Data Echooo

Data Echooo

แชร์

25/05/2026

⁉️ อาชีพที่ไม่ใช่ AI แล้วเหนื่อยแน่
#ดาต้าเอคโค่O3ตัว

25/05/2026

เมื่อ “ความรู้เดิม” อาจใช้ไม่ได้ผลในโลกที่เปลี่ยนทุกวัน
เราจึงต้องการมากกว่า Skill ใหม่
แต่ต้องการ “วิธีคิดใหม่” เพื่อมองอนาคตให้ขาดกว่าเดิม
นี่คือเหตุผลที่ CREATIVE TALK จับมือกับ SUPALAI จัดงาน
SUPALAI Presents CREATIVE TALK CONFERENCE 2026
ภายใต้ธีม The Festival of Futuristic Minds
เทศกาลของคนมองไกล คิดต่าง และอยากสร้างอนาคตด้วยตัวเอง
📅 วันที่ 19-20 มิถุนายน 2569
📍 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน
[ทำไมปี 2026 ถึงต้องการคนที่ “มองไกล” กว่าเดิม]
วันนี้โลกไม่ได้เปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปอีกแล้ว
แต่เปลี่ยนแบบที่แผนธุรกิจเมื่อปีที่แล้ว อาจใช้ไม่ได้ในปีนี้
สงครามทำให้ต้นทุนผันผวน
เศรษฐกิจทำให้การวางแผนยากขึ้น
ลูกค้าฉลาดขึ้น เข้าใจยากขึ้น และไม่เชื่อแบรนด์ง่ายเหมือนเดิม
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีและ AI ก็เปลี่ยนเร็วเกินกว่าที่หลายองค์กรจะตามทัน
สิ่งที่เคยเป็น “จุดแข็ง” อาจกลายเป็นแค่ “มาตรฐานใหม่”
และสิ่งที่เคยเป็น “ท่าไม้ตาย” อาจไม่พอสำหรับการแข่งขันในอนาคต
งาน CTC2026 จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเหมือนเข็มทิศให้คนทำงาน เจ้าของธุรกิจ และองค์กรที่อยากเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้กลายเป็นโอกาส
[6 Insight สำคัญที่ธุรกิจปี 2026 ต้องมี]
1️⃣ AI + TECHNOLOGY
ก้าวข้ามการใช้ AI เป็นแค่ Tool
ไปสู่การใช้เทคโนโลยีเพื่อขยายขีดความสามารถของคนและองค์กร
เป้าหมายไม่ใช่ให้ AI คิดแทนทุกอย่าง
แต่คือให้ AI ช่วยรับงานบางส่วน เพื่อให้มนุษย์มีเวลาคิดเรื่องกลยุทธ์มากขึ้น
2️⃣ CREATIVITY
ในวันที่ AI สร้างภาพ เขียนงาน และผลิตไอเดียได้ในไม่กี่วินาที
Creativity แบบมนุษย์จะยิ่งมีค่ามากกว่าเดิม
เพราะความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริงไม่ได้มีแค่ความสวย
แต่ต้องเข้าใจบริบท เข้าใจความรู้สึก และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้จริง
3️⃣ MARKETING INTELLIGENCE
การตลาดยุคใหม่ไม่ใช่แค่ยิงแอดให้คนเห็นเยอะ
แต่ต้องใช้ Data, Insight และเครื่องมือให้ตรงกลุ่มที่สุด
พร้อมสร้าง Trust ให้แบรนด์ในยุคที่ผู้บริโภคต้องการทั้งความมั่นใจ ความคุ้มค่า และเหตุผลที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อ
4️⃣ BUSINESS
ธุรกิจต้องมีเข็มทิศที่แข็งแรงพอจะรับมือกับความผันผวน
ไม่ว่าจะเป็นต้นทุน เศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภค หรือเทคโนโลยี
และที่สำคัญ ทุกคนในองค์กรต้องเริ่มคิดแบบผู้ประกอบการ
ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของธุรกิจ หัวหน้า หรือพนักงาน
5️⃣ PEOPLE PERFORMANCE
เมื่อโลกเปลี่ยนเร็ว ทีมไม่ได้ต้องการแค่คนสั่งงาน
แต่ต้องการผู้นำที่เข้าใจคน ยืดหยุ่น และพาทีมปรับตัวได้
Empathy และ Adaptability จะกลายเป็นทักษะสำคัญขององค์กรที่อยากรักษาทั้งคนและผลงานไว้พร้อมกัน
6️⃣ WELL-BEING
อนาคตที่ดีไม่ใช่แค่การมีอายุยืนขึ้น
แต่คือการมีชีวิตที่ดีขึ้น และทำงานได้ดีขึ้น
Living Better, Working Better จึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป
แต่เป็นโจทย์สำคัญของคนทำงานและองค์กรยุคใหม่
[3 กิจกรรมใหม่ ที่ทำให้งานนี้ไม่ใช่แค่มานั่งฟัง]
ปีนี้ CTC2026 ไม่ได้มีแค่ Session ให้ฟัง
แต่เพิ่มประสบการณ์การเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เข้าร่วมงานได้ Skill และ Framework กลับไปใช้จริง
1️⃣ SKILL PASSPORT
ระบบสะสมทักษะสำหรับผู้เข้าร่วมงาน
เหมือนเป็น Checklist การเรียนรู้ของตัวเองตลอดทั้งงาน
ถ้าเข้าฟัง Session ตามเงื่อนไขที่กำหนด
จะได้รับ Certificate อย่างเป็นทางการ เพื่อรับรองทักษะใหม่ที่ได้จากงาน
2️⃣ AI NIGHT!
กิจกรรมช่วงเย็นสำหรับคนที่อยากเข้าใจ AI ให้ลึกและสนุกกว่าเดิม
ผ่าน Workshop ที่เจาะทั้งปัจจุบันและอนาคตของ AI สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ
3️⃣ THE BIGGEST WORKSHOP!
Workshop ขนาดใหญ่ รองรับผู้เรียนกว่า 500 คน
พร้อมทีม TA กว่า 20 คน ที่คอยช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด
เป้าหมายคือไม่ใช่แค่ “ฟังเข้าใจ”
แต่ต้อง “ทำเป็นจริง” หลังจบ Workshop
[มากกว่า 60 Session และพื้นที่ต่อยอดธุรกิจ]
นอกจาก Session เข้มข้นกว่า 60 หัวข้อ
งานนี้ยังมีพื้นที่ให้คนทำงานและเจ้าของธุรกิจได้ต่อยอดมากกว่าเดิม
ไม่ว่าจะเป็น
📌 FOCUS WORKSHOP เวิร์กช็อปเจาะลึกเฉพาะทาง
📌 PARTNERS ACTIVITIES กิจกรรมจากพาร์ทเนอร์และสปอนเซอร์ชั้นนำ
📌 CTC’s LOYALTY PROGRAM โปรแกรมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมงาน แบรนด์ และพาร์ทเนอร์
📌 BUSINESS NETWORKING & MENTORING พื้นที่แลกเปลี่ยนไอเดียและรับคำปรึกษาจากผู้มีประสบการณ์
📌 PROFESSIONAL CERTIFICATES กิจกรรมเพื่อยกระดับสู่ความเป็นมืออาชีพ พร้อมใบรับรอง
📌 5 MINUTES TALK เวทีสำหรับคนที่อยากส่งต่อมุมมองในเวลาสั้น ๆ แต่ทรงพลัง
ปีนี้งาน ชวน Speaker ชั้นนำกว่า 120 ท่าน
บน 4 เวทีใหญ่ ที่จะชวนทุกคนมามองอนาคตของธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และการทำงานไปพร้อมกัน
เพราะอนาคตไม่ได้รอให้เราพร้อม
แต่เป็นสิ่งที่คนมองไกลเริ่มออกแบบตั้งแต่วันนี้
เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมานิยามอนาคตของคุณให้ชัดเจนกว่าเดิม
ในงาน SUPALAI Presents CREATIVE TALK CONFERENCE 2026
📅 วันที่: 19-20 มิถุนายน 2569
📍 สถานที่: Paragon Hall, Bangkok
ซื้อบัตรและรับส่วนลด 10% ได้ในคอมเมนต์

