ChartTrail

ChartTrail

แชร์

02/07/2023

ครบรอบ 26 ปี ไทยปล่อยค่าเงินลอยตัว - สรุป วิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 1997 ที่มาวาทกรรม "เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย"

"2 กรกฎาคม 1997 - ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศปล่อยค่าเงินลอยตัว"

วิกฤตต้มยำกุ้ง ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 เอเชียประสบกับช่วงเวลาที่สับสนวุ่นวายซึ่งเกิดจากวิกฤตการณ์ทางการเงินที่รุนแรงซึ่งส่งคลื่นสั่นสะเทือนไปทั่วภูมิภาค โดยโดมิโนชิ้นแรกที่ล้มและทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชียในปี 1997 (Asian Financial Crisis/Tom Yum Kung Crisis) มาจากประเทศไทยนั่นเอง

Full Reading:
https://charttrail.com/tom-yum-kung-crisis

-------------------------------------------------------------

วิกฤตการณ์นี้เป็นวิกฤตครั้งที่ใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยและทั่วโลกรู้จักกันในชื่อ “วิกฤตต้มยำกุ้ง” หรือ “Tom Yum Kung Crisis” เมื่อไทยประกาศปล่อยเงินบาทลอยตัวในวันที่ 2 กรกฎาคม 1997 (พ.ศ. 2540) หลังจากที่ทุนสำรองของประเทศลดลงเป็นจำนวนมากเนื่องจากการพยายามที่จะตรึงค่าเงินบาทไว้และจากเหตุการณ์นี้เอง ความหวังที่ว่าประเทศไทยกำลังจะผงาดขึ้นเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชียก็ได้พังสลายลง…….

-------------------------------------------------------------

สาเหตุของ วิกฤตต้มยำกุ้ง

ย้อนไปในช่วงปี 1990 – 1995 ต้องบอกว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียนั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดดเรียกว่าเริ่มเป็นฐานการผลิตที่ใครๆก็อยากโยกเงินเข้ามาลงทุน ด้วยทั้งค่าแรงถูกและมีโครงสร้าง Infrastructure ที่พร้อม ประเทศไทยเองก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด

เสือตัวที่ 5
เศรษฐกิจเป็นขาขึ้นมาตั้งแต่ปี 1985 โดย GDP ต่อหัวของประชากรในช่วงปี 1985 – 1995 นั้นก้าวกระโดดกว่า 300% ซึ่งอัตราการเติบโตนั้นตามหลังเศรษฐกิจใหญ่ๆในเอเชียเพียงแค่ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฮ่องกงเท่านั้น และในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดดก็คือจุดเริ่มต้นขอวาทะกรรม “เราจะกลายเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย”

ในปี 1993 ประเทศไทยได้เปิดการค้าเสรีโดยเซ็นยินยอมให้มีการชำระค่าสินค้าบริการระหว่างประเทศได้อย่างเสรีกับ Internation Monetary Fund (IMF) และอีก 3 ปีต่อมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ก็ได้อนุญาตให้สถาบันการเงินดำเนินกิจการวิเทศธนกิจ (Bangkok International Banking Facilities) ซึ่งคือบริการที่เปิดให้สถาบันการเงินสามารถรับฝากเงินหรือกู้ยืมเงินจากต่างประเทศแล้วนำมาปล่อยสินเชื่อในประเทศไทยได้

อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตนี้ไม่ได้มาจากการเติบโตโดยมากจากปัจจัยที่ส่งเสริมจริงๆ เงินที่หมุนสะพัดอยู่ในประเทศนั้น แท้จริงแล้วมาจากการ “กู้หนี้” ต่างประเทศมาลงทุน

ในฝั่งสถาบันการเงินเอง ก็หละหลวมในการตรวจสอบการปล่อยสินเชื่อ คิดว่าเศรษฐกิจกำลังเติบโต ไม่มีอะไรที่จะต้องน่ากังวล ธนาคารที่ปล่อยกู้ ก็ไม่ได้คำนึงว่าโปรเจกต์ที่ปล่อยกู้ไปนั้นจะได้กำไรหรือไม่ แถมเป็นการกู้ระยะสั้นที่นำไปลงทุนในระยะยาว ในฝั่งของอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงเวลานั้นได้เกิดตึกใหม่ คอนโดใหม่ หรือหมู่บ้านใหม่ๆมากมาย ซึ่งก็ถือว่าอสังหาฯได้เข้าสู่ยุคฟองสบู่อย่างเต็มตัว

