ASEAN Report

ASEAN Report

แชร์

25/10/2022

จักรยานกัมพูชาขายดี
ติด 1 ใน 5 ของโลก
25 ตค. 65 - ข่าวอาเซียน

การส่งออกรถจักรยานของกัมพูชาเพิ่มเป็น 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ( 26,600 ล้านบาท)
ในช่วง 9 เดือนของปี 2565 เพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่าตัว จากช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อน สร้างสถิติใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการผลิตจักรยานเพื่อส่งออกของกัมพูชา

เว็บไซต์ khmertimes รายงานว่า จักรยานที่ผลิตในกัมพูชา ส่งออกไปหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งในประเทศพัฒนาแล้ว เช่นสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป อังกฤษ แคนาดา ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้และในอาเซียน

กระทรวงพาณิชย์กัมพูชาเผยว่า ยอดการสั่งซื้อจักรยานจากกัมพูชา เพิ่มขึ้นหลังเกิดระบาดโควิด 19 โดยเฉพาะจักรยานเพื่อการออกกำลังกาย ยอดขายดี ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายให้ส่งเสิรมการตลาด เพื่อดึงดูดลูกค้าในตลาดจักรยาน รวมทั้งตลาดในประเทศเอง ก็มียอดการขายเพิ่มขึ้น เป็น 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (570 ล้านบาท)

กัมพูชาหันมาพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตจกรยาน ซึ่งเวลานี้มีศูนย์ผลิต 13 แห่งด้วยกัน โดยอยู่ที่จังหวัดกันดาล ใกล้กับพนมเปญ และจังหวัดสวายเรียง ซึ่งมีการลงทุนไปทั้งสิ้น 112 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (4,200 ล้านบาท)

5 ประเทศที่ส่งออกจักรยานสู่ตลาดโลกมากที่สุด คือ จีน- ไต้หวัน- เนเธอร์แลนด์ -เยอรมนี และกัมพูชา รวมทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 70 ของปริมาณการขายจักรยานที่มีอยู่ทั้งโลก
#กัมพูชาส่งออกจักรยาน
#ส่งออกกัมพูชา
#เศรษฐกิจกัมพูชา
่อง16
ติดตามข่าวหุ้นและการลงทุนทางไลน์
• Line : https://lin.ee/TQ14oAe
• Facebook : https://www.facebook.com/TNNWealth
—————————————————————————
ติดตาม TNN Wealth ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
• Website : https://bit.ly/TNNWealthWebsite
• Youtube : https://bit.ly/TNNWealthYoutube
• TikTok : https://bit.ly/TNNWealthTikTok
หรือดูรายการ Live ได้ทาง
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/

03/10/2022

"ไม่มีกลัว”
ยุโรปยันไม่มีที่ไหนคุ้มเท่าจีน
3ต.ค.65-ข่าวอาเซียน

ความปั่นป่วนในทะเลจีนใต้
เสียงยั่วยุจากสหรัฐฯ
ข่าวการหดตัวของจีดีพีจีน
การถูกโจมตีเรื่องปิดประเทศและนโยบายโควิดเป็นศูนย์
แม้จะมีข่าว ภาวะกดดันในตลาดจีน หลากหลายเรื่องราว
แต่บริษัทจากยุโรปยังเดินหน้าลงทุนในจีนต่อเนื่อง “ไม่มีคำว่ากลัว”

เว็บไซต์ japantimes รายงานว่า แม้จะมีข่าวมากมายเกี่ยวกับจีน แต่บริษัทยุโรปทุ่มเงินลงทุนเข้าไปในจีนอีกร้อยละ 15 ในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2565

หลายฝ่ายต่างก็สงสัย กับการกระทำที่สวนทางของบริษัทเอกชนในยุโรป กับนโยบายการเมืองและเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปหรืออียู ที่มึนตึงต่อจีน และพยายามจะเรียกร้องให้เอกชนลดการลงทุน แยกตัวออกจากจีน แต่ตัวเลขเงินลงทุนที่มุ่งไปจีนมันตรงกันข้ามกับนโยบายที่พยายามผลักดันกันอยู่

นายแม็กซ์ เซนไกลน์ (Max Zenglein) หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจของฝ่ายจีนศึกษา สถาบัน Mercator Institute มองว่า จีนยังเป็นตลาดแห่งโอกาส แม้ว่าจะมีความเสี่ยงมากมาย บริษัทเอกชนยุโรปยังปรารถนาจะเข้าไปยังจีน ข้อมูลของบริษัทวิจัย Rhodium Group เผยให้เห็นว่า เงินลงทุนตรงหรือ FDI ของอียูที่ไปจีน ในช่วง 6 เดือนแรก มีมากถึง 5,500 ล้านยูโร สูงกว่าปีก่อนในช่วงเวลาเดียวกันที่ 4,800 ล้านยูโร

จากรายงาน พบว่า 10 บริษัทชั้นนำของอียูที่ลงทุนในจีน ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา จำนวนเงินลงทุนคิดเป็นร้อยละ 80 ของบริษัทจากยุโรปทั้งหมดที่เข้าไปลงทุนในจีน
โดยการลงทุน จะเน้นหนักอยู่ที่ 5 ภาคอุตสาหกรรมคือ -รถยนต์- แปรรูปอาหาร- ไบโอเทคและยา- เคมี -การผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค โดยใน 5 อุตสาหกรรมนี้ คิดเป็นร้อยละ 70 ของ FDI ทั้งหมดที่มาจากยุโรป และตัวเลขในอดีตที่ผ่ามา ก็แสดงให้เห็นว่า การลงทุนใน 5 ส่วนนี้เพิ่มขึ้นทุกปี คือ
ปี 2551- 2555 มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 57
ปี 2556-2560 มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 65

บริษัทเอกชนที่มาจาก 4 บิ๊กยุโรป คือเนเธอร์แลนด์ เยอรมนี อังกฤษ และฝรั่งเศส ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา ครองมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ร้อยละ 87 ของบริษัทกลุ่มยุโรปทั้งหมดที่เข้าไปลงทุนในจีน
โดยบริษัทเยอรมัน ลงทุนมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 43 ในกลุ่ม บิ๊ก 4

บริษัทเยอรมัน ลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งมีการเติบโตโดดเด่นมากในจีนในรอบ 10 ปีที่ผานมา บริษัทที่เติบโตต่อเนื่องเช่น BMW เวลานี้ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนกับจีน จากร้อยละ 50 เป็น 75
ส่วนรายอื่นๆ ในจีนก็เริ่มขยายการลงทุน ในส่วนของยานยนต์ไฟฟ้า

4 บริษัทใหญ่ของเยอรมนี คือ — Volkswagen- BMW - Mercedes-Benz Group และบริษัทด้านเคมี BASF นำเงินเข้าไปลงทุนในจีนคิดเป็นร้อยละ 34 ของ FDI ของยุโรปทั้งหมดที่ลงทุนในจีน ในช่วงปี 2561-2564

จากรายงานของ Rhodium Group เผยว่า บริษัทยุโรปยังไปจีน เพราะปัจจัย 3 ข้อคือ
ประการแรก – ตลาดจีนทำกำไรได้ดี
บริษัทขนาดใหญ่ของยุโรป สร้างผลกำไรได้มากในจีนและมีท่าทีว่าจะดีต่อไปอีก แม้ว่าจะมีแรงกดดันเรื่องความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

ประการที่สอง- บริษัทยุโรป ยังมั่นใจที่จะลงทุนต่อในจีนเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่คู่แข่งขันแต่ละค่ายมีนวตกรรมใหม่ออกมาต่อเนื่อง

ประการที่สาม – บริษัทขนาดใหญ่ของยุโรป พยายามรักษาและป้องกันฐานการผลิตในจีนเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ท่ามกลางความเสี่ยงที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยมีการปรับผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับความต้องการของตลาดท้องถิ่น ซึ่งรัฐบาลจีนก็สนับสนุนเต็มที่

แม้ว่าบริษัทยุโรป ยังต้องการลงทุนต่อเนื่องในจีน แต่การลงทุนในจีนของกลุ่มยุโรปแตกต่างไปจากเดิม มีความระมัดระวังมากขึ้น เพราะสถานการณ์โลกและสถานการณ์ในจีนเองก็มีความเสี่ยง และตึงเครียด โดยหอการค้าสหภาพยุโรปในจีนเผยว่า FDI จากยุโรปยังคงมีมาต่อเนื่อง แต่เวลานี้ยังไม่มีความชัดเจนในกลยุทธการลงทุน โดยการลงทุนที่มีอยู่ ก็ตั้งอยู่บนหลักการปรับตัวให้อยู่รอดและมีความหลากหลาย ซึ่งจะเห็นได้ว่า ข้อตกลงการลงทุนอย่างครอบคลุมอียู-จีน EU-China Comprehensive Agreement on Investment ยังไม่ได้มีการให้สัตยาบัน ถูกแช่แข็งเอาไว้ตั้งแต่ปี 2564

กระนั้นก็ดี ทั้งโลกทราบดีว่า สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ต้องการย้ายห่วงโซ่อปุทานการผลิตออกจากจีน และลดการพึ่งพาจีนให้น้อยลง แต่การย้ายฐานออกจากจีนคือการทิ้งตลาดจีน ส่วนหนึ่งด้วย และบริษัทจากทั่วโลกรู้ดีว่า จีนคือตลาดใหญ่สุดในโลก ลูกค้ามีกำลังซื้อมากที่สุดในโลก และทำกำไรให้บริษัทมากที่สุดด้วย แต่จากตัวเลขที่สแดงให้เห็นในปีนี้ ชี้ชัดว่า แม้จะมีเรื่องกดดันทางการเมือง แต่เอกชนยุโรป “ไม่มีกลัว” เพราะพิจารณาดูแล้วว่า ไม่มีที่ไหนคุ้มค่าเท่าลงทุนในจีน
#ยุโรปไม่ย้ายออกจากจีน
#เยอรมันลงทุนจีน
#ไม่มีที่ไหนคุ้มค่าเท่าจีน
#ตลาดจีนแข็งแกร่ง

03/10/2022

จีนปั้นสปป. ลาว
สู่ห่วงโซ่อุปทานแร่หายากในอาเซียน
3 ต.ค.65-ข่าวอาเซียน

เว็บไซต์ข่าว Global times รายงานว่า บริษัทเซียเหมิน ทังสเตน คอร์ปอเรชั่น ( Xiamen Tungsten Corporation) ผู้ลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของจีน ได้ลงนามก่อตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัท ชีเฟิงจีหลง โกลด์ไมนิ่ง เพื่อทำเหมืองแร่หายากหรือแรร์เอิร์ธ ในสปป. ลาว

ผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เผยว่า การลงทุนครั้งนี้เป็นความพยายามของบริษัทจีนที่ต้องการแสวงหาแร่หายาก ซึ่งมีความสำคัญต่อการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในพื้นที่อื่นๆนอกจากจีนและเมียนมา ที่เวลานี้เกิดปัญหาชะงักงันในห่วงโซ่การผลิตแร่หายาก ทำให้แร่ชนิดนี้ราคาพุ่งขึ้นสูง

การเข้าไปร่วมทุน เพื่อผลิตแร่หายากในต่างประเทศของจีน มีความสำคัญต่อ ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมนี้ในจีนเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นหลักประกันว่าจีนจะมีแหล่งวัตถุดิบต้นน้ำเพียงพอในอุตสาหกรรม และช่วยสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับจีนด้วย

การร่วมทุนครั้งนี้ Xiamen Tungsten Corporation จะถือหุ้น ร้อยละ 49
และบริษัท ชีเฟิงจีหลง โกลด์ไมนิ่ง ถือหุ้นร้อยละ 51 ใช้เงินลงทุนในเบื้องต้น 8.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( 315 ล้านบาท) โดยบริษัท Xiamen Tungsten Corporation จะเป็นผู้รับผิดชอบการขุดสำรวจในสปป.ลาว ส่วน ชีเฟิงจีหลง โกลด์ไมนิ่ง จะเป็นผู้ดำเนินการใบอนุญาตกับรัฐบาล สปป. ลาว

เวลานี้บริษัทผู้ถลุงแร่หายากในจีน พยายามออกไปลงทุนในต่างประเทศ เพราะมีเทคโนโลยีในการปฏิบัติงานที่ดี และการซื้อแร่หายากจากการลงทุนในสปป. ลาว จะช่วยแห้ปัญหาราคาแกว่งตัว และการขนส่งได้อย่างดี ซึ่งแร่หายากที่นำเข้ามาจากเมียนมา มีปัญหาเรื่องการขนส่งเพราะการปิดด่านชายแดนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยแร่หายากที่นำเข้ามาจากเมียนมาจะส่งไปที่โรงงานถลุงแร่ที่เมือง กานโจว มณฑลเจียงซี แหล่งผลิตแร่หายากของจีน

สปป. ลาวเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีแร่หายากจำนวนมาก และการเข้าไปลงทุน พร้อมด้วยเทคโนโลยีของจีน จะทำให้สปป. ลาว เป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำ ในห่วงโซ่การผลิตแร่หายากในอาเซียน โดยจีนจะอยู่ในอุตสาหกรรมกลางน้ำและปลายน้ำในห่วงโซ่นี้

แร่หายาก เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการผลิตสินค้าที่อยู่ในชีวิตประจำวันหลายอย่าง และเป็นส่วนสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่นหน้าจอ แผงวงจร แบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้า สินค้าที่ต้องพึ่งพาแร่หายาก เช่น เทสล่า การผลิตเครื่องบินรบรุ่น F-35 -ของสหรัฐอเมริกา และการผลิตคอาวุธต่างๆ ล้วนต้องใช้แร่หายากทั้งสิ้น กล่าวได้ว่า แร่หายากเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมทหารและกองทัพสหรัฐฯ

จีนเป็นเบอร์หนึ่งในการผลิตแร่หายากของโลก ผลิตได้มากถึงร้อยละ 80 ของกำลังผลิตทั่วโลก และมีแหล่งสำรองอีกร้อยละ 35 ของทั้งโลก และสหรัฐฯ เป็นผู้นำเข้าแร่หายากชนิดนี้จากจีนด้วย

#แร่หายากในจีน
#แร่หายากในลาว
#แรร์เอิร์ธในอาเซียน

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


118/1 ชั้น 5 อาคารทิปโก้ ถ. พระราม 6 แขวง สามเสนใน เขต พญาไท
Bangkok
10400