Decode.plus
จากสารคดีแบบ Backpack Journalist เปลี่ยนผ่านสู่ Future journalist ภายใต้ชื่อ Decode ขยายพรมแดนงานสารคดีข่าวที่มีชีวิต ทั้งรูปแบบรายการ สารคดี งานเขียน และการเล่าเเรื่องผ่านเสียงเพื่อสร้างบทสนทนาของคนรุ่นใหม่
ขอบคุณทุกการตอบรับ ตลอด 8 ปี ของ รายการ สารคดีข่าว Backpack Journalist
แต่นับจากนี้เราจะออกเดินทางอีกครั้ง ภายใต้พรมแดนใหม่ ทีมเดิม
CRACK หาความเป็นไปได้สำหรับคน Gen นี้ เพื่อช่วยกัน CRAF
22/05/2026
ข่าวคดีกราดยิง สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ถอยออกไปจากหน้าสื่อเร็วกว่าที่คาดเอาไว้มาก
จากข้อมูลที่เปิดสู่สาธารณะ ผลล่าสุดของการสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์กราดยิงใส่รถของสส. พรรคประชาชาติรายนี้ ซึ่งเกิดใกล้บริเวณหน้าบ้านพักของเขาเองที่บาเจาะเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 20 มีนาคม มีความคืบหน้าไม่น้อย
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยไปแล้ว 7 คน โดยที่ผู้ถูกจับกุมสองคนหลังสุดต่างได้ประกันตัว แม้ว่าทางทนายความของ สส. กมลศักดิ์จะคัดค้านเพราะเกรงจะส่งผลกระทบไปถึงหลักฐานของคดี อย่างไรก็ตาม ข่าวความคืบหน้าของคดีเริ่มจางหายไป ขณะที่ตัว สส. กมลศักดิ์เองให้ความเห็นกับสื่อว่า เขาเชื่อว่าคนลงมือไม่ได้มีเพียงแค่นี้
อันที่จริงแล้วทีมทนายความของ สส. กมลศักดิ์ ได้ยื่นหนังสือกับทางพนักงานสอบสวน แสดงความเป็นห่วงพร้อมทั้งมีข้อเสนอแนะในเรื่องของการตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติม ที่สำคัญที่ทีมทนายความของสส. กมลศักดิ์เสนอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งเก็บข้อมูลการใช้โทรศัพท์ติดต่อของบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลาปฏิบัติการก่อนที่ข้อมูลเหล่านี้จะถูกลบไปตามขั้นตอนของบริษัทผู้ให้บริการ พวกเขาเชื่อว่านี่เป็นหลักฐานที่จะบ่งชี้ถึงการติดต่อต่าง ๆ ซึ่งอาจช่วยให้สาวไปถึงคนอื่น ๆ ที่อยู่เบื้องหลังได้
คดีนี้ปรากฏภาพความเชื่อมโยงชัดเจนระหว่างอดีตนายทหารและทหารที่ยังรับราชการที่พัวพันในการก่อเหตุ หากไม่นับคนขับรถและเจ้าของอู่ที่รับหน้าที่ “ชำแหละ” รถที่ใช้ก่อเหตุแล้ว ก็ต้องบอกว่า บุคคลสำคัญในกลุ่มนี้ล้วนแต่เป็นอดีตทหารเรือและทหารเรือที่ยังอยู่ในราชการ
“ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าพื้นที่นี้จะไม่เคยมีการตอบโต้กันไปมาระหว่างผู้ถืออาวุธด้วยความโกรธเคืองที่ทะลุมิติความเป็นมืออาชีพ ทว่านี่เป็นกรณีสำคัญอย่างยิ่งที่มีผู้อ้างเหตุไม่ชอบใจผู้ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนจนต้องหาทางกำจัดและด้วยวิธีอันรุนแรง คำถามสำคัญอันเนื่องมาจากเรื่องของการลอบยิงสส. กมลศักดิ์จึงอยู่ที่ว่าทัศนะของเจ้าหน้าที่ต่องานสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ความขัดแย้งนี้ติดลบไปขนาดไหนและมีการปลูกฝังกันไปไกลเพียงใด การผูกโยงเรื่องของสิทธิมนุษยชนเข้ากับการก่อการร้ายและกลายเป็นมูลเหตุสนับสนุนการก่ออาชญากรรมหนนี้ มีผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “ตื่น” กับปัญหานี้บ้างหรือไม่”
