Involve

Involve

แชร์

16/01/2023

Dicipline

เรื่องของสาวญี่ปุ่นคนนึง ที่ใช้เงินเพียงวันละไม่ถึง 50 บาท เพื่อเป้าหมายมีบ้านเป็นของตัวเอง 3 หลัง!!

ฟังดูน่าเหลือเชื่อมากใช่มะ? แล้วเธอทำได้ยังไง #ในบ้าน จะสรุปให้ฟังคร่าวๆ ครับ..

- เธอคนนี้ชื่อ “ซากิ โทมะงามิ” มีฝันตั้งแต่เด็กว่าอยากจะมีบ้านเป็นของตัวเอง

- เธอก็เลยวางแผนที่จะ “เก็บเงิน” และใช้ชีวิตแบบ “ประหยัดมากๆ” ตั้งแต่อายุ 18 ปีเลย

- ที่ว่าประหยัดมากๆ ก็คือนอกจากทำงานพิเศษระหว่างเรียน และขายของเป็นรายได้เสริม เธอยังใช้เงินวันละไม่ถึง 200 เยน หรือราวๆ 50 บาทต่อวันเท่านั้น?

- 200 เยนที่ว่า เธอกินอะไรบ้าง? ตัวอย่างก็เช่น
มื้อเช้าขนมปังทาเนย 30 เยน
มื้อกลางวันข้าวกับแซลม่อนย่าง 79 เยน
มื้อเย็นต้มอุด้งใส่ผัก ราว 50 เยน
(ราคาที่ว่าคำนวณจากการซื้อของมาแล้วแล้วแบ่งกินนะ)

สรุปวันนี้ใช้เงินไปราวๆ 159 เยน หรือไม่ถึง 50 บาท ถ้าอยากกินอะไรพิเศษเพิ่ม ก็เอาเงินที่เหลือมาทบๆ เข้าไปเอา

- พอเรียนจบมา ด้วยความอยากมีบ้าน เธอก็เลยทำงานวงการอสังหาฯ ทำอาชีพนายหน้าซื้อขายบ้านซะเลย จะได้ทั้งเข้าสู่วงใน และตามฝันของตัวเอง

- แล้วด้วยความขยันทำงาน บวกประหยัดขั้นสุด เธอก็มีบ้านหลังแรกตอนอายุ 27 ปี ซื้อบ้านราคา 2.5 ล้านบาทได้

- ฝันแรกมาแล้ว ฝันต่อไปมาเร็วขึ้น ตอนอายุ 29 ปี ก็สามารถซื้อบ้านหลังที่สอง ราคา 4.5 ล้านบาทได้

- และจนกระทั่งอายุ 33 ปี เธอก็สามารถซื้อบ้านหลังที่สามตามฝัน หลังสุดท้ายนี้ราคา 9 ล้านบาท


เชื่อว่าหลายคนมองว่าวิธีประหยัดของเธอก็ดูจะสุดโต่งไปสักนิด แต่มันก็ช่วยให้เธอมีทุนแรกเริ่มในการซื้อขายบ้าน ได้เปรียบคนอื่นที่เรียนจบมาพร้อมกัน

บวกกับทำสายซื้อขายอสังหาฯ ก็ยอมรับเลยว่าเธอต่อยอดทุนน้อยๆ ที่มีตอนแรก จนกระทั่งในที่สุดก็เป็นเจ้าของบ้านได้ตามฝันเลย

Photos from Involve's post 05/06/2022

การวางแผนทางการเงินที่มีคุณภาพเราจะละเลยฐานรากของปิรามิด
ไปไม่ได้เลย ซึ่งถ้าพูดให้ชัดเจนก็คือการวางแผนความเสี่ยง
ถ้าเป็นเรื่องความเสี่ยงส่วนบุคคล เครื่องมือทางการเงินที่ใช้
คือประกันชีวิตที่ถูกต้อง

ในที่นี้ involve ของเราก็จะกล่าวถึงเฉพาะความเสี่ยงภัยที่
เมื่อเกิดขึ้น เราจะรับเองไว้ไม่ได้ ความเสี่ยงนี้เราจะต้องผลักความเสี่ยงออกไป เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อพอร์ตการเงินของครอบครัวเรา

เราจัดความเสี่ยงใหญ่ๆออกเป็น 3 ข้อ

1. จากไปก่อนวัยอันควรใช้ภาษาตรงๆก็คือ"ตาย"นั่นแหละ
เมื่อเราจากไป ไม่เพียงแต่เราจะเอารายได้ทั้งหมดของครอบครัวไปด้วยเท่านั้น แต่เรายังจะทิ้งภาระต่างๆและหนี้สินไว้ให้ครอบครัวเราด้วยเหรอ

ผลกระทบจากการตายทำให้ทุกอย่างเท่ากับศูนย์ทั้งหมด

เราจะชวนคิด...ถ้าเราถามว่า

เมื่อวานมีคนตายไหม ?
วันนี้จะมีไหม ?
และพรุ่งนี้จะมีไหม ?

แน่นอนครับถ้าตอบด้วยเหตุด้วยผล ทุกคนต้องตอบว่ามีทุกวันแน่นอน
แล้วอะไรที่คิดว่าจะไม่เกิดขึ้นกับเรา

ความเสี่ยงข้อที่ 2 ซึ่งเป็นถือว่าเป็นภัยใหญ่ คือการป่วย
ในที่นี้เราจะพูดถึงเรื่องของการป่วยหนักถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อ
การป่วยครั้งใหญ่ เช่นผ่าตัดใหญ่เป็นมะเร็ง บายพาสหัวใจ ฯ

ซึ่งโรคร้ายเหล่านี้ก็เกิดขึ้นกับใครสักคนทุกวันเหมือนกัน

คำถามเดิมที่เราจะถามคืออะไรที่คิดว่าจะไม่เกิดกับเรา
เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วมันใช้เงินมากมายมหาศาลซึ่งเราจะไม่มีเงินไม่ได้เลย

ความเสี่ยงข้อที่ 3 ก็คือความแก่ ลองหลับตานึกภาพว่า
ถ้าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาเราเข้าวัยเกษียณเลยเราอายุ 60,65 เลย
เราลองหันหลังกลับไปดูว่าเงินที่มีอยู่ในบัญชีนั้น เราจะใช้ได้อีกนานแค่ไหน หลายคนอาจจะตอบว่าหมดตั้งแต่วันแรกเลยใช่ไหมครับ 555 เพราะเราไม่ได้เตรียมไว้เลย

เช่นเดียวกับ 2 ข้อแรกครับ เรื่องความแก่ เมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้ ก็จะมีคนครบอายุ 60 ทุกวัน

วันหนึ่งเราก็ต้องเดินทางไปถึง ถือเป็นภัยใหญ่ที่เราไม่มีตังค์ไม่ได้ เช่นเดียวกัน

ตาย ป่วย แก่ ไม่มีใครอยากให้เกิด .... แต่มันก็เกิดกับคนที่ไม่อยากทุกคนนะครับ

3 เรื่องนี้เป็นภัยใหญ่ซึ่งเกิดขึ้นทุกวัน ทุกคน เห็นด้วยไหมครับ

เมื่อเกิดขึ้นมามันต้องใช้เงินมาก
เงินจำนวนนี้เราตัดออกก็ไม่ได้ถ้าเหตุมันเกิดขึ้นมา

ถ้ามันตัดออกไม่ได้ท่านคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นปัญหาหรือไม่เป็นปัญหาสำหรับท่าน

และปัญหานี้เป็นปัญหาเล็กหรือปัญหาใหญ่ของชีวิต
ถ้าเป็นปัญหาใหญ่เราควรจะปกป้องตระเตรียมเตรียมการหรือควรจะปล่อยตามยถากรรมครับ

การวางบริหารความเสี่ยง 3 เรื่องนี้ฟังดูเหมือนเรื่องง่าย แต่ไม่ง่ายเลยนะครับเพราะถ้าเราจะซื้อประกันพวกเรา involve บอกได้เลยว่า ยากมากที่จะได้ประโยชน์จากการซื้อประกัน

เราจะมาคุยกันเรื่อง "เราจะวางแผนซื้อประกันกันอย่างไร" ในคราวหน้านะครับขอบคุณครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท เงินทุน ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


130-132 อาคารสินธรทาวเวอร์ ชั้น 21 ถนนวิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน
Bangkok
10130