Toppish Hopper

Toppish Hopper

แชร์

Photos from Toppish Hopper's post 25/10/2019

Maldives - Indian Ocean
มัลดีฟส์ - มหาสมุทรอินเดีย

_____

สวัสดีครับ คราวนี้เรามาพักพ่อนแบบนั่งๆนอนๆกิจกรรมน้อยๆบ้างดีกว่าครับ :) เวลานี้ถ้าพูดถึงสถานที่พักผ่อนแบบชิวจริงๆก็คงจะมีประเทศมัลดีฟส์ติดอยู่ในลิสท์บ้าง สำหรับท็อปและครอบครัวก็เหมือนกันครับ ปัจจุบันที่มัลดีฟส์มีรีสอร์ทให้เลือกมากขึ้นเรื่อยๆตามความนิยม และ Soneva Jani ก็เป็นรีสอร์ทที่เปิดมาได้เพียง 3 ปี โดยสิ่งที่ทำให้ที่นี่เป็นที่รู้จักน่าจะเป็นการออกแบบของรีสอร์ทที่แปลกออกไป มาพร้อมกันห้องพักที่มีสไลเดอร์ลงทะเลได้เลย ที่มัลดีฟส์รีสอร์ทแทบทุกที่อยู่บนเกาะที่มีน้ำใสมากกกอยู่แล้วครับ เพียงแต่จะแตกต่างกันไปตามบริการและสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งผมคิดว่าหากต้องการได้พักผ่อนบนชายหาดสีขาว น้ำสีฟ้าใส สามารถเลือกที่ไหนก็ได้เลยครับ

ช่วงไฮซีซั่นสำหรับมัลดีฟส์คือช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายน เพราะจะมีปริมาณฝนน้อยมากกทำให้เราได้อยู่กับฟ้าใสๆและน้ำสีฟ้าทั้งวันเลยครับ ซึ่งราคาที่พักช่วงนี้ก็จะสูงไปด้วยครับ แต่ถึงแม้จะหน้าฝนส่วนใหญ่ฝนก็จะตกช่วงสั้นๆครับ ผมแนะนำให้เลือกพักช่วงพฤษภาคมหรือตุลาคมซึ่งปริมาณฝนไม่มากเท่ากลางปี แถมยังได้พักในราคาโลว์ซีซั่นด้วยครับ

_____

- การเดินทาง -

จากกรุงเทพไปยังมัลดีฟส์สามารถบินตรงได้ใช้เวลาประมาณ 4.30 ชั่วโมง โดยสายการบิน Bangkok Airways และ AirAsia หรือบินแบบแวะพักก็จะมีสายการบิน SriLankan Airlines ที่เป็นฟูลเซอร์วิสและมักมีโปรโมชั่นครับ ปกติแล้วการเดินทางต่อไปรีสอร์ทจากสนามบินจำเป็นต้องจองการเดินทางเมื่อจองที่พักครับ ซึ่งรีสอร์ทจะมีเคาท์เตอร์ที่สนามบินหรือถือป้ายรอเมื่อเดินทางถึงเลยครับ

_____

- ที่พัก -

สมัยนี้การจองที่พักง่ายมากกกก ทั้งผ่านเวบเอเจ้นท์ จองตรงกับรีสอร์ท หรือในไทยก็มีเอเจ้นท์ที่ขายแพ็คเก็จมัลดีฟส์โดยเฉพาะ ซึ่งจะสะดวกสำหรับคนที่ไม่ชอบความยุ่งยากเพราะซื้อได้ทั้งตั๋วเครื่องบิน ห้องพักรีสอร์ทและแพ็คเก็จเสริม เช่น Half Board ที่รวมอาหารวันละ 2 มื้อ หรือ All inclusive ที่รวมอาหารสามารถมื้อและเครื่องดื่มไม่อั้นเป็นต้นครับ ส่วนตัวผมจองกับทางรีสอร์ทโดยตรง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คนไทยด้วยครับ อ้อ ที่ Soneva มีออกบูธโปรโมชั่นที่งานไทยเที่ยวไทยด้วยนะครับ ราคาดีมากกสำหรับคนไทยครับ อิอิ สำหรับ Soneva ที่มัลดีฟส์ยังมีอีก 1 รีสอร์ทชื่อว่า Soneva Fushi ซึ่งห้องพักจะไม่มีแบบบนน้ำครับ แต่เท่าที่ดูจากภาพน้ำก็ใสมากเช่นกันครับ

_____

จริงๆแล้วหลายคนคงเห็นภาพมัลดีฟส์ทั้งจากรีวิวหรือเว็บไซท์ต่างๆมาเยอะแล้ว ยังไงหากใครยังไม่เคยไปสัมผัส ผมคิดว่าการได้ไปพักผ่อนที่นี่ซักครั้ง ก็ทำให้เราลืมความวุ่นวายของเมืองในชีวิตประจำวัน แต่ไปวุ่นวายกับการหามุมสวยๆถ่ายรูปที่มัลดีฟส์แทนครับ 5555 แต่จริงๆก็ได้ไปพักสมองด้วยครับ

เร็วๆนี้ผมจะเอาวิดีโอมุมสูงแบบสั้นๆมาฝากนะคร้าบ

Toppish Hopper

15/10/2019

📍Pangong Lake - India

สถานที่บางที่ ก็เหมาะกับการเดินทางไปเยือนหลายๆครั้ง ความสวยงามเมื่อวานกับวันนี้ มันอาจจะมีรายละเอียดที่ต่างกันก็ได้ ❤️

- Toppish Hopper -

Photos from Toppish Hopper's post 07/10/2019

Chitwan National Park - Nepal
อุทยานแห่งชาติจิตวัน - เนปาล
_____

สวัสดีครับ หลังจากหายไปนาน คราวนี้มาสโลว์กับชีวิตสัตว์ป่าและป่าไม้กันบ้างครับ เมื่อพูดถึงเนปาล หลายคนคงจะคิดถึงเทืิอกเขาหิมาลัย การเดินเทรค ไปจนถึงสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม นอกจากสิ่งที่กล่าวมา เนปาลยังมีอุทยานแห่งชาติจิตวัน ใกล้กับเมือง Bharatpur เป็นเหมือนซาฟารีขนาดย่อมในพื้นที่เกือบ 1,000 ตารางเมตร และได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดย UNESCO ครับ ที่นี่มีสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น เสือโคร่ง เสือดาว ช้างป่า แรด ให้ได้ชม และยังมีที่พักหลายระดับให้เลือกเช่นกันครับ ซึ่งผมใช้เวลาที่นี่เพียง 3 วัน 2 คืน จึงมีเวลานั่งรถจีพส่องสัตว์แค่ 1 วัน น่าเสียดายที่ไม่พบเสือโคร่งและจระเข้เลยครับ แต่กิจกรรมที่ผมได้ทำ ตั้งแต่ขี่ช้างเข้าป่าส่องสัตว์ อาบน้ำช้าง ล่องเรือค้ำถ่อตอนเช้า รวมไปถึงทานอาหารเช้าพร้อมกับบรรยากาศริมแม่น้ำ ก็นับว่าคุ้มค่าในเวลาอันจำกัดครับ หากใครมีเวลามากกว่านี้ก็สามารถเพิ่มเวลาสำหรับโอกาสในการพบสัตว์หายากมากขึ้นครับ

เดือนที่คนไม่นิยมในการเดินทางไปนั้นจะเป็นช่วงตั้งแต่พฤษภาคมจนถึงกันยายนครับ เนื่องจากอากาศค่อนข้างร้อนรวมถึงมีฝนครับ
_____

- การเดินทาง -

จากกรุงเทพฯ สามารถบินตรงไปยังเมืองกาฐมาณฑุ จากนั้นต่อรถบัสจากจุดขึ้นรถ Sorakhutte ใกล้กับ Thamel ใช้เวลา 5-7 ชั่วโมงในราคา 700 รูปีเนปาล(ประมาณ 190 บาท)ครับ หรือสามารถเดินทางโดยเครื่องบินไปลงเมือง Bharatpur เพียงครึ่งชั่วโมง เลือกได้ทั้งสายการบิน Yeti Airlines หรือ Buddha Air ครับ ราคาเริ่มที่ประมาณ 2,700 บาทต่อเที่ยว (ส่วนตัวแนะนำ Buddha Air เนื่องจากมีสถิติล่าช้าที่น้อยกว่าครับ) จากนั้นเดินทางเข้าสู่อุทยานอีกประมาณ 10 กิโลเมตรเป็นอย่างน้อยขึ้นอยู่กับที่ตั้งของที่พักครับ ผมแนะนำให้ติดต่อที่พักมารับที่สนามบินคร้าบ
_____

