WATCHESSIAM.com

WATCHESSIAM.com

Share

Photos from WATCHESSIAM.com's post 13/05/2026

News Update : URWERK ปิดตำนานคอลเลกชันระดับไอคอน เผยโฉม UR-10 SpaceMeter Blue รุ่นสุดท้ายเพียง 25 เรือนทั่วโลก

URWERK แบรนด์ผู้สร้างสรรค์เรือนเวลาอิสระระดับสูง (Haute Horlogerie) ประกาศบทสรุปอันยิ่งใหญ่ของซีรีส์ตระกูล “10” ด้วยการเปิดตัว UR-10 SpaceMeter Blue ผลงานชิ้นเอกรุ่นสุดท้ายที่ผลิตขึ้นเพียง 25 เรือน เพื่อย้ำเตือนมนุษยชาติว่า “เวลา” และ “อวกาศ” คือสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้

มากกว่าการบอกเวลา แต่คือการวัดระยะทางแห่งจักรวาล
UR-10 SpaceMeter Blue ไม่ใช่แค่นาฬิกาข้อมือทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือดาราศาสตร์ขนาดพกพาที่นำการเคลื่อนไหวของโลกในอวกาศมาไว้บนข้อมือ ผ่านหน้าปัดย่อย 3 ตำแหน่งที่สะท้อนการเดินทางของโลก:

Earth (2 นาฬิกา): บันทึกการหมุนรอบตัวเองของโลก ทุกระยะ 10 กิโลเมตร
Sun (4 นาฬิกา): บันทึกการโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทุกระยะ 1,000 กิโลเมตร
Orbit (9 นาฬิกา): สเกลคู่ที่ประสานทั้งการหมุนและการโคจรเข้าด้วยกันอย่างแม่นยำ

ด้วยกลไกอันสลับซับซ้อนนี้ ผู้สวมใส่จะไม่เพียงแต่ทราบเวลา แต่จะตระหนักถึงตำแหน่งของตนเองภายในกลไกอันมหึมาของจักรวาลในทุกวินาทีที่ผ่านไป

ดีไซน์ที่ขัดแย้งแต่ซื่อสัตย์ต่อแก่นแท้
ในแง่ของดีไซน์ UR-10 มาในรูปลักษณ์หน้าปัดทรงกลมที่ดูเรียบง่ายที่สุดเท่าที่ URWERK เคยสร้างมา ทว่าภายในกลับบรรจุความขบถตามสไตล์ของแบรนด์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม ตัวเรือนรุ่นสุดท้ายนี้มาในโทนสีน้ำเงินเข้ม (Blue Edition) เพื่อสื่อถึงห้วงอวกาศและความลุ่มลึกของดาราศาสตร์

นวัตกรรม Double Flow Turbine
นอกเหนือจากความงามเชิงศิลปะ URWERK ยังใส่ใจในวิศวกรรมกลไกด้วยระบบ Double Flow Turbine กังหันคู่ที่จดสิทธิบัตร ซึ่งทำงานร่วมกับระบบขึ้นลานอัตโนมัติ เพื่อควบคุมความเร็วของโรเตอร์ ลดภาระของกลไก และสร้างภาพลักษณ์การเคลื่อนไหวที่น่าหลงใหลราวกับถูกสะกดจิต

จากมรดกตกทอดสู่คลัง “The Legends”
แรงบันดาลใจของ UR-10 เกิดจากการผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาโบราณและความรักในครอบครัว โดยต่อยอดมาจากนาฬิกาลึกลับของ Gustave Sandoz ที่คุณพ่อของ Felix Baumgartner (ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์) เคยบูรณะไว้

Martin Frei ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์กล่าวว่า "สำหรับเรา รุ่นสีน้ำเงินนี้คือบทสรุปที่เหมาะสมที่สุด เพราะมันพานาฬิกาเรือนนี้กลับไปสู่บริบทดั้งเดิมของมัน นั่นคืออวกาศ"

การเผยโฉม UR-10 SpaceMeter Blue ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการส่งผ่านนาฬิกาจากสายการผลิตเข้าสู่คลัง The Legends ของแบรนด์อย่างสมบูรณ์แบบ ทิ้งไว้เพียงตำนานและความล้ำสมัยที่จะคงอยู่ตลอดไป

13/05/2026

News Update : ฉีกทุกกฎของการประดิษฐ์เรือนเวลา
AUDEMARS PIGUET X SWATCH เฉลิมฉลองตำนาน Royal Oak ของ Audemars Piguet ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันนาฬิกา Bioceramic สีสันสดใสจำนวนแปดรุ่นในรูปแบบพ็อกเก็ตวอทช์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Swatch POP

วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป Swatch สาขาที่ร่วมรายการ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าดิเอ็มสเฟียร์ , IconSiam F2 และ วัน แบงค็อก Swatch ขอสงวนสิทธิ์ในการซื้อ 1 เรือน/ 1 สาขาที่ร่วมรายการ/ 1 คน/ 1 วันเท่านั้น https://www.swatch.com/th-th/royal-pop.html

Photos from WATCHESSIAM.com's post 08/05/2026

Siam News : RICHARD MILLE Partner Gregoire Saucy
สองพันธมิตรเข้าร่วมโครงการพัฒนานักขับของ McLaren Racing

Richard Mille เดินหน้าสนับสนุนบุคลากรแห่งอนาคตของวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Grégoire Saucy นักแข่งชาวสวิสวัย 26 ปี
ได้ก้าวสู่บทใหม่ของเส้นทางอาชีพ หลังเข้าร่วมโครงการ McLaren
Driver Development Programme โปรแกรมพัฒนานักขับดาวรุ่งของ
McLaren Racing อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Grégoire ถือเป็นหนึ่งในนักแข่งที่ Richard Mille ให้การสนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2017 โดย Dominique Guenat ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ มองเห็นศักยภาพของเขาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นว่าสามารถก้าวขึ้นสู่การแข่งขันระดับสูงสุดและเป็นตัวแทนของสวิตเซอร์แลนด์บนเวทีระดับนานาชาติได้ในอนาคตแม้จะมีสไตล์การขับขี่ที่ดุดันและมุ่งมั่นในสนามแข่ง แต่ Grégoire กลับได้รับการยอมรับในเรื่องความถ่อมตน วินัยและความแน่วแน่ในการเผชิญความท้าทายซึ่งเป็นคุณค่าที่สอดคล้องกับจิตวิญญาณของ Richard Mille อย่างชัดเจนเส้นทางของนักแข่งจากแคว้นจูรา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่วัยเด็กเมื่อเขาได้รับใบอนุญาตแข่งขันตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ
กลายเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตอายุน้อยที่สุดของประเทศในเวลานั้นก่อนจะสร้างชื่อจากการแข่งขันโกคาร์ตในสวิตเซอร์แลนด์ด้วยการขึ้นโพเดียมอย่างต่อเนื่องในปี 2015 เขาก้าวเข้าสู่โลกของรถสูตรเปิดผ่านการแข่งขัน V de V
Challenge Monoplace ก่อนสั่งสมประสบการณ์ในรายการ Formula 4

ทั้งในอิตาลีและเยอรมนี รวมถึง Toyota Racing Series และ Formula
Renault ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาเริ่มสร้างผลงานร่วมกับทีม ART Grand
Prixจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2021 เมื่อ Grégoire คว้าแชมป์ Formula
Regional European Championship ได้สำเร็จด้วยผลงานโดดเด่นจากชัยชนะ 8 สนาม โพลโพซิชัน 8 ครั้งและการขึ้นโพเดียมรวม 10 ครั้ง ตลอดฤดูกาล ภายใต้การสนับสนุนของ Richard Mille หลังประสบความสำเร็จในโลกของรถสูตรเปิดเขาตัดสินใจขยายขอบเขตของตัวเองสู่การแข่งขันเอ็นดูรานซ์ในปี 2024 ด้วยการเข้าร่วมทีม United Autosports ในการแข่งขัน FIA World Endurance Championship รุ่น LMGT3 พร้อมสร้างผลงานโดดเด่นด้วยอันดับ 4 ในรุ่น LMP2 ของการแข่งขันระดับตำนานอย่าง 24 Hours of Daytonaสำหรับฤดูกาล 2026 Grégoire จะลงแข่งขันในรายการ ELMS รุ่น
LMP2 รวมถึงบางสนามของ IMSA ร่วมกับ United Autosports ต่อเนื่อง
พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมการทดสอบภายใต้โครงการของ McLaren Racing
ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเส้นทางสายเอ็นดูรานซ์หลังเปลี่ยนผ่านจากรถสูตรเปิดสู่รถสปอร์ตได้อย่างน่าประทับใจภายในเวลาเพียงสองปี

“ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เข้าร่วมโปรแกรมนี้เพราะมันมอบทั้งการสนับสนุนและโอกาสสำคัญในการพัฒนาทุกด้านที่จำเป็นสำหรับการก้าวสู่การเป็นนักแข่งระดับสูง” Grégoire กล่าว

ความร่วมมือระหว่าง Richard Mille, McLaren Racing และ Grégoire
Saucy จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนนักแข่งดาวรุ่งเท่านั้นแต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันของโลกแห่งเครื่องบอกเวลาชั้นสูงและมอเตอร์สปอร์ต ที่ต่างขับเคลื่อนด้วยความแม่นยำ ความกล้าและความทะเยอทะยานในการก้าวข้ามขีดจำกัดอยู่เสมอ

Telephone