หนึ่งในนโยบายที่ดึงดูดการลงทุนเข้ามาในประเทศไทยคือการ “ตรึงค่าเงินบาท” ไว้กับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในตอนนั้นตรึงไว้ที่ 1USD = 25 บาท และนั่นถือเป็นการฝืนกฎอุปสงค์-อุปทานโดยหาคำนึงถึงหายนะไม่ เมื่อเงินถูกตรึงคงที่ นักลงทุนหรือแม้แต่บริษัทเองก็ไม่มีความจำเป็นที่จำต้องกังวลเรื่องความเสี่ยงเรื่องอัตราการแลกเปลี่ยน

เมื่อเศรษฐกิจในประเทศร้อนแรงเกินไป ธปท.จึงจำเป็นที่จะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดังนั้น….เมื่อไม่มีความเสี่ยงทางด้านอัตราค่าแลกเปลี่ยน แถมดอกเบี้ยในประเทศยังสูง นักลงทุนและสถาบันการเงินใหญ่ๆก็จะไปกู้เงินจากต่างประเทศ แล้วเอามาปล่อยในประเทศเพื่อกินส่วนต่างทางดอกเบี้ยโดยไม่ต้องรับความเสี่ยงจากอัตราการแลกเปลี่ยนเลย นั่นทำให้หนี้ในประเทศเพิ่มสูงขึ้นอีก

-------------------------------------------------------------

สงครามเงินบาท

แม้ว่า IMF และนักเศรษฐศาสตร์จะคอยเตือนประเทศไทยเองถึงความเสี่ยงที่จะเกิดหายนะในการฝืนกฎเหล็กของเศรษฐศาสตร์อย่าง “The Impossible Trinity” หรือกฎสามอย่างที่ห้ามทำพร้อมกันนั่นคือ

1. การกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Fixed Exchange Rate)
2. การอนุญาตให้มีเงินทุนเคลื่อนย้ายแบบเสรี (Free Capital Flow)
3. การกำหนดนโยบายการเงินอย่างอิสระ (Monetary Autonomy)

ทางฝั่งธปท.แม้ว่าจะรู้และพยายามที่จะแก้ไข แต่ฟองสบู่ที่อยู่ในเศรษฐกิจนั้นใหญ่เกินกว่าที่จะแก้ไหว เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อนักลงทุนต่างชาติและ Hedge Fund เริ่มมองเห็นจุดอ่อนของเศรษฐกิจไทยที่พร้อมจะระเบิด

ผู้จัดการกองทุนและนักลงทุนชื่อดังเจ้าของฉายา “พ่อมดแห่งการเงิน” อย่าง George Soros ได้เริ่มมีการ Short เงินบาท พร้อมออกมาเตือนว่าไม่มีทางที่ค่าเงินบาทจะสามารถถูกตรึงไว้แบบนี้ได้ตลอดเพราะมันไม่สะท้อนถึงมูลค่าที่แท้จริง ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นและทยอยเทขายเงินบาท สงครามโจมตีเงินบาทเกิดขึ้นเป็นระลอกๆตั้งแต่ช่วงปลายปี 1996 ในขณะเดียวกัน ธปท.ก็นำเงินสำรองในประเทศไปช้อนซื้อเงินบาทเพื่อตรึงมูลค่าไว้ที่ 25 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ โดยเงินในคลังค่อยๆหายไปจนเรียกได้ว่า หนี้เยอะกว่าเงินในคลัง

ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 1997 สถานการณ์สงครามเงินบาทเริ่มกลับมาหนักหน่วง เงินในคลังมีอยู่ 20,000 ล้านดอลลาร์ในต้นเดือน ลดลงเหลือ 2,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนเดียวกัน และในเดือนถัดมา นายอำนวย วีรวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น ก็ได้ประกาศลาออกเนื่องจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์การเงินนี้ได้

นั่นยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นในเงินบาทแทบจะไม่เหลือ และนำมาสู่การประกาศ “ลอยตัวค่าเงินบาท” ในวันที่ 2 กรกฎาคม 1997 ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่อง จาก 25 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ลงมาเป็น 30 บาท….. 40 บาท….. และลงมาถึงจุดต่ำสุดในประวัติศาสตร์ที่ 56.5 บาท ในวันที่ 12 มกราคม 2541 โดยจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ George Soros ทำกำไรไปกว่า 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

-------------------------------------------------------------

บาดแผลต่อเศรษฐกิจ จาก วิกฤตต้มยำกุ้ง

จากการประกาศปล่อยเงินบาทลอยตัว ธุรกิจขนาดใหญ่จำนวนมากมีหนี้เพิ่มขึ้นเท่าตัวภายและในท้ายที่สุดก็ต้องยื่นล้มละลาย ในฝั่งสถาบันการเงิน ผู้คนก็ทยอยไปถอนเงินออกจากธนาคารตั้งแต่ในช่วงที่มีการโจมตีค่าเงินบาทในช่วงแรกๆ เมื่อรัฐประกาศปล่อยเงินบาทลอยตัว สถาบันการเงินยิ่งขาดสภาพคล้องอย่างหนัก ต้องเผชิญกับภาวะผิดนัดชำระหนี้สูงเป็นประวัติการณ์ เกิด “หนี้เสีย” หรือ “Non Performing Loan” ในระบบเป็นจำนวนมหาศาล และท้ายที่สุด ธนาคารกว่า 50 แห่งถูกกระทรวงการคลังสั่งปิด

ประเทศไทยมีหนี้ต่างประเทศรวมกว่า “แสนล้านดอลลาร์” โดยเป็นหนี้ภาครัฐกว่า 24,000 ล้านดอลลาร์ และหนี้ภาคเอกชน 85,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนั่นทำให้ประเทศไทยต้องเข้าโปรแกรมกู้ยืมเงินจาก IMF เป็นจำนวนกว่า 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์

วิกฤตต้มยำกุ้งสะท้อนให้เห็นความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยและสถาบันการเงินในขณะนั้นได้เป็นอย่างดี คู่แข่งที่เคยสูสีกับประเทศไทยในตอนนั้นอย่าง เกาหลีใต้ สิงคโปร์ หรือมาเลเซียเอง ก็ได้นำหน้าทิ้งห่างเราไป โดยในปี 2022 เมื่อเทียบกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของ GDP ที่เรียกว่าเกือบรั้งท้าย โดยมีอัตราเติบโตสูงกว่าเพียงแค่ติมอร์เลสเต กับ พม่า และแม้จะผ่านมาเกือบ 30 ปีแล้ว คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าวิกฤตต้มยำกุ้งนับว่าเป็นบาดแผลที่สาหัสทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ดับความฝันที่จะเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย อย่างไม่มีวันหวนกลับ....

-------------------------------------------------------------

ChartTrail Site:

https://charttrail.com
https://www.facebook.com/ChartTrailOfficial
https://www.blockdit.com/charttrail

23/06/2023

“เพชรคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผู้หญิง” แต่ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของ”นักลงทุน”

----------------------------------------------------------------------

ราคาเพชรปรับตัวลงลง ..... สาเหตุคืออะไร ?

ราคาเพชรลดลง 18% จากระดับสูงสุดตลอดกาล (All Time High) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 และลดลง 6.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี (YoY) ตามดัชนีราคาเพชร (Global Rough Diamond Price Index) ทั่วโลก โดยนักวิเคราะห์ที่เฝ้าดูตลาดเพชรคาดว่ามูลค่าของเพชรนี้กำลังจะดำดิ่งลงไปอีก

CEO ของ Paul Zimnisky Diamond Analytics รายงานว่า “เพชรธรรมชาติ 1 กะรัตที่มีคุณภาพดีกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อยมีราคาอยู่ที่ 6,700 เหรียญสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว แต่ในปีนี้ปัจจุบันเพชรเม็ดเดียวกันนี้ขายได้ในราคา 5,300 เหรียญสหรัฐ”

ในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพชรควบคู่ไปกับเครื่องประดับอื่นๆ ได้มีราคาสูงขึ้นและราคาได้ทำจุดสูงสุดเมื่อต้นปีที่แล้ว ผู้บริโภคพร้อมที่จะใช้จ่ายเพราะพวกเขาเต็มไปด้วยเงินสดจากตลาดทุนที่คึกคักและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อจับจ่ายใช้สอยเนื่องจาก รัฐบาลต่างๆ ก็กังวลเกี่ยวกับสภาวะ "เศรษฐกิจถดถอย" ผู้คนต่างกระตือรือร้นที่จะซื้อเพชรเพื่อเป็นของขวัญที่มีความหมายให้กับคนที่พวกเขารัก

Ankur Daga ซึ่งเป็น CEO ของ Angara Jewelry ให้คอมเมนท์เสริมว่า เมื่อผู้คนไม่สามารถเดินทางหรือรับประทานอาหารนอกบ้านได้ เงินส่วนเกินทั้งหมดจึงกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยและเครื่องประดับ

และเมื่อเศรษฐกิจเริ่มเปิดขึ้นอีกครั้ง ราคาเพชรก็เริ่มปรับตัวลงและเข้าสู่ “การปรับลดลงอย่างมาก”

----------------------------------------------------------------------

เพชรจากห้อง Lab - สิ่งทดแทนที่สมบูรณ์แบบ

ผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นหันไปหาเพชรที่ปลูกในห้องปฏิบัติการ (เพชร Lab) ส่วนแบ่งของการขายเพชรจากห้องทดลองเทียบกับเพชรธรรมชาติกำลังเพิ่มขึ้น โดยในปี 2563 นั้น มีอัดตราส่วนอยู่เพียง 2.4% และในปี 2566 มีมากถึง 9.3% แล้ว

ในปัจจุบัน เพชรที่ปลูกในห้องปฏิบัติการผลิตขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมโดยใช้แรงดันและความร้อนสูง ซึ่งจำลองวิธีการที่เพชรธรรมชาติถูกปลอมแปลงขึ้นหลายร้อยกิโลเมตรในชั้นเนื้อโลก พวกมันมีความเหมือนกันทั้งทางเคมี ทางกายภาพ และทางแสงเหมือนกับเพชรธรรมชาติ และถือเป็น “สิ่งทดแทนที่สมบูรณ์แบบ” และที่สำคัญกว่าสำหรับส่วนใหญ่ – “ราคาถูกกว่าเพชรที่ขุดมาก”

Edahn Golan ซีอีโอของ Edahn Golan Diamond Research & Data กล่าวว่า “เมื่อสามปีที่แล้ว คุณจะสามารถซื้อเพชรจากห้องทดลองที่ปลูกได้เทียบเท่ากับส่วนลด 20% ถึง 30% จากราคาธรรมชาติ ตอนนี้ราคามันอยู่ที่ 75% ถึง 90% จากราคาเพชรธรรมชาติ” Daga กล่าว โดยระบุถึงราคาที่ถูกกว่าเนื่องจากเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการผลิตเพชรที่มนุษย์สร้างขึ้น

อุตสาหกรรมเพชรที่ผลิตในห้องแล็บซึ่งใช้พลังงานมาก ก็เห็นต้นทุนด้านพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นลดลงจากจุดสูงสุดเช่นกัน

นอกจากนี้เขายังคาดว่าราคาเพชรธรรมชาติจะลดลงระหว่าง 20% ถึง 25% จากราคาปัจจุบันในอีก 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะลดลง 40% จากจุดสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว

แล้วคุณหละ ยังให้ความสำคัญกับเพชรที่ขุดอยู่หรือไม่ หรือเห็นด้วย ว่าเพชรห้องแล็บนั้น สามารถเป็น "สิ่งทดแทนที่สมบูรณ์" ได้จริงๆ?

Full Read:

https://charttrail.com/diamond-prices-dropping

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ บุคคลสาธารณะ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บุคคลสาธารณะ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 10:00
อังคาร 08:30 - 10:00
พุธ 08:30 - 10:00
พฤหัสบดี 08:30 - 10:00
ศุกร์ 08:30 - 10:00
เสาร์ 08:30 - 10:00
อาทิตย์ 08:30 - 10:00