- วีซ่า -

คนไทยจำเป็นต้องขอวีซ่าซึ่งง่ายมากกกครับ โดยยื่นที่สถานทูตฯเนปาล กรุงเทพฯ มีเอกสารคือ หนังสือเดินทางอายุมากกว่า 6 เดือนพร้อมสำเนา แบบฟอร์มโหลดจากเว็ปไซท์สถานทูตฯ รูปถ่ายสี 2x2 นิ้ว และค่าธรรมเนียม 1,000 บาทสำหรับอยู๋ 15 วันครับ ใช้เวลาเพียง 1 วันเท่านั้นครับ(รับวันทำการถัดไป)
_____

- ที่พัก -

ที่อุทยานจิตวันนั้นมีที่พักให้เลือกหลากหลายประเภทกระจายอยู่ทั่วไปเริ่มต้นเพียงคืนละไม่ถึง 200 บาท!! ซึ่งจัดว่าปลอดภัยและโดยส่วนใหญ่จะเป็นแนวรีสอร์ทครับ สำหรับผมเดินทางกับคุณแม่ซึ่งชอบนอนเล่นในที่พัก 55 จึงเลือกพักที่ Barahi Jungle Lodge ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับท่านครบครับ ทั้งห้องพัก กิจกรรมและอาหารการกินต่างๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของที่พักก็ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีครับ หากใครเน้นท่องเที่ยวข้างนอกเป็นหลัก ก็สามารถเลือกที่พักแบบเกสท์เฮ้าส์ได้เช่นกันครับ
_____

- ท่องเที่ยวโดยรอบ -

สำหรับการท่องเที่ยวในอุทยาน เพื่อความสะดวกสามารถติดต่อกับที่พักได้โดยตรงครับ ที่พักส่วนใหญ่จะจัดกิจกรรมของตนเองทั้งแบบส่วนตัวหรือร่วมกับแขกอื่นๆ หรือหากไม่มี ที่พักก็จะมีคอนแทคกับทัวร์ครับ กิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ขี่ช้างส่องสัตว์ป่า อาบน้ำช้าง นั่งรถจีพส่องสัตว์แบบเต็มวันและครึ่งวัน ล่องเรือค้ำถ่อ ขี่เกวียนในชุมชน เป็นต้นครับ

สำหรับผู้ที่ต้องการความตื่นเต้นในการเจอสัตว์ป่า การนั่งรถจีพน่าจะตอบโจทย์มากที่สุดครับ เพราะสามารถเดินทางในอุทยานได้เป็นบริเวณกว้าง และสิ่งที่ผมคิดว่าจะพบแน่ๆเลยคือแรดครับ เพราะมีค่อนข้างเยอะทีเดียว ส่วนเสือโคร่งนั้นอาจจะพบค่อนข้างยากหรือเห็นได้ไกลๆครับ แต่ผมไม่เจอเลย TT
_____

อุทยานจิตวันอาจจะไม่ตื่นเต้นเท่ากับซาฟารีในแถบแอฟริกา เนื่องจากจิตวันเป็นป่าค่อนข้างทึบ แต่ผมว่าที่นี่ก็เป็นเสน่ห์ของซาฟารีในเอเชียแห่งหนึ่ง ที่มีการอนุรักษ์และได้เจอกับสัตว์ป่าตามธรรมชาติที่หาได้ไม่ง่ายนัก และยังได้อยู่กับตัวเอง คนรอบข้าง ใช้ชีวิตอย่างช้าๆท่ามกลางธรรมชาตินี้ครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ บุคคลสาธารณะ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บุคคลสาธารณะ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok