SyncTech Solution
06/04/2026
📌 สรุปประเด็นสำคัญ:
- Linux Kernel 7.0-rc7 ถูกปล่อยออกมาแล้ว ซึ่งน่าจะเป็น Release Candidate ตัวสุดท้ายก่อนเวอร์ชันเต็มจะเปิดตัวในสัปดาห์หน้า
- การอัปเดตครั้งนี้มีขนาดเล็กกว่าปกติ เนื่องจากอยู่ในช่วงวันหยุดเทศกาลอีสเตอร์ แต่ก็มีการแก้ไขที่สำคัญหลายจุด
- จุดเด่นคือการแก้ปัญหาประสิทธิภาพของไดรเวอร์ WiFi และการปรับปรุงเอกสาร (Documentation) เพื่อรองรับการทำงานของ AI Agents ในอนาคต
ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับ Linux Kernel เวอร์ชันใหม่ล่าสุด! Linus Torvalds ได้ประกาศเปิดตัว **Linux 7.0-rc7** ซึ่งเป็น Release Candidate ตัวที่เจ็ดและคาดว่าจะเป็นตัวสุดท้ายก่อนการเปิดตัวเวอร์ชันเต็ม (Stable) อย่างเป็นทางการในสัปดาห์ถัดไป หากไม่พบปัญหา重大ใดๆ เพิ่มเติม
Linus ได้กล่าวในประกาศว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างเงียบเหงา ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับช่วงวันหยุดเทศกาลอีสเตอร์ ทำให้ขนาดของแพตช์ในเวอร์ชัน rc7 นี้มีขนาดเล็กกว่าค่าเฉลี่ย อย่างไรก็ตาม การพัฒนาก็ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และภาพรวมทั้งหมดก็ดูเป็นไปด้วยดีสำหรับกำหนดการเปิดตัวเวอร์ชันเต็ม
🚀 **ไฮไลต์การอัปเดตใน Linux 7.0-rc7**
แม้จะเป็นการอัปเดตย่อย แต่ก็มีการแก้ไขที่น่าสนใจและส่งผลดีต่อผู้ใช้งานโดยตรง หนึ่งในนั้นคือ **การแก้ไขปัญหาด้านประสิทธิภาพของไดรเวอร์ WiFi** ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่อไร้สายมีเสถียรภาพและทำงานได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตในส่วนของไดรเวอร์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น GPU, Networking, Sound และการอัปเดตสำหรับสถาปัตยกรรม x86 และ ARM64
🤖 **ปูทางสู่ยุค AI**
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองคือ **การปรับปรุง Documentation หรือเอกสารประกอบสำหรับ AI Agents** ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าทีมพัฒนาเคอร์เนลกำลังให้ความสำคัญกับการทำให้ระบบปฏิบัติการสามารถทำงานร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์หรือระบบอัตโนมัติต่างๆ ได้ง่ายขึ้นในอนาคต ถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญสำหรับเทรนด์ IT Infrastructure สมัยใหม่
โดยรวมแล้ว Linux 7.0-rc7 เป็นการอัปเดตเพื่อเก็บตกรายละเอียดและแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้าย ก่อนที่เราจะได้ใช้งาน Linux 7.0 เวอร์ชันเต็มกันในเร็วๆ นี้ครับ
💬 เพื่อนๆ ที่เป็นสาย Linux ตื่นเต้นกับฟีเจอร์ไหนใน Kernel 7.0 มากที่สุดครับ? หรือมีอะไรที่อยากเห็นการปรับปรุงเพิ่มเติมเป็นพิเศษไหมครับ?
