RECT

RECT

แชร์

08/08/2022

ADVANC หั่นคาดการณ์รายได้-EBITDA พร้อมปรับงบลงทุนรับเศรษฐกิจผันผวน
บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือ เอไอเอสเปิดเผยว่า บริษัทปรับคาดการณ์รายได้และกำไร โดยรายได้จากการให้บริการหลักคาดเติบโตในอัตราเลขตัวเดียวระดับต่ำ จากเดิมเติบโตในอัตราเลขตัวเดียวระดับกลาง ส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) คาดคงที่ถึงลดลงเล็กน้อย จากเดิมเติบโตในอัตราตัวเลขตัวเดียวระดับต่ำ
สำหรับงบประมาณการลงทุน(ไม่รวมคลื่นความถี่) ปรับเป็นประมาณ 30,000 ล้านบาท จากเดิม 30,000-35,000 ล้านบาท
บริษัทระบุว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะยังคงเปราะบางแม้จะมีสัญญาณการฟื้นตัวในครึ่งปีแรก และจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและการปรับขึ้นของราคาพลังงานทั่วโลกและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่เป็นผลกระทบจากสงครามรัสเซียรบกับยูเครน ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกส่งผลกระทบต่อการบริโภคและกำลังซื้อของภาคเอกชนในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางซึ่งส่งผลกระทบต่อระดับราคาในตลาด อย่างไรก็ตาม เอไอเอส ยังคงมุ่งสร้างรากฐานเพื่อนำไปสู่การเป็น “ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอัจฉริยะ” หรือ ” Cognitive Tech-Co” และมุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่เป็นเลิศแก่ลูกค้าของเรา
ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงมีแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะแรงกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้ออันเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคโดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางให้เปลี่ยนไปใช้แพ็กเกจที่ถูกลง เอไอเอส จะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในเชิงรายได้จากการเป็นผู้นำการให้บริการ 5G ที่เหนือกว่าเพื่อขยายการให้บริการกับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง และมุ่งเสริมความแข็งแกร่งในด้านการดูแลรักษาฐานลูกค้าด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และเน้นการเสริมสร้างคุณภาพโครงข่าย รวมถึงการสร้างความผูกพันกับลูกค้า (customer engagement)
ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านยังคงเติบโตในระดับที่สูงกว่าอุตสาหกรรม แม้จะมีความต้องการในตลาดที่ลดน้อยลงตามการลดลงของการทำงานที่บ้าน เอไอเอสยังคงขยายการให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านในพื้นที่ใหม่ในบริเวณที่มีการเข้าถึงที่ไม่เพียงพอและส่งมอบการให้บริการที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า ซึ่งเรายังคงดำเนินการเพื่อเพิ่มความครอบคลุมครัวเรือนด้วยกลยุทธ์การให้บริการหลากหลายในแพ็กเกจเดียวทั้งบริการมือถือ เน็ตบ้านและคอนเทนต์ หรือ Fixed-Mobile-Contents Convergence (FMC) เพื่อไปสู่เป้าหมายการเป็นผู้เล่นรายหลักในธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านโดยยังคงเป้าหมายผู้ใช้บริการ 2.2 ล้านรายภายในปี 65
ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรยังคงเติบโตในระดับสองหลัก (double-digit growth) เรายังคงมุ่งเน้นในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ และการสร้างความร่วมมือกับลูกค้าองค์กรเพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล (Digital transformation) เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและเติบโตไปพร้อมกับเอไอเอส
เอไอเอสยังคงมุ่งเน้นสร้างการเติบโตของรายได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากหลายกลุ่มธุรกิจรวมถึงจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ ส่งผลต่อความท้าทายในส่วนของกำไรอันเนื่องมาจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทยังคงมุ่งเน้นในการด เนินการเพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านต้นทุนและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ต้นทุนจะได้รับผลกระทบจากค่าสาธารณูปโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น ค่าใช้ในการขยายธุรกิจภายใต้สภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเติมในส่วนของคอนเทนต์ (cost of content) เพิ่มมาจากช่วงครึ่งปีหลังของ 64 จะยังคงอยู่เพื่อเป็นบริการเสริมให้กับลูกค้า และค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นจากการฟื้นตัวตามเศรษฐกิจและจากปีที่แล้วที่มีค่าใช้จ่ายในระดับที่ต่ำที่จากการล็อคดาวน์ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้เอไอเอสจะยังคงออกแคมเปญเพื่อขยายและรักษาฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งปีหลัง
ขณะที่คาดการณ์งบการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท เอไอเอสตั้งเป้ารักษาความเป็นผู้นำในโครงข่ายการให้บริการ 5G ในประเทศไทยทั้งในด้านความครอบคลุมของโครงข่ายและความจุของโครงข่ายจากความต้องการการใช้งาน 4G/5G ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าด้วยเทคโนโลยี5G ที่ดีที่สุดและให้บริการบนคลื่นความถี่ที่ครบถ้วน ตั้งแต่คลื่นความถี่ย่านต่ำย่านกลาง ตลอดจนคลื่นความถี่ระดับมิลลิเมตร เพื่อมอบคุณภาพที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอัตราการใช้งาน 5G สูง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ส.ค. 65)

