Mirror Thailand
06/06/2026
ในซีรีส์ Euphoria ของ Sam Levinson ความสัมพันธ์ระหว่าง Cassie Howard และ Maddy Perez คือหนึ่งในเส้นเรื่องที่สะท้อนความซับซ้อนของมิตรภาพวัยรุ่นได้อย่างเจ็บปวดที่สุด ทั้งคู่เติบโตมาพร้อมบาดแผลจากครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งเหมือนกันคือความต้องการความรัก การยอมรับ และพื้นที่ปลอดภัยในชีวิต
ตลอดทั้งเรื่อง Cassie ถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวการถูกทอดทิ้ง จนนักจิตวิทยาหลายคนมองว่าพฤติกรรมของเธอสอดคล้องกับ Anxious Attachment ซึ่งมีรากมาจากการสูญเสียความรักจากพ่อที่หายไปเพราะปัญหายาเสพติด ความโหยหาความรักนี้ทำให้เธอยอมแลกทุกอย่างเพื่อรักษาความสัมพันธ์ แม้กระทั่งหักหลัง Maddy ด้วยการคบ Nate Jacobs แฟนเก่าของเพื่อนรัก
ในทางตรงกันข้าม Maddy เติบโตมาในครอบครัวผู้อพยพที่สอนให้เธอรู้ว่าชีวิตไม่ได้มอบโอกาสให้ทุกคนเท่ากัน ความทะเยอทะยาน ความมั่นใจ และความชัดเจนในสิ่งที่ต้องการจึงกลายเป็นเกราะป้องกันตัวของเธอมาโดยตลอด
หลังการหักหลัง คำขอโทษของ Cassie ไม่ได้ลบความเจ็บปวดของ Maddy ได้ทันที เพราะการถูกเพื่อนรักทรยศไม่ใช่บาดแผลที่หายได้ด้วยคำพูดไม่กี่ประโยค แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ Maddy กลับช่วยเหลือเธอ ด้วยการร่วมกันสร้าง OnlyFans ที่กลายเป็นพื้นที่ที่ทำให้ทั้งคู่ได้กลับมาใช้เวลาร่วมกันอีกครั้งในฐานะพาร์ตเนอร์ มากกว่าคู่กรณี
สำหรับ Cassie มันคือโอกาสในการสร้างคุณค่าและรายได้ด้วยตัวเอง ขณะที่สำหรับ Maddy มันคือพื้นที่ให้เธอได้ใช้ความสามารถในการบริหาร วางแผน และควบคุมทิศทางธุรกิจ สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการได้กลับมารู้สึกถึงความเป็นทีมเดียวกันอีกครั้ง
ท้ายที่สุด Nate กลายเป็นหายนะที่ทำลายชีวิตของคนรอบตัว ความจริงข้อนี้ทำให้ Euphoria ตั้งคำถามต่อวัฒนธรรมที่สอนให้ผู้หญิงแข่งขันกันเพื่อให้ได้รับเลือกจากผู้ชาย ราวกับความรักของผู้ชายคือเป้าหมายสูงสุดของชีวิต
นั่นจึงทำให้ฉากสุดท้ายที่ Cassie บอก Maddy ว่า “เราจะหาทางไปด้วยกัน” มีความหมายมากกว่าการคืนดีระหว่างเพื่อน เพราะเธอไม่ได้วิ่งไล่ตามการยอมรับจากผู้ชายอีกต่อไป แต่เลือกหันกลับมาหาคนที่อยู่เคียงข้างเธอมาตลอด คนที่เห็นทั้งด้านดีที่สุดและเลวร้ายที่สุดของเธอ
บทสรุปของ Cassie และ Maddy จึงอาจไม่ใช่เรื่องของการให้อภัยหรือการแก้แค้นเลย เพราะก่อน Cassie จะค้นพบว่าความรักที่ตามหามาตลอดนั้น ไม่ได้อยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนใดเลย แต่อยู่ในมิตรภาพที่มีมาตั้งแต่แรกต่างหาก
อ่านแง่มุมความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต่อได้ใน
https://mirrorthailand.com/culture/films/103159
06/06/2026
