SMD - AED
ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนด้านการแพทย์ฉุกเฉิน (ประเภทภาคีเครือข่าย) ของ บริษัทเซนต์เมด จำกัด(มหาชน) จัดตั้งขึ้นเพื่อ ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการช่วยชีวิตฉุกเฉินในภาคประชาชน โดยมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติการช่วยชีวิตด้วยการทำ CPR และการใช้เครื่อง AED
28/04/2026
"ล้ำสุด! กับการตรวจแบบ Wireless Technology ลุกไปไหนมาไหนได้อิสระ ไม่ต้องเรียกนักตรวจการนอนหลับมาช่วยถอดหรือใส่สายใหม่เวลาไปเข้าห้องน้ำ สะดวกสบายกว่าเดิม 100% ตอบโจทย์คนอยากตรวจแบบชิลๆ ไม่เกร็งแน่นอน"
💤 ตรวจ Sleep Test แบบ Wireless Technology! นอนสบายเหมือนอยู่บ้าน 🛌
ที่ SleepVerse มหิดล | ศูนย์ใหญ่ 12 ห้อง ไม่ต้องรอคิวนาน!
✨ สิทธิข้าราชการเบิก กรมบัญชีกลางได้ จ่ายส่วนต่างแค่ 2,000.- เท่านั้น! ✨
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1392200656458978&id=100070071710681
26/02/2026
🟢 SMD100 เปิดตัวพร้อมจำหน่าย
ชุดสังฆทาน “ชุดตรวจวัดและเสริมสร้างระดับการทำสมาธิ”
LUMORA Halo ลด 20% หากซื้อก่อนวันมาฆบูชา ในวันที่ 3 มีนาคม 2569 นี้
บริษัท เอสเอ็มดี ไรส์ จำกัด(มหาชน) หรือ SMD100 ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจด้านการพัฒนาจิตใจ ร่วมส่งต่อ “สังฆทานแห่งยุคใหม่” ด้วยนวัตกรรม LUMORA Halo อุปกรณ์ตรวจวัดและเสริมสร้างระดับการทำสมาธิ ที่ผสานเทคโนโลยีประสาทวิทยาศาสตร์ (Neurotechnology) เข้ากับการปฏิบัติธรรมอย่างเหมาะสม
เนื่องในช่วงเทศกาลทำบุญและการปฏิบัติธรรม บริษัทจัดโปรโมชั่นพิเศษ
ลดทันที 20% สำหรับชุดสังฆทาน LUMORA Halo
ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันมาฆบูชา วันที่ 3 มีนาคม 2569
🔹 จุดเด่นของ LUMORA Halo
• ระบบตรวจวัดคลื่นสมองแบบ Real-time (EEG-based Monitoring)
• แสดงระดับสมาธิ ความนิ่ง และความผ่อนคลายอย่างเป็นรูปธรรม
• ใช้ประกอบการฝึกสมาธิ เพื่อสะท้อนผลการปฏิบัติอย่างมีหลักฐานเชิงข้อมูล
• เหมาะสำหรับถวายแด่พระปฏิบัติธรรม ศูนย์วิปัสสนา หรือผู้สนใจฝึกสมาธิอย่างเป็นระบบ
🌿 สังฆทานแห่ง New Era
ในยุคที่โลกก้าวเข้าสู่ New Era และ New Paradigm ของสุขภาพองค์รวม
การดูแล “จิต” ควบคู่กับ “กาย” คือหัวใจสำคัญของความยั่งยืน
LUMORA Halo จึงมิใช่เพียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่เป็นเครื่องมือสะท้อนการฝึกจิตอย่างมีระบบ ช่วยให้การปฏิบัติธรรมก้าวสู่ Paradigm Shift จากความรู้สึกเชิงนามธรรม สู่การเข้าใจกลไกสมองอย่างเป็นวิทยาศาสตร์
📌 โปรโมชั่นพิเศษ ลด 20%
📅 สิ้นสุดวันที่ 3 นาคม 2569
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ฝ่ายการตลาดและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
บริษัท เอสเอ็มดี ไรส์ จำกัด(มหาชน)
