LuLu Lab
💦 ทำไมวอมแบต (wombat) ถึงไม่ชอบฝน❓
#ลูลู่แล็บ
29/04/2026
💁🏻♀️ “เจ้าจอมเอิบ” ทอดปลาทูเก่งเป็นที่หนึ่ง จนได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากรัชกาลที่ 5
ถ้าจะคุยกันเรื่องการปรุงอาหารจากปลาทู หลายคนคงจะเห็นตรงกันว่าการทอดเป็นวิธีที่คลาสสิคและถูกปากเราคนไทยมากที่สุด เป็นการปรุงที่แพร่หลายแต่ดันไม่ง่ายอย่างที่ตาเห็น อย่างที่ผู้รู้ว่า ถ้าจะทำให้อร่อยที่สุด คือจะต้องไม่ทอดจนเนื้อปลาเกรียมเกินไปหนังเป็นสีน้ำตาลเข้ม แต่ต้องทอดให้เป็นสีเหลืองทอง เนื้อปลายังชุ่มฉ่ำจากไขมันในตัวปลา มีกลิ่นหอมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของปลาทูทอด
ซึ่งสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ข้าราชบริพานในพระองค์ต่างรู้ดีว่าทรงโปรดเสวยปลาทูเป็นอย่างมาก และจะทรงไว้วางพระราชหฤทัยในการทอดปลาทู แค่เจ้าจอมเอิบ คนเดียวเท่านั้นก็ว่าได้ ยังทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ (นพ ไกรฤกษ์) เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2453 มีความว่า
“พระยาบุรุษ ...พิธีตรุษนี้จะไปต่อวัน 14 ค่ำ 12-13 ค่ำว่าง คิดจะหาข้าวกินที่นาพญาไทเช่นครั้งก่อน โดยบอกดุ๊กและอาภา พระยาวรพงษ์ พระยาเวียงในไปแล้ว ให้คิดอ่านจัดการสำหรับกินข้าวเช่นคราวก่อนอีก เรื่องทอดปลาทูข้าอยู่ข้างจะกลัวมาก ถ้าพลาดไปแล้วข้ากลืนไม่ลง ขอให้จัดตั้งเตาทอดปลาที่สะพานต่อเรือข้างหน้าข้างใน บอกกรมวังจัดรถให้นางเอิบออกไปทอดปลา เตรียมเตาและกระทะไว้ให้พร้อม”
ทั้งนี้เจ้าจอมเอิบ (เอิบ บุนนาค) เป็นธิดาของเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) สมุหเทศาภิบาลมณฑลเพชรบุรี เจ้าจอมเอิบจึงเติบโตในแดนปลาทู มีฝีมือทอดปลาทูจนได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย
นอกจากนี้ คนรักประวัติศาสตร์สมัยนั้นน่าจะรู้จักท่านในอีกแง่มุมคือ ฝีมือการถ่ายภาพ ท่านเป็นผู้ที่มีความสามารถในการเล่นกล้องและเทคนิคการถ่ายรูปมากท่านหนึ่งในพระราชสำนัก นับเป็นช่างถ่ายภาพสมัครเล่น ที่มีความสามารถด้านการถ่ายและล้างเองได้อย่างชำนาญ จนเป็นที่พอพระราชหฤทัยของรัชกาลที่ 5 เป็นอันมาก
พอลองค้นคว้าเรื่องราวของท่านดูแล้วก็พบว่าท่านเป็นสตรีที่มีความครบเครื่องมากเลยทีเดียว ทั้งบันทึกมากมายถึงความงามของท่าน ความเก่งกาจเรื่องงานครัวบางประเภท นอกจากนั้น ยังเป็นมือนวดถวาย เป็นสไตลิสต์ส่วนพระองค์ และยังมีหัวก้าวหน้าเรื่องศิลปะการถ่ายและล้างฟิล์มอีกต่างหาก
ใครอยากรู้จักเจ้าจอมเอิบท่านมากขึ้น ลองไปหาอ่านจากหนังสือ “เจ้าจอมก๊กออ” ได้เลยค่ะ รับรองว่าตื่นตาตื่นใจจนวางไม่ลงแน่นอน
#ลูลู่แล็บ
Source:
- หนังสือ “เจ้าจอมก๊กออ”
- finearts.go.th
- silpa-mag.com
- thairath.co.th
🥵 ร้อนดี.. ดีที่ไม่ตายอ่ะคับ อากาศโหดขนาดนี้แผนหนีร้อนแบบไวแบบสับต้องมาแล้ว
#ลูลู่แล็บ
20/04/2026
เขียวไปก็ใช่จะดี‼️ นักวิจัยหัวจะปวด เมื่อน้ำทะเลครึ่งโลกมีสีเขียวเข้มขึ้นเรื่อยๆ
มหาสมุทรมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลกได้เปลี่ยนสีไปในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยกลายเป็นสีเขียวมากกว่าสีน้ำเงิน และผู้ร้ายที่มีความเป็นไปได้ที่สุดก็คือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (climate change)
รายงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature ฉบับล่าสุดระบุว่า จากการเฝ้าติดตามของทีมนักวิทยาศาสตร์ด้านมหาสมุทรและภูมิอากาศ ระหว่างปี ค.ศ. 2002-2022 หรือกว่า 2 ทศวรรษพบว่า 56% ของมหาสมุทรทั่วโลกกำลังเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มขึ้น แม้ปรากฏการณ์นี้จะทำให้โลกดูเป็นสีเขียวมากขึ้น แต่นี่กลับไม่เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ มหาสมุทรเปลี่ยนสีเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น แสงสะท้อนจากอนุภาคและตะกอนในน้ำ และสารอินทรีย์ที่เน่าเปื่อย แต่ปัจจัยหลักในการเปลี่ยนสีคือ จำนวนประชากรสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วในน้ำทะเลอย่างไฟโตแพลงก์ตอน (phytoplankton)
มหาสมุทรส่วนใหญ่ปรากฏเป็นสีฟ้าต่อสายตามนุษย์ แต่จริงๆ แล้วสีของมหาสมุทรนั้นมีผสมกันทั้งสีน้ำเงิน สีเขียว และแม้แต่สีแดง และจากภาพถ่ายดาวเทียมจากการสะท้อนแสงของผิวมหาสมุทรซึ่งบันทึกไว้โดยดาวเทียม MODIS-Aqua ของ NASA ทำให้ทีมวิจัยสามารถใช้เซ็นเซอร์แยกสีที่ละเอียดกว่าสายตามนุษย์ได้ ช่วยให้มีข้อมูลยืนยันว่า มหาสมุทรของโลกกำลังเปลี่ยนสีจริงๆ โดยเฉพาะ บริเวณมหาสมุทรเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร ที่เป็นสีเขียวเข้มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ ของโลก เนื่องจากภาวะโลกร้อน
โดยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศดังกล่าว ทำให้จำนวนประชากรไฟโตแพลงก์ตอน ซึ่งใช้สารคลอโรฟิลล์สีเขียวและกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงผลิตพลังงานให้กับตัวเอง ต่างเติบโตและเพิ่มจำนวนประชากรขึ้นอย่างมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว
อีกประเด็นที่ทิ้งไม่ได้คือ การกระจายตัวของสารอาหารในมหาสมุทร เมื่อผิวน้ำอุ่นขึ้น ชั้นบนของมหาสมุทรจะแบ่งชั้นมากขึ้น ทำให้สารอาหารขึ้นสู่ผิวน้ำได้ยากขึ้น เมื่อมีสารอาหารน้อยลง ไฟโตแพลงก์ตอนขนาดเล็กก็จะมีโอกาสอยู่รอดได้มากกว่าไฟโตแพลงก์ตอนขนาดใหญ่
ซึ่งการที่ประชากรไฟโตแพลงก์ตอนเติบโตและมีอยู่มากเกินไปไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ล้วนส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศในมหาสมุทรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะแม้ว่าไฟโตแพลงก์ตอนจะสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ และช่วยให้เกิดการจมคาร์บอนลงสู่ก้นมหาสมุทรได้มากขึ้น แต่การเพิ่มจำนวนประชากรอย่างเกินขีดจำกัดของพวกมัน ไม่ได้ทำให้ภาวะโลกร้อนลดความรุนแรงลง
เนื่องจากการเติบโตเกินขีดจำกัดของประชากรไฟโตแพลงก์ตอน จะทำให้ผืนน้ำโดยรอบขาดออกซิเจนจนกลายเป็นเขตมรณะ (dead zone) ซึ่งยากที่สิ่งมีชีวิตจะเหลือรอดและอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นได้ และส่งผลให้ห่วงโซ่อาหารหลักของท้องทะเลถูกทำลายในที่สุด
#ลูลู่แล็บ
🧐 ของสิ่งเดียวกันแค่มองคนละมุม ก็เห็นภาพที่ต่างกัน หรือแม้จะมองมุมเดียวกัน แต่คนละเวลาก็อาจเห็นภาพที่ต่างกันออกไป "เพราะเรื่องเดียวกันอาจเข้าใจคนละความหมาย การสื่อสารจึงสำคัญ"
#ลูลู่แล็บ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok