CUEIDAs
10/07/2026
“จะงอยปากและช่องปาก” เป็นอวัยวะที่สำคัญมากต่อการดำรงชีวิตของนกทุกชนิด เพราะเป็นหนทางเดียวของอาหารที่จะเข้าสู่ร่างกายในทุก ๆ วัน ซึ่งมีความแตกต่างทั้งรูปทรง ประโยชน์ใช้สอย ความแข็งแรง และโครงสร้างภายใน อีกทั้งยังมีโรคและความผิดปกติที่เหมือนกับอวัยวะอื่น ๆ ได้แก่ โรคติดเชื้อ และโรคไม่ติดเชื้อ โดยสัตวแพทย์ผู้มีความสนใจด้านการรักษานก ควรต้องทราบและศึกษาทั้งทางด้านกายวิภาพ สรีรวิทยา และพยาธิวิทยาต่าง ๆ เหล่านี้เอาไว้ล่วงหน้า ก่อนที่สัตว์ป่วยจะเข้ามารับการตรวจรักษาในคลินิก ซึ่งใน VPN ฉบับนี้เราจะมากล่าวถึงเรื่องนี้กัน
กลุ่มโรคติดเชื้อ
1. Psittacine Beak and Feather Disease (PBFD)
เกิดจาก Circovirus ชื่อว่า Beak and Feather Disease Virus (BFDV) ซึ่งเป็น DNA virus อยู่ในวงศ์ Circoviridae พบได้ในนกแก้วหลายชนิดทั่วโลก เราจึงใส่คำว่า Psittacine ที่แปลว่า “นกแก้ว” ไว้เป็นคำแรกของชื่อโรคนี้ ความรุนแรงของโรคมีตั้งแต่ขนผิดรูปเล็กน้อยและหายได้เอง ไปจนถึงเนื้อเยื่อจะงอยปากแห้งตาย หลุดลอก กดภูมิคุ้มกันของร่างกายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการเกิดโรคนี้ในลูกนกแก้วอายุน้อยกว่า 4 สัปดาห์จะเฉียบพลันและรุนแรงมาก อาจพบอัตราการตายสูงกว่า 90% ในฟาร์มนกที่มีการระบาดรุนแรง ซึ่งสัตวแพทย์ควรให้ความรู้เจ้าของ โดยต้องเน้นว่าไวรัสนี้ติดต่อได้ผ่านการกินฝุ่นจากขนนกและสารคัดหลั่งต่าง ๆ ควรแนะนำเจ้าของนกหรือเจ้าของฟาร์มนกให้ตรวจนกตัวเข้าใหม่ทุกตัว ด้วยวิธี PCR และกักโรคนกทุกตัวอย่างน้อย 90 วันก่อนนำเข้ารวมฝูงเดิมอย่างเข้มงวด
ระยะฟักตัวของโรคนี้ ในรายเฉียบพลันจะอยู่ที่ 2-8 สัปดาห์ โดยเริ่มต้นที่ขนใหม่บริเวณลำตัวไม่งอกออกมา ส่วนขนเก่าก็ร่วงไปเรื่อย ๆ แบบมากผิดปกติจนเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะที่ขนปีกและขนหางอาจพบเลือดคั่งหรือการฝ่อลีบที่ก้านขนแทบทุกเส้น จะงอยปากจะงอกยาวผิดปกติ ผิวของจะงอยปากจะงอกไม่สม่ำเสมอ บางครั้งหลุดลอกออกมาเป็นแผ่น ๆ จากนั้นก็จะมีร่องแตกเกิดขึ้นที่จะงอยปาก อันนำมาซึ่งแผลอักเสบเรื้อรังที่มุมปาก ลามเข้าไปเกิดช่องปากอักเสบที่ติดเชื้อแทรกซ้อนจากแบคทีเรียได้
ส่วนในนกที่ป่วยเรื้อรังแต่ไม่แสดงอาการทางคลินิก จะสามารถปล่อยไวรัสนี้สู่สิ่งแวดล้อมและเพื่อนร่วมกรงได้นานหลายเดือนหรือหลายปี ก่อนแสดงอาการทางคลินิกอย่างชัดเจน ซึ่งมันก็สายเกินไปเพราะได้ทำลายชีวิตนกร่วมบ้านหรือฟาร์มนกไปแล้วก่อนเจ้าของนกจะรู้ตัว ไวรัสนี้จึงถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงนกแก้วทั่วโลก
การตรวจวินิจฉัยยืนยันทางห้องปฏิบัติการจะใช้วิธี real-time PCR จากเลือด whole blood ขนหนาม และก้านขนที่คาดว่ามี DNA ของไวรัสชนิดนี้ปะปนอยู่ โดยในปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการของคณะสัตวแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และหน่วยงานของเอกชนที่ให้บริการกระจายกันอยู่ทั่วประเทศไทย การวินิจฉัยแยกโรค ได้แก่ avian polyomavirus (APV) infection, การบาดเจ็บเรื้อรัง, squamous cell carcinoma, candidiasis รุนแรง และ hypovitaminosis A
ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาสำหรับโรคนี้ ฉะนั้นการจัดการทางคลินิกจึงทำได้เพียงรักษาแบบประคับประคองและบรรเทาอาการ หรือรักษาตามอาการไปเรื่อย ๆ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับสัตวแพทย์ที่ต้องทำความเข้าใจกับเจ้าของสัตว์ เมื่อตรวจพบผลบวกของโรคนี้ในฟาร์มนก คือ ต้องแยกกักสัตว์ป่วยอย่างเข้มงวดและทันที โดยย้ายไปในสถานที่อื่นเลย เพื่อหยุดการแพร่เชื้อผ่านฝุ่นขนและสารคัดหลั่งต่าง ๆ จากนั้นไล่ตรวจหานกป่วยไปเรื่อย ๆ ในรอบ 90 วันข้างหน้า ถ้าไม่เจอนกที่ให้ผลบวกเพิ่มเลย ถือว่าปลอดภัย แต่ถ้ายังมีนกที่ให้ผลบวกอยู่ เราก็จับนกแยกเพื่อกักโรคไปเรื่อย ๆ ดีกว่าต้องทำลายทิ้งทั้งฟาร์มเช่นในหลายประเทศทำกัน
2. โรคฝีดาษในนก Avian Pox ชนิด Diphtheritic Form
เกิดจากเชื้อ Avipoxvirus อยู่ในวงศ์ Poxviridae การติดเชื้อจะแพร่ผ่านพาหะสำคัญคือยุง หรือแพร่ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับนกที่ติดเชื้อ direct contact เช่น นกพิราบ นกกระจอกบ้าน ความรุนแรงของโรคมีตั้งแต่พบคราบแผลในเยื่อบุช่องปากและหายได้เอง ไปจนถึงสร้างการอุดกั้นทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ระยะฟักตัวของโรคอยู่ที่ประมาณ 4–10 วันหลังสัมผัสเชื้อ อาการทางคลินิกมีลักษณะเป็นคราบแผลนูนสีเหลืองขาวแบบ caseous อยู่ที่เยื่อบุช่องปาก ขอบลิ้น และช่องเปิด choana ที่เพดานปากบน ทำให้นกเจ็บทุกครั้งที่กลืนอาหาร สุดท้ายนกก็จะไม่กิน ไม่ดื่ม ในรายที่ป่วยเรื้อรังมักเสียชีวิตจากขาดอาหาร ความเจ็บปวด และติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
การวินิจฉัยด้วยการตรวจ PCR จาก swab ที่รอยโรคช่วยยืนยันโรคได้รวดเร็วมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่สัตวแพทย์ไทยจะคุ้นเคยกับโรคนี้ เพราะเป็นโรคประจำถิ่นที่พบมาตั้งแต่เรียนในมหาวิทยาลัย บ่อยครั้งเพียงมองแค่รอยโรคก็สามารถวินิจฉัยได้เลย แต่กระนั้นก็ไม่ควรมองข้ามการวินิจฉัยแยกโรคของรอยโรค ได้แก่ candidiasis ในช่องปาก, trichomoniasis, hypovitaminosis A, bacterial stomatitis และ oral squamous cell carcinoma ในส่วนการรักษาก็เป็นแบบประคับประคองและบรรเทาอาการ หรือรักษาตามอาการไปเรื่อย ๆ ร่วมกับการป้อนอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย พอผ่านไปประมาณ 14 วันขึ้นไป อาการต่าง ๆ ก็จะค่อยทุเลาลงไป บางรายอาจยาวไปถึง 45 วัน ในส่วนการดูแลระยะยาวต้องป้องกันยุงมากัดนกด้วยมุ้งตาข่ายและการระบายน้ำขังเพื่อลดการเกิดลูกน้ำในอนาคต ส่วนการให้ความรู้เจ้าของให้เน้นการแยกกักโรคนกใหม่ เพื่อลดโอกาสนำเชื้อฝีดาษเข้ามาสู่นกในบ้าน อีกทั้งทำตาข่ายขึงไว้ด้านบนกรงอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันนกในธรรมชาติลอบเข้ามาในกรงนกเพื่อแพร่โรค
3. การติดเชื้อยีสต์ชนิด Candidiasis
การติดเชื้อยีสต์ในกลุ่ม Candida ในช่องปากและทางเดินอาหารส่วนต้น เกิดจากเชื้อยีสต์ฉวยโอกาสในสกุล Candida โดยเฉพาะ Candida albicans, Candida tropicalis, Candida krusei หรือ Candida glabrata จัดเป็นโรคเชื้อยีสต์ฉวยโอกาสที่เกิดมาจากหลายปัจจัย เช่น การให้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน ภาวะทุพโภชนาการ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม ความรุนแรงของโรคมีตั้งแต่การระคายเคืองเยื่อบุช่องปากเล็กน้อย เป็นคราบขาว ไปจนถึงช่องปากอักเสบ stomatitis แบบ pseudomembranous ชนิดรุนแรง
