SMART LAW
24/02/2026
☆☆☆ การที่ศาลสั่งคินทรัพย์จำนวน 74 ล้านบาท ให้แก่ทนายตั้ม น่าจะเป็นผลดีต่อพี่อ้อย
☆☆☆ ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าคดีนี้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้ทรัพย์จำนวน 74 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดินอันเนื่องมาจากข้อหาฟอกเงินโดยอ้างมูลฐานความผิดมาจากคดีฉ้อโกงพี่อ้อย
☆☆☆ หากศาลมีคำสั่งตามคำร้องของอัยการให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน พี่อ้อยจะหมดสิทธิบังคับชำระเงินคืนจากทรัพย์จำนวน 74 ล้านบาท นี้ทันทีเพราะทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินเสียแล้ว
☆☆☆ แต่เมื่อศาลมีคำสั่งคืนทรัพย์ให้แก่ทนายตั้ม นั่นหมายความว่าหากพี่อ้อยชนะคดีก็สามารถบังคับชำระเงินที่ถูกฉ้อโกงไปจากทรัพย์จำนวน 74 ล้านบาทนี้ได้
☆☆☆ ในระหว่างนี้หากเกรงว่าทรัพย์ดังกล่าวอาจถูกจำหน่าย จ่าย โอน ออกไป พี่อ้อยอาจขอคุ้มครองชั่วคราวระหว่างพิจารณา โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้ ยึด หรืออายัด ทรัพย์ดังกล่าวไว้ระหว่างพิจารณาจนกว่าคดีที่พี่อ้อยเป็นผู้เสียหายจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดก็ได้
☆☆☆ หรือหากทรัพย์ดังกล่าวถูก จำหน่าย จ่าย โอน ไปก่อน พี่อ้อยก็ยังสามารถดำเนินคดีข้อหาโกงเจ้าหนี้ได้
☆☆☆ ผมเห็นด้วยกับคำสั่งศาล ทรัพย์จำนวน 74 ล้านบาทนี้ไม่ควรตกเป็นของแผ่นดิน แต่ควรถูกนำไปชดใช้คืนให้กับพี่อ้อย
17/10/2025
🙏 กราบขอบพระคุณ 🙏
*** คุณอาหมอธวัชชัย กาญจนรินทร์
*** คุณนก ศรีจินดา
ที่เสียสละเวลามาเป็นพยานเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ผู้เสียหาย
กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 จังหวัดสุรินทร์ อ่านคำตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 11 คน รวมทั้งนายประยุทธ มหากิจศิริ และนางสาวอุษณา มหากิจศิริ
พฤติการณ์การกระทำผิดคดีนี้กล่าวคือ กลุ่มนายประยุทธได้ทำการซื้อที่ดินมีโฉนด และที่ดินที่ไม่มีหลักฐานเอกสารสิทธิซึ่งอยู่ในเขต ส.ป.ก. และเขตป่าสงวน จากนั้นได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็นอดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาสีคิ้ว, อดีตนายช่างรังวัด, อดีตนายช่างสำรวจสำนักงานปฏิรูปที่ดิน ฯลฯ ทำการรังวัดสอบเขตโดยขยายเนื้อที่ในโฉนดที่กลุ่มนายประยุทธทำการซื้อมา เพื่อทำให้เนื้อที่ดินในโฉนดมีจำนวนเพิ่มขึ้นและรุกล้ำเข้าไปในที่ดิน ส.ป.ก. และที่ดินป่าสงวน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ นำเอาที่ดิน ส.ป.ก. และที่ดินป่าสงวน เข้ามารวมเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินมีโฉนด
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 พิพากษาลงโทษจำคุกนายประยุทธ 6 กระทง ๆ ละ 4 ปี รวมจำคุก 24 ปี และพิพากษาลงโทษจำคุกนางสาวอุษณา มหากิจศิริ 3 กระทง ๆ ละ 4 รวมจำคุก 12 ปี
*********
นอกจากคดีนี้แล้ว เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2566 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาคดีกล่าวหาอดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ กับพวก รวม 11 ราย ซึ่งนายประยุทธปรากฏชื่อเป็นจำเลยที่ 6 ในฐานะเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดซึ่งมีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกับคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายประยุทธ 4 ปี แต่ลดโทษให้เหลือจำคุก 2 ปี 8 เดือน
*********
นอกจากคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 และคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ที่มีคำพิพากษาไปแล้ว นายประยุทธ และบุตรสาว ยังถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด โดยกล่าวหาว่านายประยุทธ และบุตรสาว สนับสนุนให้เจ้าพนักงานแก้ไขรูปแผนที่และเนื้อที่ในการรังวัดสอบเขตที่ดิน ตามหลักฐานโฉนดที่ดินเลขที่ 2186 และ 2192 ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยทำการรังวัดนำที่ดินนอกหลักฐานซึ่งเป็นที่ดินของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก.) เข้ามารวมในโฉนดที่ดินที่ขอทำการรังวัดสอบเขตโดยมิชอบ
โดยสรุป นายประยุทธ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานให้รังวัดที่ดินรุกล้ำที่ดิน ส.ป.ก. และที่ดินป่าสงวน จำนวน 3 คดี ศาลมีคำพิพากษาแล้ว 2 คดี และ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้ว 1 คดี
*********
อย่างไรก็ตามแม้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 จะพิพากษาลงโทษจำคุกนายประยุทธ 24 ปี และ พิพากษาลงโทษจำคุกนางสาวอุษณา 12 ปี แต่ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาก็ยังมีอำนาจที่จะพิพากษาให้รอการลงโทษได้ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 กำหนดว่า “ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุก และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับโทษจำคุกมาก่อน หรือปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อนแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ... ศาลจะพิพากษากำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ แล้วปล่อยตัวไปเพื่อให้โอกาสผู้นั้นกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้”
แม้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 จะพิพากษาลงโทษจำคุกนายประยุทธและบุตรสาว 24 ปี และ 12 ปี ตามลำดับ แต่การพิจารณาให้รอการลงอาญาพิจารณาจากโทษรายกระทง ไม่ได้พิจารณาจากโทษรวมทุกกระทงความผิด ซึ่งคดีนี้ศาลพิพาษาลงโทษนายประยุทธและบุตรสาวกระทงละ 4 ปี จึงอยู่ในเงื่อนไขที่ศาลอาจรอการลงโทษได้
เว้นแต่ว่าคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ซึ่งมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายประยุทธ 2 ปี 8 เดือน ถึงที่สุดไปก่อนแล้วโดยไม่รอการลงโทษหรือไม่รอลงอาญา ซึ่งเท่ากับว่านายประยุทธเคยต้องโทษจำคุกมาแล้ว ดังนั้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ก็จะไม่สามารถพิพากษาให้รอการลงโทษได้อีก /
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok