OnlyLogistics

OnlyLogistics

แชร์

15/05/2026

จากการก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลของผู้บริโภคทั่วอาเซียน ทำให้อาเซียนสามารถใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมต่อออนไลน์ในการขยายศักยภาพทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาลซึ่งหมายถึงโอกาสสำคัญของธุรกิจต่างๆ ที่จะมีโอกาสเติบโตมากกว่าที่เคย
จากรายงานเจาะลึก 10 Insight Digital Consumer ASEAN ของ Facebook จะทำให้เห็นถึงโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจและเป็นแนวโน้มใหม่ของผู้บริโภคที่น่าจับตามอง โดยสรุปออกมาได้ดังนี้

1️⃣ คุณภาพชีวิตมีผลต่อการเข้าสู่โลกออนไลน์ การที่คนส่วนใหญ่ในอาเซียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นส่งผลให้พวกเขาเข้าสู่การใช้ชีวิตออนไลน์มากขึ้นตาม เช่น การเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟนในราคาที่แพงขึ้น คุณภาพดีขึ้น ทำให้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตและโลกออนไลน์มากกว่าเดิม จากรายงานพบว่า ผู้บริโภคออนไลน์ในอาเซียนเพิ่มขึ้นจาก 90 ล้านคนเป็น 250 ล้านคนระหว่างปี 2015-2018 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1.2 เท่าในปี 2025 เลยทีเดียว

2️⃣ อัตราการใช้เงินบนออนไลน์พุ่งสูงขึ้น เมื่อชาวอาเซียนได้เข้าสู่โลกออนไลน์ ทำให้การใช้จ่ายแบบดิจิทัลเพิ่มสูงกว่าเดิมและจะโตแซงหน้าอัตราการเพิ่มจำนวนของผู้ใช้มาออนไลน์รายใหม่ โดยรายงานฉบับนี้คาดการณ์ว่าตัวเลขการใช้เงินบนออนไลน์ของชาวอาเซียนทั้งหมดนั้นจะเพิ่มขึ้นกว่า 3.2 เท่า ในระหว่างปี 2018-2025

3️⃣ เสื้อผ้าและเครื่องอุปโภคบริโภคจะเป็นตัวกระตุ้นการใช้จ่ายออนไลน์ แม้สัดส่วนการซื้อสินค้า 2 ประเภทนี้บนร้านค้าออนไลน์จะยังต่ำมากเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ แต่นั่นหมายถึงโอกาสของแบรนด์ที่จะได้เติบโตอีกมากและสามารถกระตุ้นให้สัดส่วนการใช้เงินบนออนไลน์ในสองกลุ่มนี้โตขึ้นได้เป็นอันดับต้นๆ จนอาจทำให้ตัวเองกลายเป็นเจ้าตลาดได้ไม่ยาก

4️⃣ ผู้คนซื้อสินค้าออนไลน์แบบไม่ได้ตั้งใจ โดย 70% ของนักช็อปออนไลน์มักซื้อของที่ตัวเองไม่คิดว่าจะซื้อ เมื่อพวกเขาเปิดเข้าไปในเว็บไซต์ค้นหาสินค้าบางอย่าง แต่มักจะเผลอซื้ออะไรสินค้าอื่นๆ ติดมือกลับมาอยู่เสมอ

5️⃣ การค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ซึ่ง 86% ของผู้บริโภคที่ตอบแบบสอบถาม กล่าวว่า พวกเขามักเปรียบเทียบสินค้าทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ไปพร้อมกันก่อนจะตัดสินใจเลือกช่องทางที่คุ้มค่ามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความสะดวก ระยะเวลาที่จะได้รับสินค้าและค่าใช้จ่ายโดยรวมเมื่อเทียบกับทั้ง 2 ช่องทาง