อาการทางคลินิก ได้แก่ มีคราบขาวยึดติดแน่นที่เยื่อบุช่องปาก ลิ้น และช่อง choana บริเวณเพดานปากบน ทำให้มีลักษณะเฉพาะที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า “turkish towel” ร่วมกับการสำรอกอาหาร กลิ่นปากเหม็นเปรี้ยวและน้ำหนักลดลงเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่กินได้ดี ในลูกนกโรคนี้จะทำให้กระเพาะพักหยุดทำงาน crop stasis (sour crop) ท้องอืด และอัตราการเติบโตลดลง ในส่วนระยะฟักตัวของโรคนี้ไม่ชัดเจน เพราะ Candida เป็นเชื้อปกติที่เป็น normal flora ของทางเดินอาหารส่วนต้นในนกแก้วอยู่แล้ว ซึ่งพบได้แต่น้อยมาก แต่พอมีปัจจัยอื่นมาส่งเสริมก็จะก่อโรคขึ้นมาได้
การวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการทำได้โดยการตรวจด้วย direct microscopy จาก wet mount หรือย้อมสีแกรมและ dip quick จากเมือกในช่องปาก หรือกระเพาะพัก ซึ่งภายใต้กล้องจุลทรรศน์เราจะเห็นยีสต์ที่แตกหน่อและ pseudohyphae แบบแตกแขนง หรือการเพาะเชื้อหายีสต์บน Sabouraud dextrose agar ช่วยให้ระบุเชื้อได้อย่างชัดเจน โดยใช้เวลาประมาณ 5 – 7 วัน การวินิจฉัยแยกโรค ได้แก่ oropharyngeal trichomoniasis, diphtheritic avian pox, bacterial stomatitis, squamous metaplasia, hypovitaminosis A และสิ่งแปลกปลอมในช่องปาก
การรักษารอยโรคเฉพาะที่ช่องปาก ควรเริ่มต้นด้วยการใช้ nystatin suspension เนื่องจาก nystatin ออกฤทธิ์เฉพาะที่จึงต้องสัมผัสกับรอยโรคโดยตรงจึงจะได้ผล ระยะเวลาการรักษาประมาณ 14 วันเพื่อประเมินผลการรักษาในขั้นต้น และถ้าดีขึ้นก็ควรให้ยาต่ออีก 7 วันเพื่อให้รอยโรคหายหมด รวมเป็น 21 วัน แต่ถ้าใช้ nystatin แล้วไม่ได้ผล ก็ควรลองใช้ fluconazole หรือ voriconazole ร่วมกับการต้นหาสาเหตุอื่นที่กดภูมิคุ้มกัน ดูแลความสะอาดของน้ำและอาหารให้เข้มงวดมากขึ้น การให้ความรู้เจ้าของควรมุ่งเน้นการเตรียมสูตรอาหารป้อนลูกนกอย่างถูกต้อง การควบคุมอุณหภูมิอาหาร ความสะอาด อุณหภูมิตู้กกลูกนก และหลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะเชิงป้องกันโดยไม่จำเป็น
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบทความเท่านั้น อ่านบทความฉบับเต็มพร้อมหัวข้อเรื่องโรค Aspergillosis , โรคคอดอก Oropharyngeal trichomoniasis , โรค Knemidocoptiasis และโรคจะงอยปากเป็นเชื้อรา พร้อมภาพประกอบรอยโรคที่หาดูได้ยากต่อได้ที่ : https://readvpn.com/article/detail/2595
บทความโดย : น.สพ.เกษตร สุเตชะ
Disclaimer: เนื้อหานี้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลวิชาการจากต่างประเทศเพื่ออัปเดตความรู้เท่านั้น ยาบางชนิดอาจยังไม่ขึ้นทะเบียนในไทย VPN Magazine มิได้มีเจตนาโฆษณาหรือส่งเสริมการใช้ยาผิดกฎหมาย สัตวแพทย์ควรใช้วิจารณญาณในการรักษาตามหลักวิชาการอย่างรอบคอบ
สำหรับคุณหมอสัตวแพทย์ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก
ตอนนี้ทาง VPN มีโปรโมชั่นน่าสนใจอยู่นะ
💙 อ่านออนไลน์ จ่ายถูกกว่า -
สำหรับสัตวแพทย์ท่านที่สมัครสมาชิกแบบอ่านออนไลน์ (ไม่รับหนังสือ) จ่ายเพียง 1,500 บาท/ปี เท่านั้น และยังสามารถทำ CE online ในเว็ปไซต์ได้ตามปกติ
💙 อ่านจากเล่ม เน้นสะสม -
สำหรับท่านที่สมัคร/ต่ออายุสมาชิกแบบรับหนังสือ (สามารถใช้งานเว็ปไซต์และทำ CE online ได้ด้วย)
📍 ได้ทำ CE online มากกว่า 40 คะแนน/ปี
📍 ดาวโหลด E-book ไปอ่านได้
📍 ใช้งานเว็ปไซต์ได้เต็มรูปแบบ
📍 E-learning online course
ดูรายละเอียดแพคเกจ
และสมัครออนไลน์ด้วยตัวเองได้ที่ https://www.readvpn.com/register
หรือสอบถามเพิ่มเติม
add Line :
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เว็บไซต์
ที่อยู่
Henri-Dunant Road , Pathumwan
Bangkok
10330