IAS Academic

IAS Academic

แชร์

IAS Academic คือ page ที่นำเสนอและเผยแพร่บทความวิชาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ อันเป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับเอเชียศึกษา จากวารสารเอเชียปริทัศน์และ วารสาร Asia Review ของสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิชาการ ส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้ทางวิชาการแก่บุคคลทั่วไปที่สนใจในประเด็นที่เกี่ยวข้อง และเผยแพร่ผลงานวิชาการสู่สาธารณะเพื่อประโยชน์ในวงกว้าง

13/06/2025

FRENCH APPEASEMENT POLICY TOWARD SIAM (1937-1939)
Alexandre Barthel
Between 1940 and 1941, a military conflict broke out between France and Siam, resulting in Siam reclaiming portions of territory in Laos and Cambodia. This confrontation later became a significant episode in Thailand’s historical memory. The loss of colonial territories in Indochina by a major Western power is a subject that warrants deeper reflection; it was far from accidental and must be understood within the broader context of global political developments at the time.
A key factor was France’s adoption of an appeasement policy, mirroring the broader diplomatic posture of Western powers—especially Britain and France—in the years leading up to the Second World War. This policy, originally directed toward Germany in the aftermath of the First World War, involved acquiescing to—or at least not resisting—the demands or actions of more aggressive states, with the aim of avoiding conflict or war. Notably, France applied this approach to Siam as well, despite being aware of Siam’s growing alignment with Japan, which was actively expanding its influence in the Indochina region. Yet as the colonial ruler of Indochina, France took no serious military countermeasures nor did it prepare adequately for the increasingly volatile situation.
This reluctance was further compounded by France’s deep-seated anxiety over the spread of communism. Rather than investing in military preparedness—such as weapons industries—in the Indochinese territories, France prioritized maintaining internal "order" in the region. This hesitation stemmed from fears that developing local industries might enlarge the laboring classes and inadvertently strengthen the social base for communist ideologies already taking root from within. These intertwined political considerations ultimately contributed to France’s failure to defend its territorial holdings along the Indochinese frontier.
This article provides a clear account of the historical circumstances while also introducing a novel perspective: the application of appeasement policy—traditionally studied in the context of Europe—to Southeast Asia. It helps explain why Siam, a comparatively small nation, dared to challenge a colonial power. Furthermore, it underscores the shifting nature of geopolitical power and reminds us that global hierarchies are never entirely fixed.
This article was originally published in English.
Read full article >> https://so01.tci-thaijo.org/index.php/arv/article/view/270376/179198

นโยบายประนีประนอมของฝรั่งเศสต่อสยาม ค.ศ. 1937-1939
อเล็กซองดร์ บาร์แตล.
เมื่อปี ค.ศ. 1940–1941 ได้เกิดการรบพุ่งกันระหว่างฝรั่งเศสกับสยาม การปะทะกันครั้งนั้นส่งผลให้สยามได้ยึดดินแดนบางส่วนในลาวและกัมพูชากลับคืนมาได้ กลายเป็นหนึ่งเหตุการณ์ที่เป็นความทรงจำอันสำคัญของประเทศไทยในภายหลัง ทั้งนี้การเสียดินแดนในอาณานิคมรอบพื้นที่อินโดจีนของชาติมหาอำนาจเป็นประเด็นที่น่าขบคิด และหาใช่เหตุพลั้งพลาดโดยบังเอิญไม่ แต่อันที่จริงมีเหตุปัจจัยสืบเนื่องหลายประการตามบริบทการเมืองโลกในเวลานั้น
ประการสำคัญคือ นโยบายประนีประนอม (APPEASEMENT POLICY)ของฝรั่งเศสที่สอดคล้องกับท่าทีของชาติตะวันตกโดยเฉพาะบริเตนและฝรั่งเศสในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเป็นนโยบายที่มีต่อเยอรมนีหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยเป็นแนวทางทางการทูตที่รัฐหนึ่งเลือกใช้โดย "ยอมให้" หรือ "ผ่อนปรน" ต่อความต้องการหรือการกระทำของรัฐอื่น โดยเฉพาะในกรณีที่อีกฝ่ายมีแนวโน้มก้าวร้าว เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งหรือสงคราม ประการที่น่าสนใจคือฝรั่งเศสนำนโยบายนี้มาใช้กับไทยด้วยในขณะที่รับรู้ว่าไทยกำลังดำเนินการเข้าร่วมเป็นพัทธมิตรกับญี่ปุ่นที่ขยายอิทธิพลเข้ามาในภูมิภาคอินโดจีน ฝรั่งเศสในฐานะผู้ปกครองอินโดจีนก็ไม่ได้ดำเนินการตอบโต้หรือเตรียมความพร้อมทางทหารเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจคาดได้ว่าสามารถเกิดขึ้นได้
ประกอบกับความระแวงในลัทธิคอมมิวนิสต์ ทำให้ฝรั่งเศสเลือกที่จะควบคุม “ระบบระเบียบ” ภายในภูมิภาคที่ตนเองดูแลอยู่แทน อีกทั้งเลือกที่จะไม่เตรียมการหรือพัฒนาใดใดในเชิงการรบ เช่นอุตสาหกรรมอาวุธสงคราม ในพื้นที่อินโดจีน ด้วยเกรงว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนของชนชั้นแรงงานและกลายเป็นการสร้างฐานกำลังให้ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่กำลังก่อตัวจากภายในนี้เอง ด้วยประการข้างต้นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ฝรั่งเศสสูญเสียดินแดนแถบชายแดนของภูมิภาคที่ตนเองดูแลไป
บทความนี้ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรวมทั้งเปิดมุมมองใหม่ในการศึกษาการใช้นโยบายประนีประนอม ซึ่งมักเป็นหัวข้อศึกษาที่มีเฉพาะในยุโรปมาวิเคราะห์สถานการณ์ในภูมิภาคอินโดจีนหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างน่าสนใจ และทำให้ทราบว่านโยบายนี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยอธิบายว่าเหตุใดสยามในเวลานั้นถึงมีความกล้าในการเปิดศึกกับประเทศเจ้าอาณานิคม รวมทั้งชี้ให้เห็นพลวัตรเชิงอำนาจที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ
บทความนี้เผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษ
อ่านฉบับเต็มได้ที่>>>> https://so01.tci-thaijo.org/index.php/arv/article/view/270376/179198