6️⃣ ส่วนลดช่วยให้คุณได้ลูกค้า แต่ไม่ได้ทำให้คุณได้ใจลูกค้า ปฏิเสธไม่ได้ว่าการให้ส่วนลดมักจะทำให้คุณได้ลูกค้าใหม่ๆ มาเสมอ แต่กลับไม่ได้ส่งผลที่ดีต่อธุรกิจในระยะยาวแม้แต่น้อย กว่า 50% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด กล่าวว่า พวกเขามักซื้อสินค้าต่างๆ โดยไม่ได้รอส่วนลดหรือโปรโมชั่นเสมอไป ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของพวกเขาล้วนๆ

7️⃣ Social Media ยังคงเป็นปัจจัยหลักให้ผู้บริโภคในอาเซียนรู้จักและตัดสินใจซื้อ กว่า 50% ของกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคอาเซียนกล่าวว่า พวกเขามักจะเจอสินค้าหรือแบรนด์ใหม่ๆ ผ่านทางโซเชียลมีเดียเป็นประจำ ในขณะที่การค้นหาบนออนไลน์ทำให้พวกเขาเจอสินค้าใหม่ๆ เพียง 22% เท่านั้น

8️⃣ การสร้างความภักดียังดึงลูกค้าได้ดี การสร้างความภักดีกับลูกค้าในลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสะสมแต้มหรืออะไรก็ตามนั้น สามารถทำให้ผู้บริโภคยอมกลับมาซื้อซ้ำได้จริง โดยซื้อมากขึ้นและยอมซื้อสินค้าหรือบริการประเภทอื่นๆ จากร้านค้าเดียวกันอีกด้วย ทั้งนี้ ยังพบว่า ผู้บริโภคยินดีที่จะช่วยโปรโมทแบรนด์ให้ฟรี เมื่อวิธีการสร้างความภักดีนั้นทำให้พวกเขาประหยัดได้ในระยะยาว พวกเขาก็จะเลือกซื้อแบรนด์นั้นซ้ำมากกว่ารอโปรโมชั่นหรือส่วนลดจากร้านค้าอื่นๆ

9️⃣ โอกาสการเป็นเจ้าตลาดในอาเซียนยังมีลุ้น ในภูมิภาคอาเซียนยังไม่มีเว็บไซต์หรือแบรนด์ใดที่ก้าวเข้ามาเป็นเจ้าตลาด E-commerce ที่แท้จริงได้ เพราะเจ้าใหญ่ในตลาดยังไม่ทิ้งกันขาด เช่น Shopee กับ Lazada ซึ่งต่างจาก Amazon ในสหรัฐที่เป็นเจ้าตลาดที่เพียงหนึ่งเดียว หรือแม้แต่ในจีนก็ตามที่ Alibaba ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Taobao Tmall 1688 ฯลฯ ซึ่งกินส่วนแบ่งทางการตลาดใหญ่กว่าเจ้าอื่นหลายเท่า ดังนั้น ใครที่อยากเป็นเจ้าตลาดในอาเซียนต้องรีบเร่งสร้างความภักดีต่อแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำมากขึ้น

🔟 แบรนด์ใหญ่ต้องสร้างโมเดลธุรกิจแบบติดต่อลูกค้าโดยตรง จากการเข้ามาของยุคดิจิทัลที่ทำให้ผู้คนติดต่อสื่อสารได้ง่ายขึ้นและไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลางหรือนายหน้า ดังนั้นธุรกิจใหญ่ที่เกิดมาก่อนยุคดิจิทัลหรือออนไลน์จะต้องเริ่มวางแผนในการติดต่อกับลูกค้าโดยตรง เพราะสามารถสร้างประสบการณ์ในการซื้อขายสินค้ากับลูกค้า รวมทั้งสามารถควบคุมสินค้าและบริการได้เอง

ในยุคนี้ผู้คนในอาเซียนก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มตัว แม้อัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้งานออนไลน์จะไม่สูงมาก แต่อัตราการใช้เงินบนออนไลน์นั้นเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการขนส่งที่มีบทบาทสำคัญต่อทุกอุตสาหกรรมทำให้แนวโน้มของธุรกิจออนไลน์ในอนาคตนั้นมีโอกาสเติบโตมากขึ้น