บางส่วนจากบทความ เมื่อสิทธิมนุษยชนเป็นผู้ร้าย
โดยนวลน้อย ธรรมเสถียร | ขยายประเด็น
🔗อ่านบทความเต็มจากลิงก์ในคอมเมนต์
#ขยายประเด็น #คดีกราดยิงสสกมลศักดิ์ #ชายแดนใต้ #สิทธิมนุษยชน
21/05/2026
เพิ่มรอบฉาย! ภาพยนตร์สารคดี “หะยีสุหลง : คนหลังภาพ” สำหรับแฟนๆที่ลงทะเบียนไม่ทันในรอบแรก #เซฟไว้เลย เปิดฉายรอบสอง 📌เวลา 16.30 น.(25 พฤษภาคม 2569) ณ ห้องTHEATER สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
🔗 ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ : https://forms.gle/poa25woePXWyA3vf7
แอดฯ ไม่สปอยอะไรเยอะ ตามชื่อย่อที่ปรากฎในงานเขียนเรื่องความขัดแย้งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เสมอมา เรื่องราวของหะยีสุหลงกำลังสะท้อนภาพความซับซ้อนของปัญหาหลายมิติ จนกระทั่งกลายเป็นภาพที่ขัดกันอย่างสุดขั้ว
แม้จะผ่านมา 70 ปี คำร้องขอ 7 ประการของหะยีสุหลงก็ยังคงมีเนื้อหาที่ทันสมัย ขณะที่การสูญหายของเขาคือตัวอย่างปัญหาร่วมของการจัดการความขัดแย้งที่ยังดำรงอยู่ในปัจจุบัน
แล้วพบกันค่ะ อย่าลืมพกกระบอกน้ำส่วนตัวมาด้วยนะคะ
#สันติภาพชายแดนใต้ #หะยีสุหลง #อุ้มหาย #ความเป็นธรรม
20/05/2026
‘พิษใต้บาดาล’ จากบ่อดำหนองพะวา สู่ บ่อแดงหนองละลอก
การปนเปื้อนใต้ผิวดินครั้งใหญ่ของประเทศที่โรงงานเพียบ อุตสาหกรรมพรึ่บ และช่องโหว่ของกฎหมายไปจนถึงช่องว่างของระบบราชการยังไม่ถูกสังคายนา
ไม่มีผลไม้รสล้ำ คงเหลือแต่อุตสาหกรรมที่ก้าวหน้าแต่กำลังทิ้งวิถีชีวิตเกษตรกรไว้ข้างหลัง เมื่อสองข้างทางในอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เต็มไปด้วยป้ายรับซื้อที่ดินเพื่อสร้างโรงงาน-รับสมัครพนักงานเพื่อประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
อำเภอบ้านค่าย หนึ่งในอำเภอที่ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนมลพิษครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อย่างกรณี ‘วิน โพรเสส’ ในตำบลหนองพะวา ถึงแม้ชาวบ้านจะชนะคดีและมีคำสั่งขนย้ายกากอุตสาหกรรมจำนวนมากที่เห็นได้ด้วยตาออกไปจนเกือบหมดแล้ว แต่ความเป็นจริง ชาวบ้านยังไม่มีใครได้รับเงินชดเชยจากบริษัทและสารพิษจำนวนมากที่ ‘ไม่อาจเห็นได้ด้วยตา’ ยังคงปนเปื้อนอยู่ในผืนดินหนองพะวา
ห่างไปไม่ไกลเพียง 30 นาที ในตำบลหนองละลอก สวนทุเรียนโชติช่วงก็กำลังเผชิญเหตุการณ์ไม่ต่างจากชาวบ้านหนองพะวาเมื่อครั้งอดีต เมื่อน้ำสีแดงผุดขึ้นจากใต้ดินส่งผลให้ทุเรียนมีผิวไหม้ ต้นยางหลายส่วนยืนต้นตาย จุดสังเกตที่น่าสนใจคือก่อนที่หนองพะวาจะกลายเป็นบ่อดำและทุ่งสีทองจากการปนเปื้อนของมลพิษขึ้นมาสู่ผิวดิน ในระยะแรกนั้นก็ปรากฏ ‘บ่อแดง’ เหมือนกับที่สวนทุเรียนโชติช่วงกำลังเผชิญเข้าปีที่ 4
จากหนองพะวาสู่หนองละลอก แม้จะต่างตำบลแต่ผลกระทบของอุตสาหกรรมกำลังรุกคืบเกษตรกรรม แม้จะเปลี่ยนบทบาทจากกลุ่มทุนรีไซเคิลกากอุตสาหกรรมเป็นผู้ผลิตอุตสาหกรรมโดยตรง หรือกลุ่มทุนไทยกลายเป็นทุนข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีน
ดินเปลี่ยนสีจากทุนเปลี่ยนมือ ชีวิตประชาชนใกล้มลพิษเปลี่ยนไปไม่เหมือนอย่างเคย
“ช่วงที่เราเห็นว่ามันมีบ่อสีแดงผุดขึ้นมาในสวนแล้ว เราไม่กล้าเอาไปรดน้ำต้นยางหรือทุเรียนเลย ขนาดเราไม่ได้ไปกรีดยางแล้วปล่อยทิ้งไว้ จู่ ๆ ยางก็ไม่มีน้ำยางออกมาเลย สปริงเกอร์ที่เอาไว้ใช้รดน้ำทุเรียนก็เริ่มมีคราบสนิมเกาะมากขึ้นบนพลาสติก จนกระทั่งต้นทุเรียนเราก็ตายไปหลายต้น บางต้นไม้ตายแต่ผลมีรอยไหม้”
“ถ้าถามว่าเสียหายเท่าไหร่ รายได้จากที่เคยขายฤดูกาลเป็นล้านก็หารครึ่ง แต่ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มจากเดิมมาอีกครึ่งหนึ่งเพราะเราต้องการรักษาสวนของเราไว้ สรุปแล้วแทบไม่เหลือรายได้เลย” จรัญ โชติช่วง กล่าว
อาจกล่าวได้ว่า เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน ไม่แสดงเจตจำนงที่จะขอให้นำร่างกฎหมาย PRTR กลับมาพิจารณา นั่นทำให้ ร่างกฎหมาย PRTR ที่ใช้เวลารอคอยมานานกว่า 20 ปี จึงจะเข้าที่สภาได้ต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง
“กฎหมาย PRTR ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือสิ่งจําเป็นพื้นฐานของสังคมที่ต้องการความปลอดภัยและความเป็นธรรม ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เกิดมลพิษหรืออุบัติภัยสารเคมี ประชาชน กลับไม่สามารถรู้ได้ชัดเจนว่าแหล่งกําเนิดอยู่ที่ใด ใครเป็นผู้ปล่อย และใครต้องรับผิดชอบ”
เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ
การปัดตกกฏหมายสิ่งแวดล้อมฉบับสำคัญครั้งนี้ภายใต้รัฐบาลอนุทิน การขับเคลื่อนเพื่อสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อมของคนทั้งประเทศ ไม่เพียงแต่จะต้องกลับไปนับหนึ่งอีกครั้ง แต่การล่าถอยท่ามกลางการเกิดอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมจำนวนมากที่เกิดขึ้นโดยกลุ่มทุนหลายสัญชาติ รวมถึงภายใต้นโยบายจากภาครัฐ อาจเป็นสัญญานว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับคนกลุ่มใดมากกว่ากัน
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ ใต้คอมเมนท์
เขียน : นทธร เกตุชู
ภาพ : พันวิทย์ ภู่กฤษณา
กราฟิก : ณิชกานต์ บุญไชย
#มลพิษปนเปื้อน #วินโพรเสส #กากอุตสาหกรรม #บ่อดำหนองพะวา #บ่อแดงหนองละลอก
19/05/2026
❌ Sold out ❌
เต็มแล้วทุกที่นั่ง รอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์สารคดี “หะยีสุหลง : คนหลังภาพ”
ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจลงทะเบียนมาดูหนัง ฟังทอร์คในรอบนี้ สถานีต่อไปติดตามรอบฉายที่จังหวัดปัตตานี เร็ว ๆ นี้ ติดตามรายละเอียดได้ทางเพจเฟสบุ๊ก decode
แต่สำหรับเสวนา “หะยีสุหลงกับโอกาสของการปรองดองทางการเมือง” ช่วงเวลา 14.00–15.30 น. | สามารถติดตามได้ผ่านทาง Facebook LIVE นะคะ
#สันติภาพชายแดนใต้ #หะยีสุหลง #อุ้มหาย #ความเป็นธรรม
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ บุคคลสาธารณะ
เว็บไซต์
ที่อยู่
Thaipbs
Bangkok
10210