08/08/2022

ภาวะตลาดตราสารหนี้: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 20,840 ล้านบาท
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวันนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 20,840 ล้านบาท ด้านประเภทของนักลงทุน ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด 2 อันดับแรก คือ
1. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซื้อสุทธิ 895 ล้านบาท
2. กลุ่มบริษัทประกัน ขายสุทธิ 19 ล้านบาท
ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 2,011 ล้านบาท Yield พันธบัตรอายุ 5 ปี ปิดที่ 2.06% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน +0.04%
ภาพรวมของตลาดในวันนี้
Yield Curve ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าประมาณ 1-5 bps. ทิศทางเดียวกับ US-Treasury หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 528,000 ตำแหน่ง โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 258,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนก.ย. นอกจากนี้ มิเชล โบว์แมน หนึ่งในผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แถลงว่าเฟดควรพิจารณาขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมครั้งต่อ ๆ ไป เพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงมาอยู่ในระดับที่เฟดตั้งเป้าไว้ที่ 2% สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 2,011 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET BUY 2,011 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired) ด้านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มี NET BUY ของนักลงทุนต่างชาติ 4,487 ล้านบาท
สรุปภาวะการซื้อขายตราสารหนี้
ตลาดตราสารหนี้ไทย 08-08-2022 Change %Change
มูลค่าการซื้อขาย 20,839.65 ลบ. – –
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 3 เดือน 0.65 % – 0.00 %
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 1 ปี 1.11 % – 0.00 %
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปี 2.06 % เพิ่มขึ้น 0.04 %
มูลค่าการซื้อขายแบบ Outright (แยกตามประเภทตราสาร)
ประเภทตราสาร ล้านบาท Change %Change
ตั๋วเงินคลัง 1,825.12 ลดลง 29 %
พันธบัตรรัฐบาล 6,208.28 ลดลง 68 %
ตั๋วสัญญาใช้เงินรัฐบาล 0.00 – n/a
พันธบัตร ธปท. 11,801.00 เพิ่มขึ้น 14 %
พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ 0.00 – n/a
หุ้นกู้เอกชน 856.51 ลดลง 66 %
พันธบัตรต่างประเทศ 0.00 – n/a
หมายเหตุ: n/a คือ หาค่าไม่ได้ เนื่องจากไม่มีมูลค่าการซื้อขายในวันก่อนหน้า
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ส.ค. 65)

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท โฆษณาและการตลาด ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่อยู่


40 อาคารเมอร์คิวรี่ ทาวเวอร์ ชั้น 18 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 22:00
อังคาร 10:00 - 22:00
พุธ 10:00 - 22:00
พฤหัสบดี 10:00 - 22:00
ศุกร์ 10:00 - 22:00
เสาร์ 10:00 - 22:00
อาทิตย์ 10:00 - 22:00