นำเข้าสินค้าจากจีน เอกสารครบถ้วนถูกต้อง
www.onlylogistics.co.th
สนใจติดต่อ โทร : 02-114-7249
Line :

08/05/2026

การขนส่งสินค้าทางทะเล ที่มักจะถูกเรียกว่า Container Ship ซึ่งหมายถึง การขนส่งด้วยระบบตู้ Container ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้า ที่ต้องการขนส่งในรูปแบบดังกล่าว ควรทำความเข้าใจกับการขนส่งทางเรือและประเภทของตู้ Containers ซึ่งส่วนใหญ่ทำจากเหล็กหรืออลูมิเนียม มีขนาดมาตรฐาน 20 ฟุต และ 40 ฟุต

🚢 การขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์

หนึ่งในรูปแบบการขนส่งระหว่างประเทศหรือชิปปิ้งที่ได้รับความนิยม คือ การขนส่งทางทะเล ซึ่งมีต้นทุนต่ำ ขนส่งได้ครั้งละมากๆ และป้องกันความเสียหายของสินค้าได้ดี ปัจจุบันรูปแบบการขนส่งสินค้าทางทะเลเป็นการขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ (Container Box) สินค้าที่จะถูกขนส่งนั้น จะนำมาบรรจุตู้ (Stuffing) และขนย้ายขึ้นไว้บนเรือ ทำให้ Container Ship ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งไม่เพียงแต่รองรับการขนส่งสินค้าเท่านั้น ท่าเรือเองยังต้องถูกออกแบบเพื่อรองรับเรือประเภทนี้ด้วย หรือที่เรียกว่า Terminal Design เพื่อให้มีความเหมาะสมในด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น มีท่าเทียบเรือ เขื่อนกั้นคลื่น และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

OnlyLogistics ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการขนส่งทางทะเลด้วยเรือ Container Ship ซึ่งแยกประเภทของตู้คอนเทนเนอร์สำหรับขนส่งสินค้าออกเป็น 5 ประเภทด้วยกัน ดังนี้

1️⃣ Dry Cargoes คือตู้สินค้าสำหรับบรรจุภาชนะหรือหีบห่อ โดยไม่ต้องรักษาอุณหภูมิ หมายถึงเป็นตู้สำหรับใส่สินค้าโดยทั่วไป ภายในต้องทำที่กั้นเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าภายในขยับหรือเคลื่อนย้ายได้ อาจใช้ถุงกระดาษที่มีการเป่าลมเพื่ออัดช่องว่างระหว่างสินค้ากับตัวตู้คอนเทนเนอร์ โดยถุงดังกล่าวเรียกว่า Balloon Bags หรือสามารถใช้ไม้มาปิดกั้นขึ้นเป็นผนังหน้าตู้ขึ้นมา เรียกว่า Wooden Partition แต่ถ้าใช้เชือกไนลอนในการรัดหน้าตู้ เรียกว่า Lashing

2️⃣ Refrigerator Cargoes คือตู้สินค้าที่มีเครื่องปรับอากาศภายในตู้ เพื่อปรับอุณหภูมิภายใน ทั้งนี้ จำเป็นต้องทำตามมาตรฐาน สามารถปรับอุณภูมิได้อย่างน้อย -18 องศาเซลเซียส สำหรับเครื่องทำความเย็นนี้จะติดตั้งเอาไว้กับตัวตู้คอนเทนเนอร์และมีปลั๊กในการใช้กระแสไฟฟ้าโดยเสียบจากภายนอกตู้ อีกทั้งต้องมีการวัดอุณหภูมิเพื่อแสดงให้เห็นสถานะของอุณหภูมิของตู้สินค้าประเภทนี้

3️⃣ Garment Container เป็นตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกออกแบบเฉพาะ สำหรับการบรรจุสินค้าประเภทเสื้อผ้า ซึ่งมีราวไว้สำหรับแขวนเสื้อผ้า ซึ่งตู้นี้ส่วนใหญ่ใช้กับสินค้าประเภท Fashion ที่ไม่ต้องการพับหรือถูกบรรจุเอาไว้ใน Packing ที่อาจส่งผลให้เสื้อผ้ามีรอยยับหรือเกิดความไม่สวยงามได้

4️⃣ Open Top ขนาดของตู้ประเภทนี้ส่วนใหญ่เป็น 40 ฟุต โดยตู้ลักษณะนี้ ถูกออกแบบมาไม่ให้มีหลังคา เพื่อใช้สำหรับการวางสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เครื่องจักร หรือเป็นสินค้าที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายผ่านประตูของตู้คอนเทนเนอร์ได้ จึงจำเป็นต้องขนย้ายโดยการยกส่วนบนของตู้แทน

5️⃣ Flat-Rack เป็นพื้นที่ขนาดราบที่มีความกว้างและยาวตามขนาดของตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐาน พูดง่ายคือมีลักษณะเป็นตู้ซึ่งคล้ายกับคอนเทนเนอร์ หากแต่มีเพียงพื้นหรือ Platform แนวราบสำหรับวางสินค้าที่มีลักษณะพิเศษ เช่น เครื่องจักร, แท่งหิน, ประติมากรรม, รถแทรกเตอร์ โดยสินค้าเหล่านี้อาจขนส่งด้วยทางเรือที่เป็นประเภท Conventional Ship แต่ถ้าต้องขนส่งทางเรือด้วยระบบ Container ต้องมาวางใน Flat-rack ก่อน เพื่อให้สามารถจัดเรียงกองได้ในรูปแบบ Slot ซึ่งเป็นลักษณะของเรือที่เป็น Container

👉 ลักษณะของตู้คอนเทนเนอร์ (Container Box)

ปกติแล้วตู้คอนเทนเนอร์เป็นตู้ที่มีขนาดมาตรฐาน ผลิตจากวัสดุที่เป็นเหล็กหรืออลูมิเนียม มีโครงสร้างภายนอกแข็งแรงและสามารถวางเรียงซ้อนกันได้ไม่น้อยกว่า 10 ชั้น หากมีการเรียงซ้อนกันจะมีการยึดหรือเรียกว่า Slot เพื่อให้แต่ละตู้มีการยึดติดกัน ส่วนใหญ่มีประตู 2 บาน แต่ละตู้นั้นมีการระบุรายละเอียด เช่น หมายเลขตู้ (Container Number) น้ำหนักของสินค้าที่บรรจุได้สูงสุด ฯลฯ

เมื่อปิดประตูตู้คอนเทนเนอร์แล้วจะมีที่ล็อกประตู โดยใช้การคล้องซีล (Seal) ซึ่งแบบเดิมเป็นตะกั่ว แต่ปัจจุบันเป็นพลาสติกซึ่งมีหมายเลขกำกับเอาไว้ เพื่อใช้ในการบ่งชี้สถานภาพ ตลอดจนมีการพัฒนาไปไกลถึง Electronic Seal ที่ช่วยให้สามารถเข้าไปตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ (Electronic Tracking) สามารถหาตำแหน่งของการเคลื่อนย้ายตู้สินค้า และภายในตู้คอนเทนเนอร์มีพื้นที่สำหรับการบรรจุและการวางสินค้า

นำเข้าสินค้าจากจีน เอกสารครบถ้วนถูกต้อง
www.onlylogistics.co.th
สนใจติดต่อ โทร : 02-114-7249
Line :

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการขนส่ง ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


โกดัง Only Logistics 80/23-25 ซ. เพชรเกษม42 แยก1 บางจาก ภาษีเจริญ
Bangkok
10160

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00