MBS

MBS

แชร์

22/05/2023

8. ยูเซบิโอ (Eusebio)
ยูเซบิโอ ยอดนักเตะเจ้าของฉายา "ไอ้เสือดำแห่งโมซัมบิค" เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพในบ้านเกิดตัวเอง เมื่ออายุ 15 ปี เขาได้รับการทาบทามจากยูเวนตุส แต่ถูกแม่ห้ามไว้ ต่อมาเมื่ออายุ 18 ปี ยูเซบิโอได้เริ่มต้นค้าแข้งต่างแดนกับสโมสรเบนฟิก้า ทีมดังในลีคโปรตุเกส และเขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยนัดแรกที่ลงสนามเขาก็ซัดแฮตทริกได้ทันที หลังจากนั้น 1 ปีเขาก็ได้รับรางวัลบัลลงดอร์ และรองเท้าทองคำไปครอบครอง นอกจากนี้ยังมีสถิติสวยหรูด้วยการลงสนามให้เบนฟิกา 301 นัด ยิงได้ 317 ประตู ทั้งนี้ ปัจจุบันเขาเป็นกรรมการด้านเทคนิคให้กับทีมชาติโปรตุเกส

19/05/2023

6. ซีเนดีน ซีดาน (Zinedine Zidane)

ซีดาน เกิดในครอบครัวอพยพชาวแอลจีเรียมุสลิม เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพเมื่ออายุ 17 ปี ติดทีมชาติครั้งแรกเมื่ออายุ 22 ปี หลังจากนั้น 2 ปี ซีดานได้โอกาสย้ายไปร่วมทีมยูเวนตุส จนคว้าแชมป์ลีกอิตาลีมาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้ช่วงจุดพีคของซีดานเกิดขึ้นเมื่อตอนฟุตบอลโลกปี 1998 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ โดยสามารถโหม่งประตูย้ำชัยชนะบราซิลไปในสกอร์ 3-0 และได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในปีนั้น ถัดมาไม่นานยังพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์ยูโรปี 2000 ได้อีก ด้วยผลงานการเล่นที่สุดยอดขนาดนี้ทำให้รีล มาดริด ทุ่มเงินซื้อตัวซีดานจากยูเวนตุสด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกในขณะนั้นด้วยจำนวน 60 ล้านปอนด์ และแม้ค่าตัวจะแพงมหาศาลแต่คุ้มค่าทุกเม็ด เพราะเขาตอบแทนสโมสรด้วยการพาทีมราชันชุดขาวคว้าถ้วยแชมป์เปี้ยนลีคด้วยลูกวอลเลย์สุดสวย แต่หลังจากนั้นในปี 2006 ซีดานก็ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอย่างเป็นทางการหลังจากเกิดเหตุหัวโขก มาเตรัซซี่ กองหลังทีมชาติอิตาลี ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปีนั้น จนมีผลทำให้ทีมพ่ายแพ้ ซึ่งเป็นการปิดฉากเส้นทางในวงการลูกหนังที่ไม่น่าจดจำสักเท่าไหร่

12/05/2023

9. บ็อบบี้ มัวร์ (ทีมชาติอังกฤษ)
กัปตันทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทีมชาติอังกฤษ บ็อบบี้ มัวร์ เขาคือคนที่ชูถ้วย จูลส์ ริเมต์ ในสนามเวมบลีย์ หลังจากที่ มัวร์ ทุ่มเทให้กับการเล่นทีมชาติทั้งก่อนหน้าคว้าแชมป์ และ ยังคงอยู่กับวงการฟุตบอลหลังจากคว้าแชมป์ในปี 1966

บ็อบบี้ มัวร์ นอกจากเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษในฐานะกัปตันทีมแล้ว เขายังเล่นให้กับทีมสโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ดในฐานะกัปตันทีมด้วยเช่นกัน ความสามารถของกองหลังอย่าง บ็อบบี้ มัวร์ นั้น ฟรานซ์ เบคเค่นบาวเออร์ เคยให้คำจำกัดความเอาไว้ว่า ‘นี่คือกองหลังที่ดีที่สุดในโลก’ ซึ่ง บ็อบบี้ มัวร์ ได้แสดงให้เห็นตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 1962 ที่เป็นปราการหลังคนสำคัญจนทำให้อังกฤษเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายก่อนที่จะพ่ายให้กับบราซิล รวมไปถึง การป้องกันอย่างสมบูรณ์แบบ (perfect tackle) ในฟุตบอลโลก 1970 ที่ มัวร์จับนักเตะระดับตำนานของ บราซิล อย่าง แจร์ซินโญ่ จนกระดิกไม่ได้ บ็อบบี้ มัวร์ อำลาทีมชาติในปี 1973 หลังจากทีมชาติอังกฤษไม่ผ่านรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 1974 เขามีเกียรติประวัติลงสนาม 14 นัด และได้แชมป์ฟุตบอลโลก 1 หน

05/05/2023

1. โรเมลู ลูกากู (Romelu Lukaku) – 293.5 ล้านปอนด์
คงไม่มีใครคาดคิดว่า โรเมลู ลูกากู จะมีค่าตัวในการย้ายทีมรวมสูงที่สุดในโลก โดยเส้นทางของกองหน้าร่างยักษ์ชาวเบลเยียมเริ่มตั้งแต่ย้ายออกจาก อันเดอร์เลชท์ มาซบ เชลซี ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ในปี 2011 จากนั้นก็ย้ายไป เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ในปี 2014 ก่อนจะโชว์ฟอร์มดีจนทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควักเงิน 76 ล้านปอนด์ เพื่อนำ ลูกากู มาผลิตประตูในปี 2017 ทว่าด้วยฟอร์มลุ่มๆ ดอนๆ ทำให้ ลูกากู ตกเป็นตัวสำรองบ่อยครั้ง จึงทำให้เจ้าตัวขอย้ายทีม และย้ายไป อินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัว 74 ล้านปอนด์

ในอิตาลี ลูกากู กลับมาระเบิดฟอร์มทำผลงานได้ดีอีกครั้ง โดยยิงไป 64 ประตูจากการเล่น 95 นัดรวมทุกรายการ และมีส่วนช่วยให้ 'งูใหญ่' คว้าแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ด้วยฟอร์มอันโดดเด่น เชลซี จึงคว้าศูนย์หน้าชาวเบลเยียมกลับมาล่าตาข่ายอีกครั้งในพรีเมียร์ลีกด้วยค่าตัว 97 ล้านปอนด์ ทว่าแม้จะเปิดตัวได้อย่างสวยหรูในช่วงต้นฤดูกาล แต่หลังจากนั้น ลูกากู ไม่สามารถรักษาฟอร์มเก่งไว้ได้ อีกทั้งยังออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่มีความสุขในรังสแตมฟอร์ม บริดจ์ ซึ่งทำให้เจ้าตัวถูกโจมตีอย่างหนัก

คงต้องรอติิดตามว่า อนาคตของ ลูกากู จะยังได้เล่นให้กับ เชลซี อีกหรือไม่ หรือต้องเก็บกระเป๋าย้ายทีมอีกครั้ง

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Rayong?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่

61 หมู่ 5 ตำบลมาบข่า
Rayong
21180