมเปลี่ยนทิศ

เราถูกบอกให้ใส่หน้ากาก ทำงานจากที่บ้าน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ฯลฯ เมื่อวิกฤตฝุ่น PM2.5 หวนกลับมา เหตุการณ์ที่เกิดซ้ำรอยเดิมทุกปีอาจไม่ได้หมายความว่าปัญหานี้แก้ไม่ได้ แต่เป็นสัญญาณว่าเรากำลังแก้ปัญหาไปไม่ถึงต้นตอ?
ในกิจกรรม ‘นักสืบฝุ่น’ สงครามฝุ่นเมือง The Series ครั้งที่ 4 ตอน ฝุ่นไม่รู้จักเขตแดน ที่สภาลมหายใจกรุงเทพฯ ได้มีส่วนร่วมในการถกปัญหาและแลกเปลี่ยนร่วมกับนักวิชาการและภาคประชาสังคม พบข้อสรุปชัดเจนว่า ปัญหาฝุ่นในกรุงเทพมหานครมีความซับซ้อนมากกว่าฝุ่นที่ปล่อยจากภาคการจราจรและขนส่ง
เพราะตัวแปรสำคัญในช่วงวิกฤติของคุณภาพอากาศ คือฝุ่นจากภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมที่พัดมาจากนอกพื้นที่ ขณะเดียวกันกรุงเทพฯ ก็ส่งฝุ่นที่เกิดจากกิจกรรมในพื้นที่ไปยังจังหวัดที่อยู่ใต้ลม เช่น สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม เช่นกัน ด้วยธรรมชาติของฝุ่นที่ไร้พรมแดนจึงไม่อาจแก้ปัญหาได้โดยลำพัง และต้องการทางออกในเชิงนโยบายมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
🔷 สืบต้นตอฝุ่นจากภาคเกษตร

จริงอยู่ว่ากรุงเทพฯ มีพื้นที่เกษตรจำนวนหนึ่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง แต่แหล่งกำเนิดหลักของฝุ่นจากการเผาในที่โล่ง หรือการเผาชีวมวล จะอยู่ภายนอกกรุงเทพฯ ซึ่งก่อปริมาณฝุ่นสะสมมากกว่า โดยมาจากการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ภาคกลาง และจากไฟป่า เช่น กรณีไฟป่าที่เขาใหญ่ซึ่งพัดพาฝุ่นเข้ามาถึงกรุงเทพฯ
และเมื่อนำข้อมูลจากแพลตฟอร์ม ‘ตามรอยเผา’ ซึ่งใช้ข้อมูลดาวเทียมความละเอียดสูงชี้เป้ารอยเผาระดับแปลงเกษตร มาวิเคราะห์ร่วมกับทิศทางลม เปรียบเทียบกับสถานีวัดค่าฝุ่น PM2.5 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง พบว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ (ลมหนาว) จะพัดพาควันจากการเผานาข้าวบริเวณนครนายกและปราจีนบุรีเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยตรง ส่วนในเดือนมีนาคม เมื่อลมใต้พัดขึ้นจากอ่าวไทยผ่านกรุงเทพฯ ก็จะหอบเอาควันจากการเผาพื้นที่เกษตรในลพบุรีและนครสวรรค์ ไปสร้างผลกระทบต่อภาคเหนือตอนล่างเช่นกัน
และจากการประเมินโดยสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียศึกษา พบว่า หากจัดการการเผาพื้นที่เกษตรทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ ได้ จะช่วยลดฝุ่นในกรุงเทพฯ ลงได้ถึง 30%.
🔷 สืบมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม

หากการเผาคือสาเหตุของวันที่อากาศเลวร้ายระดับสีแดง ภาคอุตสาหกรรมก็คือจำเลยของวันที่อากาศมีเกณฑ์อยู่ในระดับสีเหลืองและสีส้ม ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเกือบ 300 วันต่อปีในบางพื้นที่ ซึ่งแหล่งกำเนิดนั้นมีทั้งโรงงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในจำนวนนี้ยังมีโรงงานขนาดกลางและเล็กที่มี ‘ฝุ่นเล็ดลอด’ (Fugitive Emission) ซึ่งไม่เคยถูกนับรวมในบัญชีการระบายมลพิษ จึงถูกละเลยในการแก้ปัญหา
กรีนพีซ ประเทศไทย ชี้ให้เห็นถึงภัยเงียบจากโรงไฟฟ้าก๊าซฟอสซิล ซึ่งเป็นแหล่งปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) จำนวนมหาศาล และก๊าซชนิดนี้เป็นสารตั้งต้นของฝุ่นทุติยภูมิที่เพิ่มความเป็นพิษให้ PM2.5 มากยิ่งขึ้น โรงไฟฟ้าก๊าซฟอสซิลเพียง 19 แห่งในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ปล่อย NOx รวมกันถึง 127.24 ตันต่อวัน ทั้งมาตรฐานการปล่อย NOx ของไทยยังอ่อนกว่าประเทศอื่นหลายเท่าตัว
ส่วนงานวิจัยจากมูลนิธิบูรณะนิเวศ เผยว่า ในพื้นที่อุตสาหกรรมหนาแน่นอย่างสมุทรสาคร ซึ่งมีโรงงานกว่า 6,000 แห่ง และเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นที่สามารถพัดพาเข้าสู่กรุงเทพฯ พบว่ามีฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง สูงถึง 83.29 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรสูงเกินมาตรฐานของไทย (37.5) ถึง 2 เท่า และจุดที่ตรวจพบสูงสุดอยู่ที่สนามฟุตบอลของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง
และในฝุ่นยังมีสารก่อมะเร็งไดออกซิน (Dioxin) ในระดับที่สูงเกินค่ามาตรฐานของต่างประเทศในทุกจุดที่เก็บตัวอย่าง ทั้งยังพบโลหะหนักอันตราย เช่น ปรอทและอะลูมิเนียม ปะปนอยู่ในฝุ่นด้วย
🔷 ทางออกที่เปลี่ยนจากตั้งรับเป็นเชิงรุก

ทางออกของฝุ่นที่ไร้พรมแดน ไม่ได้อยู่ที่การรอให้ลมเปลี่ยนทิศ แต่ขึ้นกับการเปลี่ยนทิศทางของนโยบายจากการตั้งรับไปสู่การจัดการเชิงรุก และต้องการความกล้าหาญทางการเมืองในการเดินหน้าผลักดัน
📌 ควบคุมมลพิษอุตสาหกรรม ต้องมีกฎหมาย PRTR
พ.ร.บ. การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ หรือ ‘PRTR’ คือจุดเริ่มต้นสำคัญ เพราะกฎหมายนี้จะบังคับให้โรงงานต้องรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษสู่สาธารณะ ทำให้ประชาชนหรือคนในพื้นที่มีข้อมูลในการตรวจสอบและปกป้องตัวเองได้ ส่วนภาครัฐก็จะได้นำข้อมูลที่รวบรวมไว้ไปวางแผนนโยบายได้ตรงจุด ขณะเดียวกันก็สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
📌 จัดการมลพิษในประเทศ
ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญคือ การบูรณาการแผนปฏิบัติการลดมลพิษของกรุงเทพฯ และอีก 5 จังหวัดปริมณฑล ซึ่งเป็นเขตควบคุมมลพิษเข้าด้วยกัน เป็นพื้นที่ผืนใหญ่ในการจัดการปัญหามลพิษ แนวทางนี้จะทำให้การแก้ไขปัญหามีความเบ็ดเสร็จและครอบคลุมทั้งแหล่งกำเนิดภายในและภายนอก
📌 จัดการมลพิษข้ามแดน
มลพิษข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะทางทิศตะวันออก สามารถส่งผลกระทบได้ไกลถึงกรุงเทพฯ เพื่อจัดการปัญหาข้ามพรมแดนนี้ จำเป็นต้องอาศัยกลไกการจัดการระดับภูมิภาคผ่านอาเซียน ซึ่งแม้จะมีความตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution) อยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
ปัจจุบันประเทศไทยมีความร่วมมือภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘Clear Sky’ กับประเทศลาวและเมียนมาแล้ว แต่ยังขาดประเทศเพื่อนบ้านทางทิศตะวันออกที่ยังไม่ได้เข้าร่วม ซึ่งกรมควบคุมมลพิษต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนในเวทีระหว่างประเทศต่อไป
🔵 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาฝุ่นควันกับเรา
Website: www.breathebangkok.org
Facebook: www.facebook.com/breathebangkokorg

#สภาลมหายใจกรุงเทพฯ #สสส

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท โฆษณาและการตลาด ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00