20/05/2026

ใครที่ให้ AI ช่วยเขียนโค้ดอย่าง Claude Code แล้วยังต้องมานั่งแก้อยู่เรื่อยๆ
ล่าสุด 9arm แจก repo ชื่อ 9arm-skills เป็นชุด Skill สำหรับ Claude Code ที่ทำให้ AI ไม่ได้แค่ช่วยเขียนโค้ด แต่ช่วย “คิดแบบ Engineer ที่มีวินัย” มากขึ้น
พูดง่ายๆ คือจากเดิมที่เราโยน bug ให้ AI แล้วหวังว่ามันจะเดาถูก
Skill ชุดนี้จะเปลี่ยน Claude ให้ทำงานเป็นขั้นตอนมากขึ้น เช่น ต้อง reproduce bug ก่อน ต้อง trace path จริง ต้องหาหลักฐาน ต้องเขียน post-mortem และต้องแปลงภาษาวิศวกรให้หัวหน้าหรือ PM เข้าใจได้
[9arm-skills คืออะไร?]
ใน repo นี้ คือ Skill เหล่านี้ถูกโหลดเข้า Claude Code และจัดเก็บไว้ใต้โฟลเดอร์ skills/ โดยแบ่งเป็นหลายหมวด เช่น engineering สำหรับงานโค้ดประจำวัน และ productivity สำหรับ workflow ที่ไม่ใช่โค้ดโดยตรง
Skill แต่ละตัวจะมีไฟล์ SKILL.md ของตัวเอง พร้อม description และ logic ว่าเมื่อไหร่ควรถูกเรียกใช้
แปลเป็นภาษาคนทำงานคือ
เราไม่ได้สั่ง AI แบบครั้งต่อครั้งว่า “ช่วย debug ให้หน่อย”
แต่เราสร้าง “นิสัยการทำงาน” ให้ AI จำได้ว่าเวลาทำงานประเภทนี้ ต้องคิดแบบไหนก่อน
[4 Skill ที่น่าสนใจในชุดนี้]
1️⃣ debug-mantra — หยุด AI เดาสุ่มเวลา debug
Skill นี้บังคับให้ Claude เริ่ม debug ด้วย 4 ขั้นตอน
Reproduce → Trace fail path → Falsify hypothesis → Cross-reference breadcrumbs
สิ่งที่น่าสนใจคือมันห้าม AI เสนอ fix ก่อนจะมี repro ที่เชื่อถือได้
เพราะปัญหาใหญ่ของการใช้ AI debug คือมันมักรีบเดาว่า bug น่าจะเกิดจากอะไร ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานพอ
Skill นี้เลยเหมือนบอก AI ว่า
“อย่าเพิ่งฉลาด ขอให้พิสูจน์ก่อน”
2️⃣ post-mortem — เปลี่ยน bug ที่แก้แล้ว ให้เป็นความรู้ของทีม
หลายทีมแก้ bug เสร็จแล้วก็จบ
แต่ปัญหาคืออีก 6 เดือนต่อมา ไม่มีใครจำได้ว่า bug นี้เกิดจากอะไร แก้ยังไง และทำไมมันหลุดมาได้
Skill post-mortem จะช่วยเขียนบันทึกเชิงวิศวกรรมหลังแก้ bug เสร็จ โดยต้องมีข้อมูลสำคัญครบก่อน เช่น reliable repro, root cause, fix และ validation
ซึ่งจะช่วยตอบให้เราได้ว่า อะไรพัง? พังเพราะอะไร? แก้ตรงไหน? รู้ได้ยังไงว่าแก้จริง? แล้วมันหลุดมาถึง production ได้ยังไง?