ที่มา: https://www.phoronix.com/news/Linux-7.0-rc7-Released
04/04/2026
📌 สรุปประเด็นสำคัญ:
- Windows Server 2025 มาพร้อม Native NVMe Driver ตัวใหม่ที่แสดงประสิทธิภาพการสเกลได้เหนือกว่า Ubuntu 24.04 อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในงานเขียนข้อมูล (Write Workloads)
- ในการทดสอบ 4K Random Write, Windows Server 2025 ทำ IOPS ได้สูงถึง 12.3 ล้าน ในขณะที่ Ubuntu ทำได้สูงสุดเพียง 5.4 ล้าน IOPS หรือแรงกว่ากันเกินเท่าตัว
- แม้ในงานอ่านข้อมูล (Read) Ubuntu จะทำได้ดีในช่วงเริ่มต้น แต่ Windows Server 2025 ก็สามารถเร่งประสิทธิภาพแซงได้ที่ภาระงานสูงๆ (Peak Performance) แสดงให้เห็นถึงการปรับแต่งไดรเวอร์มาอย่างดีเยี่ยม
ศึกชิงเจ้าความเร็ว NVMe! เว็บไซต์ไอทีชั้นนำอย่าง StorageReview.com ได้จัดการทดสอบที่หลายคนรอคอย กับการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ NVMe SSD แบบหมัดต่อหมัด ระหว่างระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์ยักษ์ใหญ่ 2 ค่าย: **Windows Server 2025 (Build 26085)** ที่มาพร้อม Native NVMe Driver ตัวใหม่แกะกล่อง กับ **Ubuntu Server 24.04.4 LTS** ที่เป็นเจ้าตลาดและขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพอยู่แล้ว
🚀 **สเปคเครื่องทดสอบ (Testbed)**
เพื่อให้การทดสอบรีดประสิทธิภาพออกมาได้สูงสุด จึงจัดเต็มด้วยฮาร์ดแวร์ระดับ Enterprise ประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge R760, CPU Intel Xeon Platinum 8460H จำนวน 2 ตัว, หน่วยความจำ 1TB DDR5 และหัวใจสำคัญคือ NVMe SSD รุ่นท็อปอย่าง Solidigm P5520 15.36TB Gen4 จำนวน 8 ตัว
📊 **ผลการทดสอบ 4K Random Read**
เปิดฉากมา Ubuntu ทำได้ดีกว่าเล็กน้อยในช่วง Latency ต่ำๆ แต่เมื่อเพิ่มภาระงาน (Load) มากขึ้น สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป **Windows Server 2025** ได้แสดงพลังการสเกลที่น่าทึ่ง แซงขึ้นไปทำ IOPS สูงสุดได้ถึง **24 ล้าน IOPS** ทิ้งห่าง Ubuntu ที่ทำได้ **21.6 ล้าน IOPS**
🔥 **ผลการทดสอบ 4K Random Write (จุดตัดสิน)**
ในส่วนนี้เห็นผลต่างอย่างชัดเจนที่สุด! ขณะที่ Ubuntu ทำประสิทธิภาพได้ดีและค่อนข้างคงที่ที่ประมาณ **5.4 ล้าน IOPS** แต่ **Windows Server 2025** กลับทะยานขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทำตัวเลขได้สูงสุดถึง **12.3 ล้าน IOPS** ซึ่งมากกว่า Ubuntu เกินเท่าตัว! ชี้ให้เห็นว่าไดรเวอร์ตัวใหม่ของ Microsoft จัดการกับ Workload การเขียนแบบสุ่มที่หนักหน่วงได้ดีเยี่ยมจริงๆ
⚡ **ผลการทดสอบ Sequential Read/Write**
สำหรับการอ่าน-เขียนข้อมูลแบบต่อเนื่อง (Sequential) ผลก็ยังคงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ในการอ่านแบบ Sequential Read 64K, Windows Server 2025 ทำความเร็วได้สูงสุด **116 GB/s** เฉือนชนะ Ubuntu ที่ทำได้ **108 GB/s** ไปเล็กน้อย แต่ในการเขียน Sequential Write 64K นั้น **Windows Server 2025** ชนะขาดลอยด้วยความเร็ว **66 GB/s** เทียบกับ **34.6 GB/s** ของ Ubuntu
บทสรุปของการทดสอบครั้งนี้ชี้ชัดว่า การมาของ Native NVMe Driver ใน Windows Server 2025 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ พลิกโฉมหน้าประสิทธิภาพด้าน Storage ของฝั่ง Windows ไปอย่างสิ้นเชิง และแสดงให้เห็นว่า Microsoft เอาจริงเอาจังกับการปรับจูนระบบปฏิบัติการให้รองรับฮาร์ดแวร์ยุคใหม่อย่างเต็มศักยภาพ ไม่ได้เป็นรองฝั่ง Linux อีกต่อไปในเรื่องนี้
💬 เห็นผลทดสอบแบบนี้แล้ว ชาว IT Admin คิดว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่องค์กรที่เน้นประสิทธิภาพ Storage สูงๆ จะหันกลับมามอง Windows Server อย่างจริงจัง? หรือยังคงเชื่อมั่นใน Linux มากกว่า? มาแชร์ความเห็นกันครับ!
ที่มา: https://www.storagereview.com/review/linux-vs-windows-server-2025-native-nvme
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ทีมทำอาหาร
เสื้อผ้า
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
38/39 Moo . 12
Ban Khlong Song
12120