โทร. 02 527 8075-8
อีเมล [email protected]
12/12/2025
📣 #ความผิดปกติขณะนอนหลับเกิดได้จากหลายสาเหตุ
เช่น นอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ ตื่นบ่อย ง่วงมากผิดปกติ
ซึ่งเป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังพยายามบอกว่า “การนอนของคุณไม่ปกติแล้ว”
หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)
ที่เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันสูง อ่อนเพลียเรื้อรัง และคุณภาพชีวิตที่ลดลง
หากคุณมีอาการเหล่านี้
ตรวจ 1 คืน จะช่วยให้รู้ต้นเหตุและรักษาได้ตรงจุดทันที
ตรวจที่
ศูนย์ตรวจการนอนหลับมาตรฐาน โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
ประสบการณ์ตรวจแบบ ปลอดภัย อุ่นใจ ผลแม่นยำ
✨ ดูแลโดยนักตรวจการนอนหลับเฉพาะทางตลอดคืน
✨ ห้องตรวจมาตรฐาน เหมือนพักโรงแรม
📅 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
📌 ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
ติดต่อสอบถาม/นัดหมาย:
โทร : 02 528 4567 ต่อ 1401-2
Line :
#เซลเฮียร์ #โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
#ลดราคา #โปรโมชั่น #เซล #นอนกรน
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1280838820928496&id=100070071710681
20/11/2025
🚨 เปิดให้ลงทะเบียนเรียนฟรี!! แล้ววันนี้ 🎉
💡หลักสูตรกู้ชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) โดยเรียนแบบ E-Learning 💡
สำหรับประชาชนทุกคน และ น้องๆ นักเรียน นักศึกษา ที่อยากเรียนรู้วิธีช่วยชีวิตอย่างถูกต้อง เข้าใจง่าย รวมถึงการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ และสามารถนำไปช่วยได้จริง ‼️
เรียนจบครบหลักสูตร ได้รับใบประกาศนียบัตรด้วยน้า 🏅
🔻เนื้อหาในหลักสูตรประกอบไปด้วย 🔻
- แบบทดสอบก่อนเรียน
- การประเมินสถานการณ์
- การกู้ชีพขั้นพื้นฐาน (CPR)
- การใช้เครื่องช่วยฟื้นคืนชีพด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ (AED)
- การช่วยเหลือผู้ป่วยอาหารติดคอ (Chocking)
- แบบทดสอบหลังเรียน
- เข้าร่วมกิจกรรมฝึกปฏิบัติ (สถานที่จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง)
🚨ช่องทางสำหรับลงทะเบียน:
https://elearning.niems.go.th
💡คู่มือการเข้าเรียนออนไลน์:
https://drive.google.com/drive/folders/1NRmGGFeAKG5IP5A-fR4C9NAlV-WDfDW5
#กู้ชีพขั้นพื้นฐาน #หลักสูตรออนไลน์ฟรี #ทักษะช่วยชีวิต #สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ #เรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่า
จุดเปลี่ยนของระบบช่วยชีวิตไทยในยุคสุขภาพอัจฉริยะ
(BeneHeart C1A: Redefining Cardiac Arrest Response in Thailand’s Smart Health Era)
Complied:
Dr. Viroje Vasusuttikulkant
CEO & Chief Health Policy Architect
SMD rise Public Co., Ltd.
1. บทนำ: ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันกับช่องว่างในระบบสุขภาพไทย
ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest: SCA) ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยและรุนแรงที่สุดในระบบสุขภาพไทย โดยมีรายงานว่าประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากภาวะดังกล่าวมากกว่า 50,000 รายต่อปี และกว่า ร้อยละ 90 เกิดขึ้นนอกโรงพยาบาล เช่น บ้าน ที่ทำงาน หรือพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีโอกาสรอดชีวิตต่ำกว่า 10% หากไม่ได้รับการกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้าภายใน 3–5 นาทีแรกหลังหัวใจหยุดเต้น
แม้ประเทศไทยได้ลงทุนติดตั้งเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator: AED) ในพื้นที่สาธารณะหลายพันเครื่อง แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่ามีปัญหาเชิงระบบที่ทำให้เครื่อง AED ส่วนใหญ่ “มีแต่ไม่พร้อมใช้” ทั้งในแง่การบำรุงรักษา การตรวจสอบสถานะ การฝึกอบรมผู้ใช้ และการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบบริหารกลางของหน่วยงานสาธารณสุข
จุดอ่อนเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AED ได้เต็มศักยภาพในการช่วยชีวิต และนำไปสู่ความจำเป็นของการพัฒนา “ระบบช่วยชีวิตอัจฉริยะ” (Intelligent Resuscitation System) ที่ผสานทั้งเทคโนโลยี การบริหารจัดการ และพฤติกรรมมนุษย์เข้าด้วยกัน
2. ปัญหาหลักของระบบช่วยชีวิตในประเทศไทย
2.1 ขาดความมั่นใจของผู้ช่วยชีวิต
แม้การใช้ AED จะมีขั้นตอนง่าย แต่ในสถานการณ์จริงผู้พบเหตุหรือเจ้าหน้าที่ที่ไม่ชำนาญมักเกิดความวิตก ไม่มั่นใจ และลังเลที่จะใช้ ทำให้เสีย “นาทีทอง” ไปอย่างน่าเสียดาย
2.2 ขาดระบบตรวจสอบและบำรุงรักษาแบบเรียลไทม์
เครื่อง AED ที่กระจายอยู่ในหน่วยงานรัฐ โรงเรียน สนามบิน และสถานที่สาธารณะส่วนใหญ่ไม่มีระบบติดตามสถานะ ทำให้แบตเตอรี่หมด แผ่นช็อกหมดอายุ หรือเครื่องชำรุดโดยไม่รู้ตัว
2.3 ขาดการบูรณาการเชิงข้อมูล
ประเทศไทยยังไม่มีศูนย์กลางในการบริหารเครื่อง AED ระดับชาติที่เชื่อมโยงกับระบบของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) หรือกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ขาดการติดตามและประเมินประสิทธิภาพการใช้งาน
2.4 ขาดมาตรฐานเดียวกันของอุปกรณ์และข้อมูล
การจัดซื้อจากหลายยี่ห้อทำให้เกิดความไม่สอดคล้องของระบบและข้อมูล เช่น ไม่สามารถตรวจสอบจากศูนย์กลางได้ หรือไม่สามารถส่งสัญญาณเตือนอัตโนมัติได้
3. BeneHeart C1A: สถาปัตยกรรมใหม่ของการช่วยชีวิต
บริษัท Mindray ได้พัฒนา BeneHeart C1A เพื่อยกระดับเครื่อง AED จาก “อุปกรณ์ฉุกเฉิน” สู่ “ระบบโครงสร้างพื้นฐานชีวิต” (Life Infrastructure System) ที่ออกแบบมาเพื่อให้ เข้าใจผู้ใช้, ทำงานรวดเร็ว, และ บริหารจัดการได้ในระดับประเทศ
4. เทคโนโลยี ResQNavi™: ปัญญาประดิษฐ์ที่เข้าใจมนุษย์
4.1 หลักการทำงาน
ResQNavi™ เป็นเทคโนโลยีการนำทางอัจฉริยะ (Intelligent Rescue Navigation) ที่ประเมินระดับความชำนาญของผู้ช่วยชีวิตโดยอัตโนมัติ และปรับรูปแบบคำแนะนำให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละกลุ่ม
