Good Health station

Good Health station

แชร์

23/06/2022

#ความดันโลหิตสูง เป็น ภัยเงียบ ค่ะ เพราะส่วนใหญ่จะไม่มีอาการเลย..ไม่ปวด ไม่มึนศีรษะเลย ถึงแม้ความดันจะสูงมาก.ไม่วัดก็จะไม่ทราบ..แม้กระทั่งวัดแล้วพบว่าสูง หลายคนยัง เข้าใจผิดคิดว่าความดันสูงเป็นปรกติของตัวเอง เพราะไม่รู้สึกผิดปกติ

แต่การที่ไม่มีอาการนี่แหละคะ..ถ้าทิ้งไว้โดยไม่รักษานานเข้า จะทำให้ หัวใจโต ตามด้วย..หัวใจวายล้มเหลวเฉียบพลัน..หลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน..หลอดเลือดสมองแตกหรือตีบจนเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต..ไตวาย..จอประสาทตาเสื่อมจนตาบอด ได้เลยทีเดียว

การวินิจฉัยว่าเป็น ความดันโลหิตสูง
ใช้เกณฑ์ 140/90 ขึ้นไป (ตัวบน 140 และ/หรือ ตัวล่าง 90 ขึ้นไป) จึงเรียกว่าเป็น ความดันโลหิตสูงค่ะ
• 140-159/90-99 คือ ความดันโลหิตสูงระดับที่ 1
• 160-179/100-109 คือ ความดันโลหิตสูงระดับที่ 2
• 180/110 ขึ้นไป คือ ความดันโลหิตสูงระดับที่ 3
ใครบ้างที่จะต้องเริ่มกินยาลดความดันเลย และ ใครบ้างที่จะให้เวลาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูก่อน

จำง่ายๆค่ะ..เริ่มกินยาเลยทุกคนที่ความดัน 140/90 ขึ้นไป..ยกเว้น แค่ 3 กลุ่ม คือ..
กลุ่มแรก คือ คนที่ความดันโลหิตสูงระดับที่ 1 ที่ไม่มีโรคเบาหวาน, ไม่มีโรคไต, ไม่มีโรคหัวใจ, ไม่มีโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต, ไม่มีภาวะแทรกซ้อนในจอประสาทตา และ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น อายุไม่เกิน 45 (ชาย) หรือ 55 (หญิง), ไม่สูบบุหรี่, ไม่มีไขมันผิดปรกติ และ ไม่มีประวัติครอบครัวพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคหลอดเลือดตีบก่อนวัยอันควร
กลุ่มนี้จะให้เวลาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3-6 เดือน ก่อนค่ะ โดยงดอาหารเค็ม ถ้าอ้วนน้ำหนักเกินให้ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักและพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้ายังลงไม่ถึงเป้าหมาย แพทย์จึงจะเริ่มให้รับประทานยา
กลุ่มที่สอง คือ คนที่อายุ 80 ปีขึ้นไป..กลุ่มนี้แพทย์จะเริ่มทานยาเมื่อ ความดันตัวบน 160 ขึ้นไป และ/หรือ ตัวล่าง 90 ขึ้นไป เท่านั้น
กลุ่มที่สาม คือ คนไข้ที่เป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต(ที่พ้น 3 วันแล้ว) หรือ เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ..กลุ่มนี้ บางราย แพทย์อาจจะให้ทานยาเลยตั้งแต่ ความดัน 130/85 ขึ้นไป
อย่าลืมว่าคนที่เป็น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน, โรคอัมพฤกษ์อัมพาต หรือ โรคไตวายจนต้องฟอกไต นั้น ส่วนใหญ่ มีต้นเหตุมาจาก ความดันโลหิตสูงมาก่อน แล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องค่ะ
การหมั่นวัดความดันโลหิตเสมอๆ และปรึกษาเเพทย์เมื่อมีความผิดปกติและเข้ารับการดูแลรักษาแต่เนิ่นๆ ปลอดภัยไว้ก่อนเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรละเลยนะคะ เพื่อป้องกันโรคหัวใจ หลอดเลือด สมองและไต อวัยวะที่สำคัญของเราให้แข็งแรงอยู่คู่กับเราไปนานๆ ค่ะ

06/06/2022

จับสังเกต 4 อาการโรคที่ดูเหมือนไม่ร้ายแรง อาจเป็นสัญญาณของโรคร้าย จากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ

1. อาการอักเสบรุนแรงของข้อโดยเฉพาะข้อนิ้วมือและข้อนิ้วเท้า ข้อฝืดตึงตอนเช้านานกว่า 1 ชั่วโมง อาจเป็นสัญญาณโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของการควบคุมภูมิคุ้มกันของร่างกาย(autoimmune disease) หากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลให้ข้อถูกทําลายและเกิดความพิการ หรือระบบภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ หนึ่งในโรคนั้นคือโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าโรคพุ่มพวง

2. ผิวหนังมีลักษณะแดง ตกสะเก็ดเป็นขุยสีขาว เป็นผื่นแดงนูน เกิดการอักเสบของผิว ผิวแห้งมากจนแตกและมีเลือดออก หนังศีรษะลอกเป็นขุย เล็บมือและเท้าหนาขึ้น มีรอยบุ๋ม ผิดรูปทรง ปวดข้อต่อและมีอาการบวมตามข้อต่อ และยังทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บ คัน หรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณผิวหนัง ซึ่งรู้จักกันในชื่อ โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) จัดเป็นโรคไม่ติดต่อ

3. ปวดหลังช่วงล่างและสะโพกร่วมกับอาการหลังตึงหรือรู้สึกยึดติดในบริเวณดังกล่าว เรื้อรังนานร่วมเดือนหรือเป็นปี อาจรู้สึกปวดหรือมีอาการข้อติดบริเวณอื่นร่วมด้วย เช่น หลัง ก้น ข้อต่อไหล่ ข้อต่อระหว่างฐานกระดูกสันหลังกับกระดูกเชิงกราน บางรายมีอาการตาอักเสบเป็นๆ หายๆ อยู่บ่อยครั้ง

สัญญาณเบื้องต้นของโรคข้อสันหลังอักเสบยึดติด (AS: Ankylosing Spondylitis) เกิดจากการระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีความผิดปกติในการแยกแยะเนื้อเยื่อของร่างกายกับสิ่งแปลกปลอมอื่น เป็นโรคที่พบในคุณผู้ชายมากกว่าคุณผู้หญิงประมาณ 3 เท่า และเกิดในช่วงอายุระหว่าง 15-30 ปี โรคนี้มีอุบัติการณ์ต่ำ คนรู้จักโรคนี้ไม่มากนัก ทำให้ได้รับการรักษาล่าช้า

4. อาการปวดท้อง ท้องร่วง ถ่ายมีเลือดและมูกปน ลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง สัญญาณโรคระบบทางเดินอาหารอักเสบ (Inflammatory Bowel Disease: IBD) เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันเห็นว่าอาหาร แบคทีเรียและไวรัสที่ไม่เป็นอันตรายที่อยู่ภายในลําไส้เป็นสิ่งแปลกปลอมและพยายามจำกัดออก เกิดอาการอักเสบเรื้อรัง

จะเห็นได้ว่าโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันนั้นมีความหลากหลายของอาการมากกว่าที่เราคิด ไหนจะส่งผลต่อการอักเสบตามข้อต่อ ความผิดปกติที่ผิวหนัง การอักเสบของกระดูกสันหลังที่นำมาซึ่งความพิการ รวมไปถึงอาการปวดท้องเรื้อรัง โรคต่างๆเหล่านี้น้อยคนนักจะรู้ถึงต้นตอโรคว่ามาจากระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้บ่อยครั้งมีการวินิจฉัยที่คาดเคลื่อนและได้รับการรักษาล่าช้า เพราะฉะนั้นหากถูกวินิจฉัยได้เร็วเท่าไร โอกาสในการรักษาหายเป็นปกติก็มีเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น ลดความทรมานและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
📌 ดูแลตัวเองด้วยผลิตภัณฑ์พอลลิติน Pollitin สารสกัดธรรมชาติคุณภาพสูง จากอณูละอองเกสรดอกไม้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น NUTRACEUTICAL หรือสารอาหารบำบัด มีการจำหน่ายไปกว่า 50 ประเทศใน 6 ทวีปทั่วโลก ยาวนานกว่า 50 ปี ขั้นตอนการผลิต เป็นไปตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก ได้รับค่า มาตรฐานเฉพาะผลิตภัณฑ์ระดับโลก คือ ORAC หรือ ค่าระดับความเข้มข้นของสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สูงมาก ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีอยู่เกือบ 100%
📌ปรึกษา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.096-9280104 หรือคลิก m.me/GoodHealthbyNeera

#สารสกัดจากธรรมชาติ #ต้านอนุมูลอิสระ

06/05/2022

ชอบปวดหัวบ่อยๆ ต้องระวัง “เนื้องอกในสมอง” (BRAIN TUMOR)

🧠 เนื้องอกในสมอง คือ การที่มีเนื้อเยื่อเจริญเติบโตผิดปกติในเซลล์สมอง หรือบริเวณใกล้เคียงสมอง จนกระทบต่อระบบการทำงานของระบบสมอง และประสาท ทำให้เกิดอาการต่างๆ กับร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน มองเห็นภาพไม่ชัด มีปัญหาด้านการพูด เคลื่อนไหว อาจรุนแรงถึงขั้นมีอาการชัก หรือเป็นอัมพาต ที่เป็นเช่นนั้นเพราะก้อนเนื้องอกไปเบียด และกระทบต่อสมองส่วนที่ควบคุมการทำงานในส่วนต่างๆ ซึ่งสาเหตุการเกิดเนื้องอกในสมองยังไม่เป็นที่ยืนยันแน่ชัด แต่อาจเกิดจากความผิดปกติของสารพันธุกรรมในเซลล์สมอง กรรมพันธุ์ อายุ หรือพฤติกรรมบางอย่างก็ได้

🧠 อาการโรคเนื้องอกในสมองที่สังเกตได้
• มีอาการปวดศีรษะบ่อยๆ หรือปวดหัวเรื้อรัง และอาจปวดรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
• คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงซึม
• มีปัญหาในการพูด สื่อสาร พูดจาติดขัด
• เห็นภาพเบลอหรือภาพซ้อน
• มีปัญหาในการได้ยิน
• มีปัญหาในการเคลื่อนไหว การทรงตัว
• แขนขาอ่อนแรง หรือเป็นอัมพาตครึ่งซีก
• มีปัญหาด้านความจำ
• สับสบ มึนงง
• มีอาการชัก ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีประวัติการชักมาก่อน

🧠 ป้องกันไม่ได้ แต่ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง
ถึงแม้โรคเนื้องอกในสมองจะไม่มีสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด และไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดได้ แต่เราก็สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเซลล์มะเร็งได้ เช่น การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ทำร่างกายให้แข็งแรง โดยการออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ป้องกันไม่ให้ตนเองเครียดจนเกิดไป เพื่อลดการหลั่งสารเคมีที่ไม่ดีในร่างกาย เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องกลัวโรคเนื้องอกในสมองเลย

ดูแลตัวเองด้วยผลิตภัณฑ์พอลลิติน
Pollitin สารสกัดธรรมชาติคุณภาพสูง จากอณูละอองเกสรดอกไม้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น NUTRACEUTICAL หรือสารอาหารบำบัด Pollitin มีการจำหน่ายไปกว่า 50 ประเทศใน 6 ทวีปทั่วโลก ยาวนานกว่า 50 ปี ขั้นตอนการผลิต เป็นไปตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก ได้รับค่า มาตรฐานเฉพาะผลิตภัณฑ์ระดับโลก คือ ORAC หรือ ค่าระดับความเข้มข้นของสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สูงมาก ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีอยู่เกือบ 100%

📌ปรึกษา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.096-9280104

#สารสกัดจากธรรมชาติ #ต้านอนุมูลอิสระ #เกสรดอกไม้สกัด

04/05/2022

สุขภาพลำไส้ของเรา ยังทำงานดีอยู่หรือเปล่า? 👉 ลองมาเช็กกันดู

ปัจจัยหลายๆ อย่างในปัจจุบันนี้ทั้งความเครียด การนอนน้อย การกินน้ำตาลมากๆ หรือแม้แต่การกินยาปฏิชีวนะก็สามารถทำร้ายจุลินทรีย์ในลำไส้ได้ ซึ่งจุลินทรีย์ในลำไส้มีหน้าที่สร้างความสมดุลให้จุลินทรีย์ที่ดีมีมากกว่า แต่ถ้าจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้มีไม่เพียงพอก็จะทำให้ลำไส้เสียสมดุล จนเกิดโรคลำไส้แปรปรวนหรืออาการอื่นๆ ได้

ไม่ใช่แค่ระบบทางเดินอาหารหรือระบบย่อยอาหารเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบเมื่อลำไส้ของเราทำงานได้ไม่ดี แต่สมอง หัวใจ ระบบภูมิคุ้มกัน ผิวพรรณ น้ำหนักตัว ระดับฮอร์โมน และการดูดซึมสารอาหารก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย ที่สำคัญ โอกาสในการเกิดโรคมะเร็งก็อาจมีเพิ่มขึ้นด้วย เรียกง่ายๆ ว่าป่วยจากภายในกระทบสู่ภายนอกได้เลย

โดยสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าลำไส้ของเรา เริ่มทำงานแย่แล้วก็คือ
1. มีแก๊สในกระเพาะ ท้องบวม หรือท้องเสีย
2. อยากกินแต่ของหวานๆ
3. น้ำหนักขึ้นหรือลดผิดปกติ
4. นอนไม่ค่อยหลับ อ่อนเพลียง่าย
5. ผิวแพ้ง่ายหรือผื่นขึ้นง่าย
6. ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง
7. มีภูมิแพ้อาหารแฝง (กินแล้วอ้วกทันที)

หากเรามีอาการเหล่านี้ (ไม่จำเป็นต้องครบทุกข้อ) ก็ควรปรึกษาคุณหมอ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นมันมาจากสาเหตุอะไร มันอาจจะเกิดจากการทำงานของลำไส้ หรือจากสาเหตุอื่นๆ ก็ได้ ดังนั้น หาหมอตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่ารอให้เป็นหนักแล้วค่อยไป

ส่วนคนที่อยากให้ลำไส้ทำงานเป็นปกติก็จะต้องหมั่นผ่อนคลายความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ เคี้ยวอาหารช้าๆ ดื่มน้ำเยอะๆ กินพรีไบโอติกและโพรไบโอติกบ้าง รวมทั้งไม่กินอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูงเกินไป ถ้าทำได้ ลำไส้ก็จะทำงานอย่างเป็นปกติ สุขภาพก็จะดีตามไปด้วย

📌ปรึกษาปัญหาสุขภาพ โทร. 096-9280104

#สารสกัดจากธรรมชาติ #กรดไหลย้อน #โรคลำไส้แปรปรวน #ดูแลสุขภาพด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10400