‘พี่ต้น’ คนนั้นที่เราเคยเชียร์ตอนอยู่ ‘บ้าน AF’ ตอนนี้ ‘แชมป์ AF8’ คนนี้นั่งอยู่ตรงหน้าเรา เขายังเป็นคนเดิมที่มากความสามารถ เสียงร้องทรงพลังอันเป็นเอกลักษณ์ที่มีหนึ่งเดียวยังคงเหมือนเดิม และรอยยิ้มสวยที่แฟนๆ หลายคนชอบก็ยังโดดเด่นออกมาไม่ต่างจากวันแรกที่รู้จัก แต่สิ่งที่มีเพิ่มขึ้นในวันนี้ คือเสน่ห์และความสุขที่แพร่กระจายไปรอบๆ จนคนที่อยู่ใกล้สัมผัสได้ เสน่ห์และความสุขที่ว่านั้น ‘ต้น-ธนษิต จตุรภุช’ เรียกมันว่า “การเป็นตัวเองโดยไม่ต้องซ่อน” ซึ่งหมายถึง ความภูมิใจที่จะตะโกนออกมาดังๆ ว่า “ฉันเป็นศิลปินเกย์” และ “เป็นเกย์ออกสาว”
ต้นอยู่วงการมา 14 ปี ช่วงต้นของอาชีพ วันแรกๆ เขาถูกบอกว่า “อย่าสาวนะ เดี๋ยวไม่มีงาน” กระทั่งเมื่ออยากเล่นละคร ก็ถูกห้ามว่า “เล่นไม่ได้หรอก พูดไดอาล็อกยาวๆ แล้วจะออกสาว” โดยไม่เปิดโอกาสให้ลองออดิชันก่อนด้วยซ้ำ ออกเพลงมาเป็นสิบๆ เอ็มวีก็ต้องเป็น Point of view ชาย-หญิง ทั้งที่คนร้องเป็นเกย์ ไปจนถึงติดความกล้าๆ กลัวๆ ที่จะออกสาวในความสัมพันธ์ เพราะคนชอบบอกว่าเป็นเกย์ออกสาว “เดี๋ยวเธอจะนก”
แต่หลายสิ่งเปลี่ยนไป เมื่อได้ ‘แต่ง Drag’ เขาค้นพบพลังหญิงจากการสวมคาแรกเตอร์ครั้งนั้น ต้นรัก ‘งาน’ ตัวเองมากขึ้นจากการรักและโอบกอดตัวตนที่ได้ออกสาว และคิดว่างานเพลงหรือการทำโชว์มีพลังขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ต้นได้รู้ว่า แม้มีคนอคติต่อความสาว แต่คนที่รักในความสาวก็มีเสมอ เช่นเดียวกับแฟนหนุ่มและครอบครัว ที่แฮปปี้ที่เห็นเขาชอบบียอนเซ่ แต่งแดร็ก จิกส้นสูง อีกทั้งซิงเกิ้ลล่าสุดอย่าง ‘สักที’ (Once) ในเอ็มวีก็ได้ฉายภาพ Nightlife ของเกย์ผ่านประสบการณ์ตรง (เลือกพระเอกเอ็มวีมาเล่นเองด้วย!) ซึ่งต้นดีใจสุดๆ ที่ได้ทำเอ็มวีจากสายตาเกย์แบบนี้ “สักที”
ยุคนี้เขารู้สึกหายใจโล่งขึ้น เพราะมีคนส่วนหนึ่งพร้อมเข้าใจ แต่ใช่ว่าอคติที่มีต่อคนออกสาวจะไม่เหลือ เพราะแม้จะเห็นศิลปินหรือนักแสดงรุ่นใหม่ออกสาวมากขึ้น แต่หลายคนก็ยังถูกตั้งคำถาม บ้างก็ไม่สามารถพูดว่าตัวเองเป็น LGBTQ+ เขาจึงหวังว่าสักวันจะได้เห็นศิลปินหรือนักแสดงพูดได้ว่า “เป็น LGBTQ+” โดยไม่ต้องกลัว
นี่คือ ‘ต้น’ 1 ใน 7 คน จากโปรเจกต์ “ออกสาวแล้วไง? : Feminine Energy - Redefining Strength” โดย Mirror Thailand ซึ่งขอโอบกอดพลังความสาวใน Pride 2026 เพราะความสาวไม่ใช่เรื่องผิด และความสาวคือ ‘ความสุข’ ของบางคนที่ได้เฉิดฉายเพราะได้ ‘เป็นตัวเอง’
อ่านบทสัมภาษณ์ทั้งหมดที่: https://mirrorthailand.com/conversation/conversation/103153
#ออกสาวแล้วไง
05/06/2026
นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่ายินดี เมื่อพระคาร์ดินัล Luis José Rueda Aparicio ผู้นำสูงสุดแห่งคริสตจักรคาทอลิกประเทศโคลอมเบีย ได้ทำพิธี ‘ล้างเท้า’ ให้กับเหล่า S*x Worker หญิงข้ามเพศ เนื่องในวันพฤหัสบดีอันศักดิ์สิทธิ์ (Holy Thursday) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นการแสดงการยอมรับและเคารพในตัวตนของพวกเธอเทียบเท่ากับคริสนชนคนอื่นๆ จากที่พวกเธอถูกตีตราด้วยอคติและถูกกีดกันจากสังคมกระแสหลักของโคลอมเบียมาอย่างยาวนาน