05/02/2025

เอเชียปริทัศน์ ปีที่ 45 ฉบับที่ 1 (2024): มกรคม-มิถุนายน 2567
ในโลกที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความเชื่อ ความท้าทายที่มนุษยชาติเผชิญมักสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างอดีตและปัจจุบัน ทั้งในมิติของการเมือง ศาสนา และการปรับตัวในยุคสมัยใหม่ บทความสามชิ้นที่กล่าวถึงในหนังสือเล่มนี้ แม้จะมีบริบทที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม แต่ล้วนสื่อสารถึงประเด็นสำคัญของความเชื่อมโยงระหว่างความเชื่อ ความหวัง และการฟื้นฟูที่มนุษย์ใช้เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง บทความในวารสาร เอเชียปริทัศน์ ปีที่ 45 ฉบับที่ 1 ปีพุทธศักราช 2567 ฉบับนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเชื่อมโยงวัฒนธรรม ความเชื่อ และการปรับตัวในกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก
การปลดปล่อยอาณานิคมตามแนวทางสำนักอินเดีย" โดย ธนเชษฐ วิสัยจร นำเสนอความพยายามปลดปล่อยเสียงของผู้คนในสถานะรองในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยแสดงให้เห็นว่า การฟื้นฟูอัตลักษณ์และความรู้ที่ไม่ได้ยึดโยงกับโลกตะวันตกคือเครื่องมือสำคัญที่สามารถขับเคลื่อนความเท่าเทียมได้
ความอดทนสู่ความสามัคคี: วิถีมุสลิมในเอกภาพบนความหลากหลาย" ซารีฮาน ขวัญคาวินก็ชี้ให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของศาสนาและวัฒนธรรมมุสลิมในการปรับตัวกับวิกฤตการณ์โรคระบาด COVID-19 ซึ่งการรวมกลุ่ม ความเชื่อในพระเจ้า และการยอมรับชีวิตแบบ "New Normal" กลายเป็นรากฐานสำคัญในการฟื้นฟูชุมชน
ในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น บทปริทัศน์หนังสือ My Hanuman Chalisa ของ Devdutt Pattanaik โดย ซิมมี อุปรา ช่วยชี้ให้เราเข้าใจว่าบทสวดหนุมานที่สืบทอดจากกวีตุลสีดาส ไม่ได้เพียงแค่เล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของบทสวด แต่ยังเชื่อมโยงจิตวิญญาณของมนุษย์เข้ากับพลังของความหวังและการฟื้นฟู หนังสือเล่มนี้สะท้อนถึงการเข้าถึง "ธรรมะ" หรือแก่นแท้ในจิตใจ ซึ่งช่วยให้มนุษย์ก้าวข้ามข้อจำกัดภายในของตน
ทั้งสามบทความเน้นย้ำว่าการสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับบุคคลหรือสังคม จำเป็นต้องมีรากฐานจากการฟื้นฟูทั้งในเชิงวัฒนธรรม ศาสนา และจิตวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพื้นที่เสียงให้กับผู้ด้อยโอกาส การปรับตัวสู่สังคมที่ยั่งยืน หรือการค้นพบพลังภายในผ่านศรัทธา เรื่องราวเหล่านี้ล้วนยืนยันถึงความเชื่อมโยงของมนุษย์ในมิติต่าง ๆ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่งของโลก
อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่>>> https://so01.tci-thaijo.org/index.php/asianreview

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

ที่อยู่


อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ชั้น 7 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00