3️⃣ scrutinize — ให้ AI เป็นคนรีวิว
Skill นี้น่าสนใจมาก เพราะมันไม่ได้เริ่มจากการถามว่าโค้ดนี้ผิดตรงไหน
แต่เริ่มจากคำถามที่ว่า “สิ่งนี้ควรถูกทำตั้งแต่แรกไหม?”
มันจะมองแผน, PR หรือ code change แบบ outsider perspective แล้วถามว่า มีวิธีที่เล็กกว่า ง่ายกว่า หรือเสี่ยงน้อยกว่านี้ไหม
จากนั้นค่อย trace actual code path แบบ end-to-end ไม่ใช่ดูแค่ diff ที่เปลี่ยน
เพราะ bug หลายตัวไม่ได้อยู่ในบรรทัดที่เราแก้ แต่อยู่ตรง “รอยต่อ” ระหว่างโค้ดใหม่กับระบบเดิม
สำหรับคนทำงาน tech นี่คือ Skill ที่ช่วยลดอาการ “ทำเยอะ แต่ผิดทิศ” ได้ดีมาก
4️⃣ management-talk — แปลภาษาวิศวกรให้คนทั้งองค์กรเข้าใจ
ปัญหาคลาสสิกของทีม tech คือ Engineer อธิบายถูก แต่คนฟังไม่เข้าใจว่ามันกระทบอะไร
Skill นี้ช่วยแปลงเนื้อหา engineer-to-engineer ให้กลายเป็นภาษา leadership เช่น JIRA comment, Slack update, standup, email หรือ talking points
มันไม่ได้ทำให้เนื้อหาง่ายจนผิด แต่ช่วยตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็น เช่น function name, file path, commit SHA แล้วคงไว้เฉพาะสิ่งที่หัวหน้า, PM, release manager หรือ exec ต้องรู้ เช่น สถานะตอนนี้คืออะไร? กระทบลูกค้ายังไง? ใครเป็น owner? ขั้นตอนต่อไปคืออะไร?
นี่คือ Skill ที่ทำให้ AI ไม่ได้ช่วยแค่เขียนโค้ดแต่ช่วยให้ทีมสื่อสารงานเทคนิคได้ดีขึ้น
[เหมาะกับใคร?]
👨‍💻 Developer ที่ใช้ Claude Code หรือ AI coding assistant เป็นประจำ
🧑‍💼 Tech Lead / Engineering Manager ที่อยากให้ทีม debug, review และเขียน RCA เป็นระบบขึ้น
🚀 Founder / Product Team ที่ต้องคุยกับทีม tech บ่อย และอยากแปลงเรื่องยากให้เป็น status update ที่ตัดสินใจต่อได้
🧠 คนทำงาน AI ที่อยากเข้าใจว่า Skill ไม่ใช่แค่คำสั่ง แต่คือ workflow สำเร็จรูปที่ฝังวิธีคิดให้ AI
สุดท้าย Skill ที่ดีไม่ได้ทำให้ AI เก่งขึ้นอย่างเดียว
แต่มันทำให้ วิธีคิดของเรา ถูกบันทึก กลั่น และส่งต่อให้ AI ทำซ้ำได้
นี่คือจุดเปลี่ยนจากการใช้ AI แบบถาม-ตอบไปสู่การสร้างระบบทำงานร่วมกับ AI แบบจริงจัง
แปะ Skill ไว้ในคอมเมนต์ไปตามโหลดมาใช้กันได้
#ดาต้าเอคโค่O3ตัว

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่

จามจุรีสแควร์​
Bangkok
10330