• ผู้ช่วยชีวิตมือใหม่: ระบบจะให้คำแนะนำอย่างละเอียดทีละขั้นตอน พร้อมเสียงและภาพประกอบ
• ผู้ช่วยชีวิตมืออาชีพ: ระบบจะย่นคำสั่งให้สั้น กระชับ และลดการรบกวนในสถานการณ์เร่งด่วน
4.2 ฟังก์ชันเสริมเพื่อสนับสนุนการช่วยชีวิต
• เสียงจังหวะ (CPR Metronome) และ Feedback แบบเรียลไทม์
• การให้กำลังใจระหว่างทำ CPR (Psychological Coaching) เพื่อช่วยลดความเครียดของผู้ช่วยชีวิต
• รองรับการสลับโหมดผู้ใหญ่–เด็กเพียงปุ่มเดียว
4.3 ความสำคัญต่อระบบสาธารณสุขไทย
ระบบนี้ช่วยให้ บุคลากรทางการแพทย์ระดับต้น เจ้าหน้าที่ EMS และประชาชนทั่วไป สามารถใช้เครื่องได้อย่างมั่นใจ ลดช่องว่างของความกลัวและความผิดพลาด และสร้าง “วัฒนธรรมแห่งการกล้าช่วยชีวิต” ในสังคมไทย
5. เทคโนโลยี QShock™: ความเร็วที่ช่วยชีวิต
5.1 พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยทั่วโลกชี้ว่า ความล่าช้าในการช็อกไฟฟ้าเพียง 1 นาทีสามารถลดโอกาสรอดชีวิตได้ถึง 10% ดังนั้นเทคโนโลยีที่ลดเวลาช็อกไฟฟ้าแม้เพียงไม่กี่วินาที ย่อมมีผลต่อการรอดชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ
5.2 กลไกของ QShock™
QShock™ ทำให้ BeneHeart C1A สามารถส่งช็อกครั้งแรกภายใน 8 วินาที หลังเปิดเครื่อง โดยใช้หลักการ Pre-Charging ระหว่างวิเคราะห์คลื่นหัวใจ (ECG Analysis) จึงไม่เสียเวลาในการชาร์จหลังวิเคราะห์เสร็จ
5.3 พลังงานสูงสุด 360 จูล และระบบชดเชยอัตโนมัติ
• พลังงานสูงสุด 360J แบบ Biphasic พร้อมการปรับค่าตามความต้านทานร่างกาย
• เป็นไปตามแนวทาง AHA 2015 และ ERC 2015 ที่แนะนำให้ใช้พลังงานสูงในผู้ป่วยที่ช็อกซ้ำ
• ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดพบความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจจากการใช้พลังงานสูงสุดดังกล่าว
5.4 ผลลัพธ์ในเชิงคลินิก
การใช้พลังงานสูงช่วยเพิ่มอัตราการยุติภาวะช็อกซ้ำและลดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะซ้ำในผู้ป่วย EMS ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในระบบสาธารณสุขไทยที่ต้องรับมือกับผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก
6. AED-Alert™ 2.0: จากเครื่องเดี่ยวสู่เครือข่ายบริหารระดับชาติ
6.1 การบริหารเครื่อง AED ผ่าน IoT
ระบบ AED-Alert™ 2.0 ใช้เทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เพื่อเชื่อมต่อเครื่อง AED ทุกเครื่องเข้ากับศูนย์กลาง ผ่าน Wi-Fi หรือ 4G โดยสามารถตรวจสอบสถานะได้แบบเรียลไทม์
6.2 ฟังก์ชันสำคัญ
• ตรวจสอบสถานะการทำงานของเครื่อง
• แจ้งเตือนแบตเตอรี่และแผ่นช็อกหมดอายุ
• ระบบแจ้งเตือนข้อผิดพลาดแบบทันที
• ติดตามตำแหน่งเครื่อง AED ด้วยระบบ Geofencing
• ปลอดภัยตามมาตรฐาน GDPR ของสหภาพยุโรป
6.3 ผลต่อระบบบริหารสาธารณสุข
ระบบนี้จะช่วยให้หน่วยงานอย่าง สพฉ. เขตสุขภาพ และโรงพยาบาล สามารถบริหารจัดการเครื่อง AED ทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระการตรวจสอบด้วยคน ลดค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษา และเพิ่มความมั่นใจว่าทุกเครื่อง “พร้อมใช้งาน” เสมอ
7. ความทนทานและความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของไทย
ประเทศไทยมีภูมิอากาศร้อนชื้นและฝุ่นละอองสูง อุปกรณ์การแพทย์ภาคสนามจึงต้องผ่านมาตรฐานความทนทานสูง BeneHeart C1A ผ่านการทดสอบตกกระแทก 1.5 เมตร 6 ด้าน, ได้รับมาตรฐาน IP55 กันน้ำกันฝุ่น และมีอายุแบตเตอรี่และแผ่นช็อกถึง 5 ปี ซึ่งช่วยลดต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน (Total Cost of Ownership) อย่างมีนัยสำคัญ
8. มิติของนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับประเทศ
8.1 จากอุปกรณ์สู่โครงสร้างพื้นฐาน
การติดตั้ง BeneHeart C1A พร้อมระบบ AED-Alert™ 2.0 ในทุกพื้นที่สาธารณะ โรงเรียน สนามบิน โรงพยาบาลชุมชน และรถพยาบาลฉุกเฉิน จะช่วยยกระดับประเทศไทยสู่ระบบ “Smart AED Network” ที่เชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์
8.2 การบูรณาการกับนโยบายภาครัฐ
ระบบนี้สามารถสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุข เช่น
• โครงการ Smart EMS / Smart Hospital
• ยุทธศาสตร์ One Province One AED Network
• โครงการ Health Infrastructure 5.0 ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจสุขภาพ
8.3 ผลกระทบเชิงระบบ
• เพิ่มอัตราการรอดชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นในที่สาธารณะ
• ลดภาระงบประมาณในการบำรุงรักษา
• สร้างระบบข้อมูลกลางของเครื่อง AED ทั่วประเทศ
• สนับสนุนบทบาทของประเทศไทยในฐานะ “ศูนย์กลางสุขภาพอาเซียน”
9. บทสรุป
BeneHeart C1A เป็นมากกว่าเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติทั่วไป แต่คือสัญลักษณ์ของ “ยุคใหม่แห่งระบบช่วยชีวิตไทย” ที่ผสานเทคโนโลยี ความเข้าใจมนุษย์ และระบบบริหารจัดการเชิงนโยบายเข้าไว้ในหนึ่งเดียว
การลงทุนใน BeneHeart C1A จึงมิใช่เพียงการจัดซื้ออุปกรณ์ แต่คือการ “ซื้อเวลาให้ชีวิตของประชาชนไทยทุกคน” และเป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนของระบบสุขภาพในยุคที่ “ทุกนาทีคือชีวิต“
26/10/2025
“ประสิทธิผลและความคุ้มค่าของเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ในบ้านพักอาศัยส่วนบุคคล”
(Effectiveness and Cost-Effectiveness of Automated External Defibrillators in Private Homes)
• ภาวะหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาล (Out-of-Hospital Cardiac Arrest: OHCA)
เกิดขึ้นมากกว่า 300,000 ครั้งต่อปีในสหรัฐอเมริกา
• กว่า 70% ของเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในบ้านส่วนบุคคล แต่มีอัตรารอดชีวิต ไม่ถึง 10%
• แม้เครื่อง AED จะพิสูจน์แล้วว่าช่วยชีวิตได้ในสถานที่สาธารณะ แต่ ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ในบ้านส่วนบุคคล
• ท่านคิดว่า:
“การมี AED ในบ้านทั่วไปจะช่วยชีวิตได้จริงหรือไม่ — และคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์หรือไม่?”
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Nonthaburi
11110