พิธีวันพฤหัสบดีอันศักดิ์สิทธิ์ คือพิธีกรรมเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงล้างเท้าให้แก่เหล่าอัครสาวกก่อนร่วมรับประทานอาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper) โดยจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีก่อนถึงวันอีสเตอร์ ซึ่งพระคาร์ดินัลผู้ประกอบพิธีจะต้องนั่งลงใช้น้ำล้างเท้าให้กับผู้คน เพื่อระลึกถึงความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขของพระเยซู
และในปี 2026 นี้ นับเป็นปีที่สองที่พระคาร์ดินัลทำพิธีในย่านซานตาเฟ ซึ่งเป็น ‘ย่านโคมแดง’ หรือเขตผ่อนปรนให้มีการให้บริการทางเพศภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายในเมืองโบโกตา เมืองหลวงของประเทศโคลอมเบีย ผู้คนที่อาศัยอยู่ในย่านนี้มีตั้งแต่ผู้ให้บริการทางเพศจนถึงเหล่าคนยากไร้ โดยคนส่วนใหญ่มักมีภาพจำว่าซานตาเฟคือย่านอันตรายและเป็นจุดอับแสงของประเทศ
“การที่สังคมเลือกปฏิบัตินั้นคือการสร้างความแบ่งแยก มันคือการสร้างระบบชนชั้นซึ่งควรจะหมดไปเนิ่นนานแล้ว สิ่งนี้ไม่ควรมีอยู่ในสังคมอีกต่อไป” พระคาร์ดินัล Aparicio กล่าวกับสำนักข่าวท้องถิ่น
“มันเป็นสิ่งงดงามอย่างแท้จริงค่ะ” Valentina Rojas หนึ่งในหญิงข้ามเพศที่ได้เข้ารับการล้างเท้ากล่าว พร้อมเสริมว่าการได้เข้าร่วมพิธีนี้ทำให้เธอรู้สึก “เป็นสุขและเป็นที่รัก พวกเราทุกคนล้วนได้รับการยอมรับในดินแดนแห่งพระผู้เป็นเจ้า”
พิธีล้างเท้าในย่านโคมแดงของกรุงโบโกตาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองนี้ จึงเป็นมากกว่าพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ประจำปี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังที่แสดงให้เห็นว่า ‘ศาสนา’ และ ‘ความหลากหลายทางเพศ’ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูล การคุกเข่าล้างเท้าให้กลุ่มหญิงข้ามเพศผู้ให้บริการทางเพศโดยผู้นำศาสนาระดับสูง นับเป็นการส่งข้อความอันทรงคุณค่าไปถึงคนทั่วโลกอย่างชัดเจนว่าพื้นที่แห่งความเชื่อและความศรัทธานี้พร้อมเปิดรับมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะมีเพศสภาพใดหรือประกอบอาชีพใดก็ตาม
อ้างอิง
https://www.them.us/story/colombias-highest-ranking-catholic-official-washed-the-feet-of-trans-sex-workers?fbclid=IwY2xjawSOaV1leHRuA2FlbQIxMABicmlkETFEbm9MOXZPa3BZVVhJb1dyc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHqSBthomQF6Z3B_J0AvximuEQOivmbScAjQp_OgBgaaJdcQwZVrJ_EDBR35d_aem__c0V4ffGllmWbBlSJ6fiDA
https://www.youtube.com/watch?v=giy_Iy2yIZc
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
86 Rama 4 Rd, Silom, Bang Rak
Bang Rak
10500
เวลาทำการ
| จันทร์ | 10:00 - 19:00 |
| อังคาร | 10:00 - 19:00 |
| พุธ | 10:00 - 19:00 |
| พฤหัสบดี | 10:00 - 19:00 |
| ศุกร์ | 10:00 - 19:00 |